ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ...แช่ออนเซนหุบเขานรก ณ เมือง Noboribetsu

35,002

001002

ถ้านึกถึงการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นหนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องเที่ยวเมืองน้ำพุร้อนอยู่แน่ๆ เราก็ไม่พลาดที่จะไปเยือนเมืองน้ำพุร้อนเหมือนกันนะ เพราะการแช่ออนเซนนี่ถือว่าเป็นวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมายาวนาน มาญี่ปุ่นทั้งทีต้องลองมาแช่ออนเซนทำตัวกลมกลืนกับเค้าหน่อย

เมือง Noboribetsu เป็นเมืองออนเซนที่มีชื่อเสียงบนเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองน้ำพุร้อนธรรมชาติที่ควรค่าแก่การมาลองแช่ดูซักครั้ง และยังมี หุบเขา Jigokudani หรือที่เรียกกันว่าหุบเขานรก ที่นี่สามารถเห็นน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินตามธรรมชาติได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่รวมรีสอร์ทสำหรับการพักผ่อนแช่ออนเซนด้วย

การเดินทางไปเมือง Noboribetsu  ตั้งต้นจากสถานี JR Sapporo นั่งรถไฟสาย Limited Express Hokuto ใช้เวลา 75 นาที งานนี้ไม่เสียค่ารถเพราะเราใช้ JR Pass เดินทางเหมือนเคย พอถึงที่สถานี Noboribetsu แล้ว ให้เดินออกด้านหน้าเลี้ยวขวา ไปรอขึ้นรถบัสสาย Muroran ต่อไปที่ Noboribetsu Onsen ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่าโดยสาร 340 เยน

ซึ่งตอนขามาจากซัปโปโรเราไม่ได้จองที่นั่งไว้ก่อน เลยไม่มีที่นั่งต้องนั่งตรงรอยต่อของตู้รถไฟ ก็ชิลดีนะนั่งชมวิวไปเรื่อยๆ ไม่ต้องห่วงรถเต็มแบบนี้เรามีเพื่อนร่วมทางมานั่งตรงรอยต่อเพียบเหมือนกัน แต่จะเสียตรงที่เราจะไม่ได้ยินเสียงประกาศว่าถึงสถานีอะไรแล้ว แนะนำถ้าใครมีแพลนอยู่แล้วให้จองตั๋วที่นั่งก่อนมาดีกว่า ด้วยความชิลเกินไปของเราเลยไม่ได้จองที่นั่งไว้ก่อน01

02

พอมาถึงสถานี Noboribetsu แล้วอยากจะกรี๊ดดังๆ คือพอลงจากรถไฟแล้วเราต้องข้ามไปอีกฝั่ง โดยที่บันไดเลื่อนไม่มี ลิฟท์ก็ไม่มี ตอนนั้นคิดว่าส่องหาทั่วแล้วนะ แล้วกระเป๋าเรานั้นใบใหญ่น้ำหนัก 15 กิโลได้ นึกสภาพผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องแบกหรือเรียกว่าแถกกระเป๋าขึ้นบันไดข้ามไปอีกฝั่งซิ นี่ยังไม่ข้ามไปคิดถึงขากลับละว่าสภาพคงไม่ต่างจากตอนนี้ แต่ด้วยความโชคดีคุณลุงเจ้าหน้าที่คงเห็นสภาพละว่านางคงไม่รอดข้ามมาช่วยหิ้วกระเป๋าด้วยใจดีจัง ไปต่อจ้า

เมือง Noboribetsu ตั้งอยู่บนเขาสูง 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นส่วนหนึ่งของเขตอุทยานแห่งชาติ Shikotsu-Toya ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างเส้นทางการเดินทางจาก Sapporo ไปยังเมือง Hakodate และอยู่ใกล้ทะเลสาบ Toya จึงเป็นสถานที่แวะระหว่างทางของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย รวมทั้งเราด้วย ที่เลือกมาพักที่เมืองนี้เพราะอยากมาแช่ออนเซนชิลๆ ถึงเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องออนเซนดูบ้าง03

04

ถึงละหน้าสถานีรถบัส Noboribetsu Onsen ไม่หลงแน่นอนเพราะเป็นป้ายสุดท้าย ที่พักเราอยู่แถวสถานีนี่เอง ใกล้ๆ มาก เอาของไปฝากแล้วเตรียมไปเดินเล่นต่อเลย อ้อสามารถขอแผนที่การเดินเที่ยวได้ที่สถานีรถบัสได้เลยนะ

ระหว่างทางเดินที่จะไปตามที่เที่ยวต่างๆ ก็จะมีร้านขายของเต็มสองข้างทาง แต่ยังดูเป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขาที่เงียบสงบอยู่ ตอนเราไปนักท่องเที่ยวบางตาตอนเที่ยงๆ นะ แต่พอตกเย็นเดินกันเต็มเมืองเลยเป้าหมายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาชมหุบเขานรก Jigokudani กัน เดี๋ยวเราจะพาไปชมเหมือนกัน05

06

07

08

09

เดินขึ้นเขามุ่งหน้าไปทางหุบเขานรก ระหว่างที่เดินในเมืองนี้จะได้กลิ่นกำมะถันของน้ำแร่ตลอดทาง จะเจอที่นี่ก่อน Sengen Park ข้างหน้าจะมีกระบองยักษ์อยู่ส่วนข้างในจะมีบ่อน้ำพุร้อนที่กำลังพวยพุ่ง ที่นี่เราจะเห็นรูปปั้นยักษ์เต็มเมืองไปหมด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง เชื่อว่าช่วยปกป้องเมืองนี้ ยักษ์ที่อาศัยอยู่ในจิโกกุดานิเรียกว่า “ยุคิจิน” เป็นยักษ์ดีที่จะนำเอาโชคร้ายไปแล้วจะทำให้ผู้คนมีความสุข นี่เป็นยักษ์ 2 สีอยู่ระหว่างทางขึ้นไปหุบเขานรก

10

11

12

13

14

15เดินมาเรื่อยๆ เราก็มาถึง Jigoku-Dani (Hell Valley) หรือหุบเขานรก ภาพแรกที่เห็นมันยิ่งใหญ่จังเลยเน้อ มีควันลอยเต็มหุบเขา มีสะพานเดินไปจนถึงกลางหุบเขา ตอนแรกเราก็คิดนะตลอดเวลาที่เดิน เค้าเดินไปดูอะไรกันนะ แต่ก็เดินตามกันไป ยิ่งเดินเข้าไปกลางหุบเขาเราว่าไม่ค่อยสวยนะ ดูไกลๆ สวยกว่า ตอนแรกจะเดินกลับละ แต่เอานะเดินมาตั้งไกลแล้วไปให้สุดทางละกัน สุดท้ายที่เดินไปดูกันคือ “ตาน้ำพุร้อน” ซึ่งเป็นจุดที่เห็นควันลอยมานั่นเอง16

17 18

19

20

21

22

23

24

25

จากนั้นเดินกลับมาขึ้นเขาไปอีกทางเพื่อไปยัง Mt.Hiyori & Oyunuma อันนี้ขอบอกว่าข้ามเขาลูกย่อมๆ ลูกนึงเลยจ้า แต่วิวสวย ยอมเลย ลงไปด้านล่างก็จะเป็นบ่อน้ำร้อนของทะเลสาบ Oyunuma (โอยุนุมะ) ซึ่งในเขาลูกนั้นจะมีทางเดินสามารถเดินเข้าไปยังจุดต่างๆ ตามแผนที่ได้ แต่ด้วยความอ่อนหล้าจากการเดินขึ้นลงเขาเราเลยไม่สามารถเดินไปครบทุกจุด เลยเดินกลับมาที่หุบเขานรกเพื่อไปเดินเล่นในเมืองต่อ โอยบอกเลยเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ยขึ้นเขาไปกลับใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงได้ แต่วิวดีจริง

พอเดินกลับมาที่หุบเขานรกฟ้าเปิด จากขาไปฟ้าขาวพอกลับมาฟ้าสีฟ้าสวย เลยแชะรูปอีกสักนิด ช่วงหน้าร้อนแบบนี้อีกอย่างที่ชอบคือดอกไม้จะเยอะมาก นี่เจอพุ่มดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าสวยแวะแชะรูปเพลินทีเดียว เดินเที่ยวจนค่ำก็กลับไปกินอาหารเย็นเป็นแบบบุฟเฟ่ที่โรงแรมที่พัก อิ่มสบายปิดท้ายค่ำคืนนี้ พร้อมไปแช่ออนเซนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินขึ้นลงเขา ให้คุ้มค่ากับที่ได้มาถึงแหล่งออนเซนขึ้นชื่อ ณ เมือง Noboribetsu26

27

28

29

30

31

32

33

34

35

36

37

การเดินทางจากสถานี JR Sapporo นั่งรถไฟสาย Limited Express Hokuto ใช้เวลา 75 นาที ถึงที่สถานี Noboribetsuแล้วต่อรถบัสสาย Muroran ไปที่ Noboribetsu Onsen ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ค่าโดยสาร 340 เยน

เรื่อง-รูปโดย :  Muayleklekติดตามกันได้ที่https://www.facebook.com/JourneyTogether55IG : Muayleklek