ตามล่า Sakura บานหลังสงกรานต์บ้านเรา ตอนที่2 (Iimoriyama)

909

เราออกจากปราสาท Aizuwakamatsu ที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวหนาตาเดินทางมาชมซากุระแม้ดอกจะโรยไปมากแล้ว แต่กลีบซากุระที่โปรยปรายอยู่ในอากาศยามเมื่อลมพัดแรงก่อนจะร่วงหล่นสู่พื้นนั่นก็เป็นภาพความงดงามในอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน เรานั่งรถไปชมสวน Oyakuen Medicinal Gardens และใช้เวลาอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางสำคัญอีกแห่งในเมือง Aizuwakamatsu นั่นคือภูเขา Iimoriyama

01DSCF1789

ในอดีต Aizuwakamatsu นับเป็นจุดยุทธศาสตร์แห่งหนึ่งในการทำสงครามเพื่อรวบรวมหรือแบ่งแยก เพื่อปกครองหรือล้มล้างระบอบการปกครองที่ผูกขาดโดยตระกูล Tokugawa แล้วถวายพระราชอำนาจให้กลับคืนไปสู่พระจักรพรรดิ องค์ประมุขสูงสุดแท้จริงของประเทศ ในสงคราม Boshin ช่วงปลายๆสมัย Edo การต่อสู้ดำเนินไปอย่างเข้มข้นระหว่างฝ่ายปฏิรูปที่นำโดย Sakamoto Ryoma ซามูไรชั้นล่างที่มุ่งมั่นจะล้มระบบของตระกูลโชกุน Tokugawa กับฝ่ายที่ต้องปกป้องฐานที่มั่น ปราสาท Aizuwakamatsu แห่งตระกูล Yamamoto ของ Yae ยอดหญิงซามูไร ระหว่างการสู้รบของผู้คนต่างอุดมการณ์ก็เกิดโศกนาฏกรรมอันเป็นที่เล่าขานกันสืบมาในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น นั่นคือความตายของเหล่านักรบ Byakkotai หน่วยซามูไรพยัคฆ์ขาวที่อายุยังน้อยๆกันทั้ง 20 คน

เรานั่ง loop bus มาลงที่ป้าย Iimoriyama ทางขึ้นภูเขามีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Byakkotai ที่บอกเล่าเรื่องราวของหน่วยพยัคฆ์ขาวและสงคราม Boshin และที่สำคัญที่นี่ยังเก็บโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหล่า Byakkotai เอาไว้ด้วย (ค่าเข้าชมท่านละ 400 เยน)

AIZUWAKAMATSU, JAPAN - APRIL 21 2018: Byakkotai Museum of History concerning the Aizu Boshin War located at the base of Mt. Iimori, where the Byakkotai spent their final moment

การขึ้นไปชมสุสสานของเหล่าพยัคฆ์ขาวเป็นเรื่องที่เปลืองแรงมากเพราะต้องเดินขึ้นเขา ไม่แน่ใจว่าต้องขึ้นบันไดกี่ขั้น แต่ที่ชัวร์คือเกือบๆร้อย ดังนั้นมันจะเป็นเรื่องง่ายขึ้นเยอะถ้ายอมเสียตังค์ค่าบันใดเลื่อนคนละ 250 เยนแล้วค่อยๆเลื่อนขึ้นไปพร้อมกับบันได ถ้าไม่บ้าพลัง การเก็บพลังงานเอาไว้เดินท่องเที่ยวที่อื่นๆน่าจะคุ้มค่ากว่า

03IMG_3119

จากบันใดเลื่อนเราเดินถามทางอยู่พักนึงกว่าจะเดินขึ้นมาถึงสุสานของเหล่า Byakkotai ผู้ยอมสละชีพในศึกสุดท้ายของการยึดปราสาท Aizuwakamatsu บันทึกอย่างเป็นทางการทำให้เราทราบว่าเด็กหนุ่มอายุระหว่าง 14-16 ปีแห่งหน่วยพยัคฆ์ขาวได้ตกลงกันว่า ถ้าเมื่อใดเปลวเพลิงได้ลุกมอดไหม้ปราสาทนกกระเรียนที่อยู่ตรงหน้า นั่นคือสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้แห่งกองทัพ Aizu พวกเราจงรวมตัวกันกระทำ seppuku(1*) อัตวินิบาตกรรมอันมีเกียรติ สละชีวิตของตัวเองดีกว่าจะโดนจับเป็นตัวประกันหรือตายด้วยน้ำมือของศัตรู แต่ใครจะไปคิดว่าเด็กหนุ่มเหล่านั้นจะคาดการณ์ผิด เพราะในความเป็นจริงแล้วควันไฟที่คุโชนเหมือนจะเผาไหม้ปราสาทให้เป็นจุณ มันเกิดขึ้นด้านนอกกำแพงปราสาท แม้ฝ่าย Aizu จะเพลี่ยงพล้ำแต่ก็ยังไม่ถึงกับพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตามเงาแห่งความปราชัยก็ได้ทาบทับลงบนตระกูล Yamamoto ผู้บัญชาการรบแห่งแคว้น Aizu และหลังจากนั้นเพียงไม่นาน ปราสาทนกกระเรียนก็ถูกยึดครองในที่สุดหลังจากสงครามครั้งนี้ เรื่องราวของเหล่า Byakkotai ได้ถูกถ่ายทอดเป็นต้นแบบแห่งความจงรักภักดีและเล่าขานกันในสังคมญี่ปุ่นจากรุ่นสู่รุ่น

AIZUWAKAMATSU, JAPAN - APRIL 21 2018: The grave site of Byakkutai (White Tiger Force) at Mt. Iimori, young teenage samurai who fought and committed suicide in the Boshin war

แม้ว่าพยัคฆ์ขาวจะมีกัน 20 คน แต่ที่ทำ seppuku สำเร็จมีเพียง 19 คน ดังนั้นเราจะเห็นป้ายชื่อของเหล่า Byakkotai ตั้งเรียงกันอยู่ 19 ป้าย และไม่ไกลจากจุดนี้ มีหลุมศพของ Iinuma Sadakichi พยัคฆ์ขาวเพียงหนึ่งเดียวที่รอดชีวิตและมีชีวิตยืนยาวมาถึง 77 ปี แยกออกมาจากหลุมศพของ Byakkotai ทั้ง 19 คนนอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ของ Byakkotai กำลังมองไปยังทิศที่ปราสาท Aizuwakamatsu ตั้งอยู่ เพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมอันเด็ดเดี่ยวของเหล่าทหารน้อยๆอีกด้วย

AIZUWAKAMATSU, JAPAN - APRIL 21 2018: The grave site of Byakkutai (White Tiger Force) at Mt. Iimori, young teenage samurai who fought and committed suicide in the Boshin war

กลับลงมาจากสุสานเรามุ่งไปที่ๆต้องไปอีกที่นึงบนเขา Iimoriyama นั่นคือวัด Aizu Sazaedo ที่อยู่ด้านล่างห่างออกไปไม่ไกล ที่นี่มีสถาปัตยกรรมเจดีย์ไม้โบราณที่พลาดไม่ได้จริงๆเพราะเป็นองค์เจดีย์ที่ amazing มากๆ เจดีย์ไม้ทรงหกเหลี่ยมความสูง 16.5 เมตรนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ 1796 นอกจากจะป็นเจดีย์ไม้ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นแล้ว ยังถูกขึ้นทะเบียนสมบัติลำค่าทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย ที่โดดเด่นคือสถาปัตยกรรมด้านในที่เราสามารถเดินขึ้นไปชั้นบนสุดขององค์พระเจดีย์แล้วเดินกลับลงมาโดยที่ไม่ได้ใช้ทางเดิมเหมือนกับทางขึ้นและทางลงเป็นเกลียวม้วนรอบแกนกลางเจดีย์สลับกันไป

Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu Sazaedo Temple or Entsu Sansodo Built in 1796, it's one of the oldest wooden structures of its kind and a designated Important Japanese Cultural Property

แม้จะอยู่ในช่วงปลายของซากุระแล้ว แต่ดอกซากุระที่บานเต็มที่ที่ด้านหน้าเจดีย์และบางส่วนที่ร่วงโรยปลิดปลิวไปตามสายลมก็ขับให้องค์เจดีย์ไม้โบราณดูสวยงามขึ้นมาอีกไม่น้อย เสียดายว่าเรามีเวลาที่นี่จำกัดแค่วันเดียวไม่งั้นคงจะอยู่เที่ยวต่อจริงๆนะ ท้ายที่สุดก็ตัดใจลงเขาเข้าสถานีรถไฟเพื่อไม่ให้พลาดรถไฟขบวนที่จองไว้เพื่อไปหาที่นอนที่ Sendai ก่อนที่จะตะลุยขึ้นเหนือไปตามหาซากุระบานฉ่ำในเช้าวันถัดไป

Aizu Sazaedo Temple with cherry blossom in Fukushima, Japan Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu Sazaedo Temple or Entsu Sansodo Built in 1796, it's one of the oldest wooden structures of its kind and a designated Important Japanese Cultural Property

ซากุระเจ้าเอย เจ้าจงเบ่งบานในทุกๆหนแห่งที่ข้าทั้งสองย่างกราย......

(*1) seppuku เป็นพิธีกรรมการสละชีวิตอันมีเกียรติของเหล่า samurai เริ่มจากการใช้ดาบสั้นประจำตัวแทงและคว้านเข้าไปในช่องท้อง ขณะที่จะมีคนคอยดำเนินการบั่นศีรษะของผู้ทำการ seppuku เพื่อไม่ให้รับความทรมานมากเกินไป คาดว่า 1 ใน 20 พยัคฆ์ขาวที่รอดชีวิตมาได้เพราะน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่ไม่มีคนช่วยบั่นศรีษะให้ คาดว่าคงต้องทนทรมานมากทีเดียวทั้งร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและจิตใจที่เห็นเพื่อนๆ ต้องจากไปต่อหน้า

from-the-outside-in