Winter in Kawaguchiko หนาวแค่ไหนก็ยังได้เจอฟูจิซัง

18,690

จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้คิดมาตลอดเลยว่าหน้าหนาว ไม่ว่าที่ไหนจะต้องมีแต่ต้นไม้ที่เหลือแต่กิ่งก้าน ไม่มีอะไรนอกจากความหนาวแน่...แต่สุดท้ายแล้วก็มีเหตุให้ต้องไปเที่ยวคาวากุจิโกะแบบเช้าเย็นกลับในหน้าหนาวจนได้ ปกติแล้วเคยได้ยินคาวากุจิโกะในเรื่องภูเขาไฟฟูจิ  ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง และทุ่งดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิหรือร้อน แล้วหน้าหนาวล่ะ จะมีอะไรเหรอ ?

kawa01

เราตื่นแต่เช้าเพื่อมาให้ทันขึ้นรถบัสที่ชิบุย่าเที่ยวแรกสุดตอน 6.45 น. และจองรถขากลับไว้ตอน 19.00 น. พอขึ้นรถมาได้สักพักก็หลับเอาแรงทันทีเพราะตื่นมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ที่ออกเช้าขนาดนี้ก็เพราะอยากจะไปเที่ยวให้ครบๆ (นี่ขนาดคิดว่าไม่มีอะไรนะเนี่ย) เวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงในที่สุดรถบัสก็พาเรามาถึงที่หมายเวลา 9.00 น. ด้วยความที่ยังไม่ได้ทานอะไรมาแต่เช้า เลยขอเติมพลังด้วยราเมงในสถานีซะหน่อย เสร็จแล้วก็ซื้อตัวรถบัสเที่ยวรอบคาวากูจิโกะ และเริ่มลุยกันต่อ

kawa02

kawa03

kawa04

เรารู้สึกว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวจะไม่ค่อยเยอะมากเท่าช่วงพีคๆ ดูได้จากแถวรอรถและจำนวนผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยกัน เราชอบนะ รู้สึกเดินทางสบายดี สถานีแรกเรามาลงคือ Kawaguchiko Herb Hall (河口湖ハーブ館) เพื่อมาดูของกระจุกกระจิกน่ารักๆ ที่ทำจากดอกไม้หรือสมุนไพรต่างๆ รวมถึงมิวเซียมน้ำหอม อ้อ และมาคราวนี้เราก็ได้ลองเข้าไปใน Ishikorokan Kawaguchiko (自然工房石ころ館) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเฮิร์บฮอล เป็นอาคารไม้มีสองชั้น ด้านล่างจะเป็นคล้ายๆ มิวเซียมหินสวยงามที่ไว้ใช้ทำเครื่องประดับ ส่วนด้านบนเป็นโซนขายเครื่องประดับ สวยงาม มุ้งมิ้งมากๆ

kawa05_2

ต่อไปเราก็จะนั่งรถไปลงที่ Sightseeing Boat/Ropeway Ent. (旅覧船・ロープウェイ入り口) เพื่อขึ้นโรปเวย์กันค่ะ แต่กว่าจะได้ไปนี่ก็รอรถนานอยู่เหมือนกันนะ เราว่าระบบการขนส่งที่นี่เขาเอื้อต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติจริงๆ แต่มันรอนานไปหน่อยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นต้องทำใจและเผื่อเวลาเรื่องนี้ไว้เลย

kawa07

kawa08

ขึ้นรถมาไม่นานนักเราก็มาถึงทางขึ้นโรปเวย์กันแล้ว ตรงนี้เราต้องจ่ายค่าตั๋วเพิ่ม ไปกลับราคาผู้ใหญ่ 800 เยน ซื้อแล้วก็อาจจะต้องเข้าคิวรอนิดนึง แต่ไม่นานมาก (มั้ง) ของเรารอประมาณ 20-30 นาทีค่ะ แต่พอขึ้นมาแล้วก็ไม่ผิดหวังนะ เพราะสวยมากจริงๆ เห็นฟูจิแบบชัดมากๆ วิวนี่ให้ล้านดาวเลย คนก็ไม่แออัด พอขึ้นมาด้านบนภูเขาก็จะหนาวหน่อย แต่เจอแดดตอน 11 โมงเข้าไปก็จะอุ่นขึ้นมาบ้าง

kawa09

kawa10

kawa11

จุดนี้นี่ใช้เวลาถ่ายรูปเยอะมาก เพราะอยู่บนเขาสามารถมองเห็นวิวด้านล่างได้ 360 องศา ต้นไม้อาจจะเหลือแต่กิ่งก้านก็จริงนะ แต่ก็ให้อารมณ์ไปอีกแบบ ประทับใจมากค่ะ

kawa12

kawa13

kawa14

เราแอบหาขนมหาอะไรทานนิดหน่อยจากด้านบน พอลงมาด้านล่างก็ต้องแวะไปถ่ายรูปริมทะเลสาปกันหน่อย เจอน้องแมวมานั่งขดอยู่ด้วยน่ารักมาก หลังจากนั้นเราก็ไปหาอาหารเที่ยงทานกันแถวนั้นแล้วค่อยกลับมาขึ้นรถเพื่อไปสถานีต่อไป

kawa15

kawa16

kawa17

และ Next Station ของเราก็คือออ Nagasaki Park ค่ะ นั่งรถมาลงที่สถานี Sunnide Resort/Nagasaki Park Entry (スニーデ前長崎公園入口) ตรงนี้ตอนแรกที่เดินเข้ามาก็คิดว่ามันคงจะเป็นสวนสาธารณะธรรมดาๆ นั่นแหละมั้ง แต่พอเดินเข้ามาเรื่อยๆ แล้วก็ต้องร้องว้าวกับวิวตรงหน้า จุดนี้นี่คือที่ชมฟูจิซังได้แบบเต็มๆ ตาไม่มีอะไรมาบดบังเลย และกิ่งก้านที่ไร้ใบบนต้นไม้นั้นก็ยิ่งทวีความสวยเข้าไปอีกค่ะ

kawa19

kawa20

kawa18

เราได้รูปเพิ่มขึ้นมาเยอะมากจากจุดนี้จุดเดียว 555 ดังนั้นเราต้องเก็บเมมโมรี่กล้องเอาไว้จุดอื่นบ้างแล้วดังนั้นจึงตัดสินใจเดินกลับไปขึ้นรถบัสไป Kawaguchiko Natural Living Center (河口湖自然生活館) จุดนี้เราเคยมาช่วงหน้าร้อนกับช่วงก่อนเข้าฤดูใบไม้ร่วง แต่หน้าหนาวนี่จะเป็นยังไงบ้างก็รอลุ้นอยู่ค่ะ และพอมาถึงก็ได้พบกับต้นหญ้าสีน้ำตาลอ่อน (ที่เราเรียกว่าหญ้าพิมฐา) เต็มไปหมดเลย ส่วนต้นที่เป็นพุ่มๆ ก็ยังมีอยู่นะทุกคน ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยมากกก

kawa21

kawa22

เราเดินเล่น ถ่ายรูป ช็อปปิ้ง หาอะไรทานเล็กๆ น้อยๆ จากจุดนี้ เผลออีกทีแสงก็เริ่มหมดขนาดเพิ่งจะเวลา 4 โมงกว่า ๆ เท่านั้น แต่โปรแกรมเที่ยวของเราก็ยังไม่จบอยู่เท่านี้หรอกค่ะ (เพราะจองรถเที่ยวกลับโตเกียวไว้ตอน 19.00 น.) เราขึ้นรถบัสจากจุดนี้เพื่อที่จะไปศาลเจ้า Fuji Omuro Sengen (富士御室浅間神社) ที่เป็น Power Spot บูชาเทพเจ้าภูเขาไฟฟูจิ นั่งรถมาใช้เวลาประมาณ 30 นาทีได้ มาถึงฟ้าก็แทบจะมืดสนิทแล้ว มาศาลเจ้าตอนนี้คือไม่มีคนเลย บรรยากาศก็จะวังเวงหน่อยๆ ไหว้พระขอพรอะไรเสร็จเราก็เลยตัดสินใจกลับไปยังสถานีเพื่อหาอะไรทานและรอรถกลับโตเกียวกัน

kawa23

จบแล้วค่ะสำหรับทริป 1 วันในคาวากุจิโกะหน้าหนาว พอมาแล้วก็ต่างจากที่คิดไว้มาก รู้สึกสนุกและประทับใจ ถึงแม้อากาศจะหนาวมากแต่เราก็ยังเที่ยวกันจนค่ำ เขาถึงบอกว่าคาวากุจิโกะนี่มาได้ทุกฤดูจริงๆ ค่ะ ^^