Panasonic จะย้ายฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยไปเวียดนาม

227
https___s3-ap-northeast-1.amazonaws.com_psh-ex-ftnikkei-3937bb4_images_3_5_1_5_27175153-3-eng-GB_Cropped-1589982020RTX2ZA82

Photo via Reuters

Panasonic มีแผนจะปิดโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่นอกกรุงเทพฯ และรวมการผลิตให้อยู่ที่โรงงานขนาดใหญ่ในเวียดนามเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

โรงงานในไทยจะหยุดการผลิตเครื่องซักผ้าในเดือนกันยายนนี้ และตู้เย็นในเดือนตุลาคม และจะปิดโรงงานในเดือนมีนาคม 2021 รวมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้วย

พนักงานจำนวนประมาณ 800 คน ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทในกรุงเทพฯ จะถูกปลดการทำงาน อย่างไรก็ตาม อาจมีการช่วยเหลือโดยหาตำแหน่งงานอื่นๆ ในกลุ่มบริษัทให้

แผนการย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามนี้ Panasonic ตั้งเป้าว่าจะลดต้นทุนการจัดซื้อชิ้นส่วนร่วมต่างๆ ซึ่งโรงงานในเวียดนามที่ตั้งอยู่นอกกรุงฮานอยนั้น เป็นศูนย์กลางการผลิตตู้เย็นและเครื่องซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีกำลังในการผลิตสูง

การย้ายฐานการผลิตนี้สะท้อนเฟสใหม่ด้านการผลิตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยนับตั้งแต่ช่วงปี 1970 บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่นได้ย้ายฐานการผลิตจากในประเทศไปยังประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เนื่องจากค่าเงินเยนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการลอยตัวอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของญี่ปุ่น

ในเวลาต่อมา ฐานการผลิตก็ถูกย้ายจากสิงคโปร์และมาเลเซียมายังประเทศไทย เนื่องจากค่าแรงในสิงคโปร์แพงขึ้น ปัจจุบันบริษัทกำลังมองหาฐานการผลิตที่ถูกกว่า ในขณะเดียวกันก็มุ่งเน้นไปยังความต้องการที่มีศักยภาพปริมาณมากสำหรับตู้เย็น เครื่องซักผ้า และไมโครเวฟ ในกลุ่มประเทศที่มีประชากรมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

Panasonic ได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขนาดใหญ่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 1979

อย่างไรก็ตาม การผลิตโดยรวมจะไม่ลดลงจากการเปลี่ยนฐานการผลิตในครั้งนี้

ปัจจุบัน Panasonic มีการจ้างงานพนักงานในเวียดนาม 8,000 คน นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่แล้ว ยังมีการผลิตอุปกรณ์เฉพาะ เช่น ทีวี โทรศัพท์ไร้สาย เทอร์มินัลการจ่ายเงินผ่านบัตร และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วย

Panasonic อยู่ในระหว่างความพยายามในการปรับโครงสร้างบริษัท โดยมีเป้าหมายในการลดต้นทุนให้ได้หนึ่งแสนล้านเยน (930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในสิ้นปีงบประมาณเดือนมีนาคม 2022 และกำลังพิจารณาการเปลี่ยนแปลงการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมด้วย

เมื่อปีที่แล้ว Sharp ได้เพิ่มกำลังการผลิตเครื่องซักผ้าและตู้เย็นในอินโดนีเซีย 30% และ 20% ตามลำดับ


Source: Nikkei Asian Review