ไปทำไม Okinawa? (ตอนที่2)

1,483

จากตอนที่แล้ว ไปทำไมโอกินาว่าตอนที่ 1 เราดื่มด่ำอยู่กับท้องทะเลสีฟ้า และบรรดาเพื่อนรักสัตว์น้ำ ตอนนี้ เราจะพาไปเที่ยวศิลปะวัฒนธรรมของ Okinawa กันค่ะ ไม่ต้องเสียเวลา ไปกันเลยค่ะ

ที่แรกของตอนนี้คือ Nakagusuku castle Ruins ค่ะขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่น เมืองไหนๆ ก็จะมีปราสาทประจำเมืองกันทั้งนั้น แต่เชื่อว่า ไม่มีที่ไหนที่เหมือนที่นี่

Nakagusuku castle เป็นหนึ่งในปราสาทที่สร้างขึ้นทั่วเกาะ Okinawa ในช่วงราชอาณาจักร Ryukyu ก่อนจะกลายเป็นจังหวัด Okinawa ในปี 1879 แม้ว่าปัจจุบันจะเหลือเพียงซากปรักหักพังของปราสาทที่ได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี แต่เราก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ในอดีตได้ และ ได้รับการบันทึกให้อยู่ใน UNESCO World Heritage  ประจำปี 2000

IMG_8092 IMG_8093 IMG_8088 IMG_8081

ที่ต่อไป จะไปชมอีกปราสาทนึง ที่น่าจะบ่งบอกถึงความมีเอกลักษณ์ของ Okinawa ที่แตกต่างจากที่อื่นๆ ของญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี เราจะ Shurijo castle กันค่ะ

เมือง Naha ของจังหวัด Okinawa นั้นมีชื่อเดิมว่าเมือง Shuri ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักร Ryukyu

และ Shurijo castle นี้ก็เป็นศูนย์กลางของการบริหารราชการ และเป็นที่อยู่อาศัยของกษัตริย์มาเป็นเวลานาน จนกระทั่งกลายเป็นจังหวัด Okinawa ในปี 1879 ซึ่งปราสาทแห่งนี้ได้รับขึ้นบัญชีเป็น UNESCO World Heritage ด้วยเช่นกันงานสถาปัตยกรรมของ Shurijo castle แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีระหว่างดินแดนแห่งนี้กับจีนแผ่นดินใหญ่ มีการผสมผสานกันเป็นอย่างดีของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นและจีน ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารสีแดงสด ลวยลายต่างๆที่ประดับอาคาร และซุ้มประตู ทำให้ปราสาทแห่งนี้มีเอกลักษณ์มากๆเลยค่ะ

image_648344 image_6483441

image_64834412

ที่ต่อไป ไม่ไปไม่ได้ค่ะ ชื่อเค้าก็บอกอยู่แล้วว่าถ้ามา Okinawa ต้องมาที่นี่ Okinawa world

Okinawa World หรือชื่อที่เป็นทางการหน่อย คือ Culture Kingdom Gyokusendo เป็น Theme Park แห่งหนึ่งในจังหวัด Okinawa ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นำเสนอทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม รวมถึงความงดงามของธรรมชาติของท้องถิ่นนี้ รวมทั้งมีร้านขายของฝาก ของที่ระลึกด้วย เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียว เที่ยวครบ จบแน่ !

 IMG_8234สำหรับบัตรเข้า Okinawa world ราคาจะแตกต่างกันตาม โซนที่เราเข้าชมนะคะ ได้ตั๋วแล้ว ไปลุยกันเลย

โซนที่สำคัญ และไม่ควรพลาดเลยคือ ถ้ำ Gyokusendo ซึ่งเป็นถ้ำเก่าแก่อายุกว่า 300,000 ปี แถมยังเป็นถ้ำที่มีความยาวถึง 5,000 เมตร ตลอดทางเดินด้านในถ้ำให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้าไปสู่โลกใต้บาดาลเลยค่ะ มีทั้งหินงอกหินย้อย ลำธาร น้ำตก มหัศจรรย์จริงๆ

IMG_8236 IMG_8237โซนอื่นๆ ประกอบด้วยโซนแสดงศิลปะวัฒนธรรม และโซนสวนงู ค่ะ ที่เกาะ Okinawa มีงูชนิดนึงที่มีพิษร้ายแรง ชื่อ งู Habu แต่ร้ายแรงแค่ไหน ก็ไม่เท่าคน เพราะคนได้จับงูมาดองเหล้า กลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังไปเรียบร้อยแล้ว!!! ในส่วนนี้ #travelholic ก็ได้ลองเช่นกัน ว่ามันจะคึกคักแค่ไหน

IMG_8243

สำหรับที่สุดท้าย ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่ความสูญเสียและความหวังในเรื่องสันติภาพ กันที่สวนแห่งสันติภาพ  Okinawa Peace Memorials Park ภายใต้ความร่มรื่นของสวนแห่งนี้ อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ ความระลึกถึง และร่องรอยความสูญเสียจากสงคราม

ในช่วงสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 บนเกาะ Okinawa ถือว่าเป็นสถานที่ ที่มีการนองเลือดมากที่สุดแห่งนี้ในสงคราม เนื่องจากกองทัพสหรัฐอเมริกาได้บุกขึ้นมาและยึดครองเกาะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์มากกว่า 200,000 คนตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน ปี 1945

ภายในสวนแห่งสันติภาพนี้ ประกอบไปด้วยสิ่งต่างๆมากมาย เพื่อให้เราได้ระลึกถึง ความโหดร้ายและความสูญเสียที่เกิดขึ้น รวมทั้งความหวังในสันติภาพ ที่เกิดขึ้น พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ตามนี้

  • อนุสาวรีย์อีกแห่งซึ่งอยู่ภายในสวนสาธารณะแห่งนี้คือ "แผ่นหินแห่งสันติสุข" (Cornerstone of Peace) ซึ่งเป็นหมู่แผ่นหินขนาดใหญ่ที่จารึกชื่อของผู้ที่สูญเสียในสงครามทั้งทหารและพลเรือน ซึ่งประกอบด้วยชาวเกาหลี ไต้หวัน อเมริกันและชาวอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่จัดเป็นอนุสรณ์สถานซึ่งได้รับการบริจาคโดยจังหวัดอื่นๆ อีก 46 จังหวัดของญี่ปุ่น
  • พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สถานสันติภาพ(Peace Memorial Museum) จัดแสดงข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสงคราม การต่อสู้ และการบูรณะฟื้นฟูเมืองโอกินาว่า
  • อนุสาวรีย์ฮิเมยูริ(Himeyuri Monument) และพิพิธภัณฑ์ เพื่อระลึกถึงนักเรียนมัธยมหญิงที่ทำงานในโรงพยาบาลของกองทัพ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลง
  • ไฟแห่งสันติภาพ ที่ตั้งอยู่กลางจตุรัส ที่จะถูกจุดขึ้นใน วันที่ 23 มิถุนายน ซึ่งเป็น "Okinawa Memorial Day" เพื่อระลึกวันที่สงครามแห่ง Okinawa ได้สิ้นสุดลงในสงครามแปซิฟิค

เป็นยังไงบ้างคะ เกาะ Okinawa จากการบอกเล่าของ #travelholic หวังว่าทุกคนคงสนุกไปกับเรื่องราว และทำให้อยากไปลองไป Okinanwa ดูสักครั้ง ไปหาคำตอบเองว่า ไปทำไม? นะคะ แล้วพบกันอีกค่ะ

ติดตามเรื่องราวการท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ https://m.facebook.com/NusTravel2016/

#travelholic