ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ ตอน Tanbo Art ศิลปะบนนาข้าวคืออะไร? ทำไมต้องไปดู?

14,820

01

การเลือกเดินทางไปเที่ยวที่ไหนสักแห่งในประเทศญี่ปุ่นของเราส่วนใหญ่จะเลือกจากความชอบ ความอยากไปดูให้เห็นกับตาล้วนๆ บางคนอาจจะชอบเที่ยวในเมือง ชอบเที่ยววัด ชอบไปดูสถาปัตยกรรม สำหรับเราเป็นพวกสายธรรมชาติ พอได้ไปเห็นทุ่งนา ป่าเขาสวยๆ นี่จะรู้สึกสดชื่นมาก อีกที่เที่ยวในญี่ปุ่นที่หลายคนอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักซึ่งเราอยากจะมาแนะนำให้ไปเที่ยวชมกันคือ Tanbo Art (ทันโบะอาร์ต) ศิลปะบนนาข้าวของชาวญี่ปุ่นที่หมู่บ้าน Inakadate (อินาคะดาเตะ) ใกล้กับเมือง Hirosaki (ฮิโรซากิ) ของจังหวัด Aomori (อาโอโมริ) ตั้งอยู่ในภูมิภาค Tohoku (โทโฮคุ) หลายคนคงสงสัยว่า Tanbo Art หรือศิลปะบนนาข้าวคืออะไร? แล้วทำไมต้องไปดู? ตอนที่เราได้เห็นรูปครั้งแรกก็รู้สึกทึ่งๆ เหมือนกันว่าเค้าทำกันได้อย่างไร? กับการปลูกข้าวเป็นรูปภาพขึ้นมา เลยไปหาข้อมูลมาได้ว่าที่แรกที่เริ่มคิดทำ Tanbo Art หรือศิลปะบนนาข้าว คือที่ หมู่บ้าน Inakadate

02

ชาวบ้านที่นี่สร้างศิลปะบนนาข้าวมากว่า 20 ปี เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1993 ในช่วงที่เศรษฐกิจของโลกกำลังถดถอย ช่วงเวลานั้นญี่ปุ่นเองก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย ธุรกิจทั้งภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมต่างก็ได้รับพิษเศรษฐกิจกันถ้วนหน้า สำหรับชาวนาในแถบชุมชนอินาคะดาเตะได้รับผลกระทบจากราคาข้าวที่ตกต่ำเช่นกัน ทว่าพวกเขาไม่ได้นิ่งเฉยแต่หันหน้ามาปรึกษาหารือกัน จนได้ข้อสรุปว่าน่าจะหากิจกรรมที่ช่วยปลุกชีวิตชีวาและสีสันให้กับชุมชนที่เศร้าหมองจากพิษเศรษฐกิจ ประจวบเหมาะกับนักโบราณคดีค้นพบว่าพื้นที่ในแถบชุมชนอินาคะดาเตะนี้ มีการปลูกข้าวกันมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว ในที่สุดจึงเกิดเป็นไอเดียการสร้างศิลปะบนนาข้าว ส่วนหนึ่งก็เพื่อการเฉลิมฉลอง 2,000 ปี แห่งพื้นที่ที่มีการทำนา อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่น่าจะปลุกชีวิตชีวาให้กับชาวชุมชนไปในคราวเดียวกัน (ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.jnto.or.th/japanstory/Inakadate_Village.php)

09

เราก็เพิ่งได้เห็นกับตาตัวเองเมื่อปีที่แล้วนี้เอง จากท้องนาธรรมดากลายเป็นงานศิลปะอันแสนงดงาม ซึ่งกว่าจะเป็นศิลปะบนนาข้าวแบบนี้เค้าต้องคิดวางแผนกันมาอย่างดี เมื่อสรุปได้แล้วว่าจะทำภาพอะไรก็จะเริ่มต้นวาดภาพร่าง จากนั้นจึงนำไปปรับรายละเอียดและแก้ไขแบบจนได้ภาพที่ลงตัวในคอมพิวเตอร์ จากนั้นจะเลือกสีว่าจะใช้ข้าวพันธุ์อะไรปลูกลงไปบ้าง ต้นข้าวหลากหลายสายพันธุ์มีสีสันที่แตกต่างกันไป ทั้งเขียว เหลือง ม่วง แดง ถูกนำมาปลูกในท้องนาเพื่อถ่ายทอดให้เป็นรูปภาพตามที่ออกแบบมา ซึ่งในแต่ละปีภาพศิลปะบนนาข้าวก็จะไม่เหมือนกันเปลี่ยนไปทุกปี โดยจะเป็นภาพที่ไม่ซับซ้อนมาก จะเน้นภาพซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรม ประเพณีหรือสถานที่เด่นๆ ของญี่ปุ่น และในทุกๆ ปีประมาณเดือนเมษายนก็จะเริ่มกระบวนการสร้างสรรค์ทันโบะอาร์ต และประมาณเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนตุลาคม พวกเราก็จะได้ยลโฉมศิลปะที่ผ่านการคิดเลือกพันธุ์ข้าวมาปลูก จนเติบโตจากพื้นดินมาเป็นภาพให้ได้ชื่นชมกัน

03

วิธีไปเมือง Inakadate จะนั่งรถไฟหรือรถบัสไปก็ได้ ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ Tourist Center ที่อยู่ในสถานีรถไฟ Hirosaki ได้เลย จะมีเอกสารแจกให้แต่เสียดายตอนเราไปยังไม่มีแบบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเลย แต่ปีนี้เราว่าน่าจะมีแล้วนะ แต่ยังดีที่มีรูปให้ได้ดูพอรู้เรื่องบ้างว่าเราต้องไปตรงไหน ขาไปแนะนำให้นั่งบัสหน้าสถานีแล้วเอาโบรชัวร์ที่ได้มาให้คนขับดูบอกเค้าด้วยว่าถึงป้ายแล้วบอกด้วยนะคะ ไม่ต้องกลัวคนขับใจดี พอถึงป้ายเค้าจะบอกแล้วให้เดินต่อไปอีกหน่อย ทางเข้าจะเป็นอาคารใหญ่ๆ เดินเข้าไปเลยจะมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับอยู่ เสียค่าขึ้นตึกไปชม 200 เยน พอขึ้นมาชั้นบนก็จะได้เห็นภาพทุ่งนาข้าวแบบนี้ มันเจ๋งมากจริงๆ คุ้มที่ได้มาชมด้วยตา ซึ่งปีนี้ (ปี 2015) ทำเป็นธีมของภาพยนตร์ชื่อดังในอดีต ชื่อว่า Gone with the Wind โดยทำเป็นรูปของนักแสดงชาย Rhett Butler กำลังอุ้มนักแสดงหญิง Scarlett O'Hara แต่พื้นที่ชมบนตึกค่อนข้างแคบไปนิด สามารถเดินวนได้รอบตึก ซึ่งเท่าที่ดูชาวญี่ปุ่นให้ความสนใจมาชม Tanbo Art กันเยอะเหมือนกัน เดินผ่านจะได้ยินเสียงอุทาน สุโค้ยๆ ตลอด

040506070810

แล้วจากที่นี่ยังมีนาอีกผืนให้ไปชม  พอจะไปอีกนานึงจะมีรถตู้แบบนี้รับส่ง ซึ่งจะวิ่งเป็นรอบๆ ไม่ไกลจากที่แรกนัก สอบถามเจ้าหน้าที่ได้เลย อีกที่ก็จะต้องเสียค่าเข้าชมอีก 200 เยนเหมือนเดิม ที่นี่จะเป็นหอคอยที่ทำมาเพื่อชม Tanbo Art โดยเฉพาะ แปลงนานี้เป็นภาพจากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars และข้างๆ นานี้จะมี สถานีรถไฟ Tamboato เดินไปนิดเดียวใกล้มาก สามารถนั่งกลับไปที่สถานี Hirosaki ได้เลยจ้า เราว่าเป็นสายรถไฟที่ชิลมากนั่งผ่านทุ่งนา ภูเขาบรรยากาศดีมากๆ อยากให้ไปชมกันดูสักครั้ง

111213

สรุป Tanbo Art คือศิลปะบนนาข้าวที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้านทำผืนดินว่างเปล่าให้กลายมาเป็นรูปภาพโดยใช้ข้าวแต่ละสายพันธุ์มาปลูก ซึ่งภายใต้รูปภาพเหล่านั้นมันซ่อนความหมายไว้มากมาย รอให้พวกเราได้ไปชื่นชมและค้นหาความหมายของศิลปะบนนาข้าว ณ หมู่บ้าน Inakadate...หมู่บ้านศิลปะบนนาข้าว...

ค่าเข้าชมบนหอคอย : ผู้ใหญ่ 200 เยน เด็ก 100 เยน

หอคอยเปิด-ปิด : ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.

ช่วงเวลาที่สามารถเข้าชม : เริ่มตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงต้นเดือนตุลาคม

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : การท่องเที่ยวจังหวัดอาโอโมริ http://www.en-aomori.com/

เรื่อง-รูป Muayleklek

ติดตามกันได้ ที่นี่ นะคะ

IG : Muayleklek