Yugawara Part.2 มาแช่สปาเท้าบำบัดโรคใจกลางป่ากันที่ Dopponoyu Theme Park  

5,354

สวัสดีจ้าา ในครั้งนี้จะขอมาเล่าถึงทริปเที่ยว Yugawara เมืองเล็กๆแสนอบอุ่นกันต่อเลยนะคะ

ครั้งที่แล้วได้เล่าถึงตัวเมืองยูกาวาระและสวนดอกบ๊วยสุดอลังการกันไปแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่าน หรืออยากจะทราบว่ายูกาวาระอยู่ที่ไหน การเดินทางมาที่นี่ยังไง สามารถตามเข้าไปอ่านที่นี่เลยจ้า>> Part.1 เที่ยวทุ่งต้นบ๊วยสุดตระการตา

ในครั้งนี้จะขอมาเล่าถึงอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาถึงที่ยูกาวาระ นั่นก็คือที่ สวนสาธารณะ Manyou Park (万葉公園) ตั้งอยู่ที่ใจกลางของเมืองยูกาวาระเลย และเป็น 1ใน100 สวนสาธารณะที่ถูกจารึกว่าเป็นประวัติศาตร์ของญี่ปุ่นอีกด้วย

และแน่นอนว่าที่นี่ต้องไม่เหมือนสวนสาธารณะทั่วไปที่จะมีลานให้ผู้คนได้นั่งพักผ่อนทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือนั่งปิกนิกกัน

ที่นี่เป็นสวนที่เป็นสวนจริงๆค่ะ ตลอดทางเราจะได้พบกับธรรมชาติพืชพันธุ์ไม้รอบๆตัว ได้ยินเสียงน้ำตก เสียงน้ำไหลในลำธาร  เสียงนกร้อง รู้สึกว่าได้มาพักผ่อนหย่อนใจจริงๆก็คราวนี้แหละค่ะ หากมาในช่วงฤดูร้อนจะได้พบเห็นหิ่งห้อยจำนวนมากออกมาบินเล่นอยู่บริเวณรอบๆลำธาร

และถ้ามาในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีต้นไม้ที่นี่จะกลายเป็นสี เหลือง ส้ม แดง กันไปหมดเลยค่ะ รับประกันความฟินนะจ๊ะ

เรามาที่จุดสตาร์ทกันเลยดีกว่า เริ่มจากปากทางเราจะได้เจอกับอุโมงค์ให้เราลอดเข้าไป มองจากภายนอกบอกเลยว่าแอบชวนสยิวเล็กๆ ภาพซาดาโกะในเดอะริงผุดขึ้นมาในนิมิตร

ทำไงดีล่ะที่นี้เป็นชะนีขวัญอ่อนกันทั้งคู่ จึงตัดสินใจหลับตาวิ่งผ่านไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ

"เพราะเธอคือแสงของปลายอุโมงค์ที่ส่องเข้ามา เปลี่ยนฉันให้มีความหมายด้วยใจของเธอ"

ขอฮัมเพลงของ No more tear ไปด้วยละกันนะคะ 5555

และเมื่อลอดผ่านเข้าไปแล้วจะเจอกับน้ำตกค่ะ!! ดีใจมากที่ไม่เจอบ่อน้ำซาดาโกะ

สีหน้าของผู้กล้าๆกลัวๆเมื่อวิ่งมาโผล่ที่ปากทางอุโมค์ (หน้ายังผวาอยู่555+)

หลังจากที่เราผ่านช่วงล่าท้าผีกันมาแล้ว เราก็ได้เวลาดื่มด่ำบรยากาศธรรมชาติสุดร่มรื่นกันแล้วค่ะ

พอเดินมาตามทางเรื่อยๆก็พบกับเสาโทริสีแดงขนาดเล็กเหมือนถูกไฟฉายย่อส่วน ด้านในเป็นศาลเจ้าทานุกิแห่งโชคลาภ ให้เราได้ไหว้สักการะกันด้วย

พอเดินต่อมาเรื่อยๆก็จะได้พบกับสะพานไม้สีแดง (สีแดงอีกแล้ว) ที่มีอายุมากว่าพันปีแล้ว เป็นสะพานไม้สั้นๆไว้สำหรับข้ามลำธาร

แต่ที่พูดๆมานั้นไม่ใช่จุดประสงค์ที่เราดั้นด้นมาถึงที่นี่ค่ะ เพราะที่ๆเราอยากจะมานั่นก็คือที่นี่เลย

โดปโปงโนะยุ (独歩の湯) บ่อน้ำร้อนแช่เท้า 9บ่อ ที่ถูกสร้างขึ้นมาไว้อยู่กลางสวนแห่งนี้เลย

และในแต่ละบ่อก็มีสรรพคุณในการบำบัดรักษาโรคแตกต่างกันออกไปค่ะ แหมเข้าใจคิดจริงๆเลยค่ะ

แต่ก่อนที่เราจะไปแช่เท้ากันนั้นเราต้องทำการเตรียมพร้อมกันซะก่อน ทุกอย่างจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราชำระเงินค่ะ 555+

ที่นี่คิดค่าบริการไม่แพงเลยนะคะ แค่คนละ 300 เยน เด็กที่อายุต่ำกว่า 15 ปี คนละ 200 เยน เท่านั้น

จากนั้นก็เดินไปเปลี่ยนรองเท้า เก็บข้าวของกันที่ห้องแต่งตัว ที่แยกห้องหญิงชายเอาไว้ ซึ่งในห้องนี้จะมีล็อกเกอร์ไว้ให้บริการ

พอเปิดเข้าไปในล็อกเกอร์นั้นก็จะพบกับรองเท้าแตะสีชมพูมุ้งมิ้ง จอดรอต้อนรับพวกเราอยู่ Welcome To Doppon!

วิธีการใช้ล็อกเกอร์ก็ไม่ยากเลยค่ะ เมื่อเราทำการเปลี่ยนรองเท้าเก็บของเรียบร้อยแล้วก็ปิดตู้ แล้วก็ใช้เหรียญ 100 เยน หยอดลงไปที่ช่องหยอดเหรียญก่อน แล้วจึงหมุนล็อกและดึงกุญแจออกมาเป็นอันเสร็จค่ะ แต่ไม่ต้องเซ็งนะคะว่าเราต้องมาเสียค่าเช่าล็อกเกอร์อีกหรอ ป่าวเลยจ้ามันคือการมัดจำเฉยๆ คือเราจะได้รับเหรียญคืนตอนที่เราไขกุญแจที่ล็อกเกอร์อีกครั้งนั่นเองจ้าา

รองเท้าที่วางอยู่ข้างนอกห้องนี่คือตัวอย่างไซส์รองเท้าให้ดูเฉยๆจ้า แต่เราต้องไปเอารองเท้าที่ล็อกเกอร์เท่านั้นน๊า

เมื่อเตรียมพร้อมกันแล้วก็ไปแช่เท้ากันโลดดดด

*ข้อแนะนำการมาใช้บริการที่นี่ควรใส่กางเกงหรือกระโปรงที่ถกขาขึ้นง่ายๆมานะคะ อย่าเอาแบบแอดนะคะ กางเกงขาแน่นเป็นพี่ตูน ถกขึ้นได้สูงสุดถึงแค่หน้าแข้ง เลือดลงไปเลี้ยงไม่ถึงตาตุ่ม โอย ทรมาน **

นี่คือตัวอย่างที่ถูกต้องเกี่ยวกับการแต่งตัวมาที่นี่ค่ะ

เรื่องเตรียมความพร้อมที่สุดนี้ต้องยกให้นางศรีโซระเลยค่ะนางเล่นถอดเลกกิ้งออกตั้งแต่อยู่ตีนเขา เดินช่วงล่างโล่งโจ้งมาตลอดทาง ส่วนคนที่เดินตามมาข้างหลังมาติดๆอย่างแอด ต้องทนเห็นไส้ไก่นางมาตลอดทาง โอยยย อยากจะเอาหัวจุ่มบ่อแช่เท้าล้างลูกตาให้หายหลอนซักที

อย่างที่บอกนะคะที่นี่มีบ่อรักษาโรคถึง9บ่อ แต่พอพูดถึงตรงนี้เราก็คงจะยังสงสัยกันใช่มั้ยคะว่ามันจะรักษาเราได้ยังไง

คือที่ใต้บ่อจะมีการเรียงหินในรูปแบบต่างๆให้เราได้เดินเหยียบๆ เหมือนได้นวดกดจุดฝ่าเท้าของเรานั่นเอง

"จุดสะท้อนที่เท้า มีทั้งหมด 62 จุด แต่ละจุดเป็นปลายประสาทที่เชื่อมโยงไปยังอวัยวะที่สำคัญในร่างกายทั้ง 62 อย่าง และมีความรู้สึกรับรู้ทั้งหมด 62 แบบ หากทำการกระตุ้นที่จุดสะท้อนใด ย่อมสะท้อนไปยังอวัยวะที่สัมพันธ์กับจุดสะท้อนนั้นๆ โดยตรงต่ออวัยวะหนึ่งเป็นผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ระบบต่อเนื่องและการปรับ สมดุล ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูและผลักดันให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ขึ้น กระบวนการดังกล่าวบรรลุผลโดยผ่านระบบเลือดหมุนเวียนเป็นสำคัญ" ข้อมูลอ้างอิงจาก Tiger Dragon Dispensary & Manufacturer

foot-map1

บ่อบำบัดโรคทั้ง9บ่อมีรูปทรงของหินและสรรพคุณแตกต่างกันดังต่อไปนี้

**หากรูปต่อไปนี้ดูไม่สุภาพหรือไม่เหมาะสมประการใด ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ **

บ่อที่1.脾骨(ひこつ)の泉

ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายให้เข้าที่ และกระดูก ข้อต่อ เท้า

บ่อที่2.皮口(ひこう)の泉 

ช่วยในเรื่องผิวพรรณอ่อนเยาว์ และช่วยในเรื่องปากอีกด้วย (แอดนี่เหยียบรัวเลย เผื่อจะหายปากดีซะที)

บ่อที่3.平静(へいせい)の泉

ช่วยลดอาการปวดหัว ไมเกรน หรือใครที่รู้สึกหงุดหงิดง่าย ต้องมาที่บ่อนี้เลยจ้า (บ่อนี้เจ็บมากกกก)

บ่อที่4.腸鼻(ちょうび)の泉

ช่วยในเรื่องของลำไส้ ท้องผูก และคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโพรงจมูก เช่น ไซนัส ภูมิแพ้

บ่อที่5.思考(しこう)の泉

ช่วยกระตุ้นต่อมความสุข ผ่อนคลาย ทำให้จิตใจสงบ

นี่ไงกระตุ้นต่อมความสุขได้ทันควันเลย (สังเกตดูขาเริ่มซีดเผือกเพราะเลือดไม่ไปเลี้ยง)

บ่อที่6.脈胃(みゃくい)の泉

สำหรับคนเป็นโรคความดันสูง โรคเส้นเลือดตีบ โรคหัวใจ และคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับช่องท้อง

บ่อที่7. 喜(よろこび)の泉

ช่วยกระตุ้นต่อมร่าเริง ใครได้ลงบ่อนี้จะหัวเราะโดยไม่รู้ตัว (นี่เราไม่ได้บ้าใช่มั้ย)

บ่อที่8. 肝目(かんもく)の泉

ช่วยในเรื่องของตับและดวงตา

บ่อที่9. 腎耳(じんじ)の泉

ช่วยในเรื่องของไตและหู โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฉี่รดที่นอน ปวดฉี่บ่อยๆ

อู๊ยย บ่อนี้แอดโอเคไม่ค่อยเจ็บ แสดงว่าหูรูดแอดยังดีอยู่ 555+

เอาง่ายเลยนะคะคือถ้าเราเหยียบหินแล้วเจ็บตรงไหนแสดงว่าอวัยวะภายในร่างกายส่วนนั้นของเรานั้นมีปัญหานั่นเอง ส่วนตัวแอดนั้น เจ็บมันเกือบทุกบ่อเลยค่ะ!!นี่ฉันมาบำบัดหรือว่ามาตรวจสุขภาพประจำปีเนี่ย

หลังจากแช่เท้าเสร็จทั้ง9บ่อ เราสองคนลงมติเป็นเอกฉันท์กันเลยค่ะว่า รู้สึกเท้าเบาและอุ่นมาก จากที่ตอนขามาหนาวสะบั้น แต่ตอนขากลับนี้เดินตัวเบาหวิวสบายเลยจ้าา ไม่ได้มโนหมู่นะ

นอกจากจะได้ผ่อนคลายกันแล้ว ข้างๆบ่อยังมีรูปปั้นพระองค์น้อยให้เราได้สรงน้ำกันอีกด้วย ^^

ถังใบใหญ่นี้เดาว่าเป็นต้นน้ำค่ะ

มีคู่หนุ่มสาวมาเดทกันด้วย น่าอิจฉา

ใครสนใจอยากจะมาที่นี่ไม่ยากเลยค่ะ

นั่งรถบัสที่หน้าสถานี Yugawara ที่ป้ายเบอร์ 2

ที่เขียนว่า Fudotaki ・ Okuyagawara  (不動滝・奥湯河原) มาลงที่ป้าย Ochiaibashi (落合橋) ถึงแล้วจ้า

(ดูวิธีการขึ้นรถบัสได้จากบทความตอนที่1 นะคะ)

Untitled-3

ที่นี่เปิดทำการเวลา : 10:00~18:00 แต่ในช่วงเดือน พย.-กพ. จะปิดตอน 17:00 นะคะ

วันหยุด : หยุดทุกวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือน (หากวันพฤ.นั้นตรงกับวันหยุดราชการจะเลื่อนไปหยุดวันถัดไปแทน)

ในตอนหน้ามาติดตามกันว่าพวกเราไปตามล่าหาร้านอาหารเด็ดๆ เมนูที่ต้องห้ามพลาดเมื่อมาที่ยูกาวาระคืออะไร อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ ^^

ตอนนี้ เพื่อนๆ สามารถติดตามผลงานของแอดมินโซระ แอดมินออยลี่ และแอดมินดาวได้ที่เพจนี้นะคะ >  Japankookkook ค่ะ

ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ ^^

แอดมินออยลี่

เรื่องโดย : Japanกุ๊กกุ๊ก

12208854_625288537610845_7280548462902012430_n