Nippon Gourmet Road ถนนสายอาหารที่รวบรวมอาหารอร่อยทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียวที่สถานีโตเกียว

14,958

เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ จากเหนือสุดไปจรดใต้สุดก็มีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้ทำให้อาหารของแต่ละท้องถิ่นมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากเราต้องการชิมของอร่อยจากทั่วทุกภูมิภาคของญี่ปุ่น ก็คงต้องใช้เวลาไม่ใช่น้อยในการเดินทางไปทั่วประเทศ ต้องลงทุนลงแรงกับค่ารถ ค่าที่พักและค่าเสียเวลา แต่จะดีสักแค่ไหน ถ้าหากมีสถานที่แห่งหนึ่งที่รวบรวมของอร่อยจากทั่วประเทศญี่ปุ่นมาไว้ให้เราในที่เดียว สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงอีกต่อไป เพราะว่าสถานที่ดังกล่าวคือ “สถานีโตเกียว” ค่ะ

gourmet39

สถานีโตเกียวรวบรวม 8 ร้านดังจากทั่วประเทศ ที่มีอาหารรสเด็ดของแต่ละท้องถิ่นมารวมไว้ที่ชั้น B1 ในชื่อ “นิปปอน กูร์เมต์ โร้ด” (Nippon Gourmet Road) หรือแปลให้เป็นไทยง่ายๆ ก็คือถนนสายอาหารของญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2016 วันนี้คัดเลือกมา 3 ร้านเด็ดๆ โดนๆ ที่ควรไปลิ้มลองกันสักครั้งหากได้มาเยือนสถานีโตเกียวค่ะ

ร้านที่ 1 : ฮะโกะดะเทะ ทะจิกุอิซูชิ คันทะโระ (Hakodate Tachiguizushi Kantaro)  

ร้านซูชิร้านนี้ที่หน้าร้านเขียนว่า “ซูชิยืนกิน” (Standing Sushi Bar) ซึ่งร้านแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของร้านอาหารแบบญี่ปุ่นที่ร้านอาหารในประเทศไทยไม่มี ถ้าหากเพื่อนๆ เห็นร้านอาหารแบบนี้ก็ขอให้นึกเอาไว้ว่ามันคือฟาสต์ฟู๊ดแบบญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ เน้นการรับประทานอาหารในเวลาอันรวดเร็ว กินเสร็จแล้วก็ไป ไม่ใช่ร้านอาหารแบบที่มารับประทานอาหารแบบใช้เวลาสบายๆ  นั่งรับประทานอาหารไป คุยกันไปแบบอ้อยอิ่ง

ร้านยืนกินที่ญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ร้านซูชินะคะ แต่ว่าก็ยังมีร้านขายอาหารแบบอื่นๆ ที่เป็นร้านยืนกินด้วย อย่างเช่น ร้านราเมนยืนกินหรือร้านอิซะกะยะแบบยืนกินค่ะ  (ร้านอิซะกะยะคือร้านกินดื่มแบบญี่ปุ่น เน้นขายอาหารรับประทานง่ายๆ และเครื่องดื่มจำพวกเหล้าชนิดต่างๆ ลูกค้าส่วนใหญ่คือพนักงานออฟฟิศหลังเลิกงานในแต่ละวัน)

บริเวณหน้าร้านแต่ละร้านบนถนนสายอาหารนี้ จะมีแผนที่ประเทศญี่ปุ่นติดอยู่ พร้อมกับระบุจุดสีแดงไว้หนึ่งจุด ซึ่งจุดสีแดงก็ทำให้ลูกค้าทราบได้อย่างง่ายดายว่าร้านแต่ละร้านมาจากภูมิภาคไหนของประเทศญี่ปุ่น นับว่าเป็นการสื่อสารที่ง่ายและสะดวกจริงๆ เลยนะคะ

 gourmet17

ร้านฮะโกะดะเทะ ทะจิกุอิซูชิ คันทะโระนั้นเป็นร้านที่มีความพิเศษตรงที่ทางร้านนำวัตถุดิบที่เป็นอาหารทะเลใหม่ๆ สดๆ ส่งตรงจากฮะโกะดัทเทะ จังหวัดฮอกไกโดมาที่ร้านในสถานีโตเกียวทุกวัน ดังนั้น ถึงแม้ว่าเราจะรับประทานที่โตเกียว ก็มั่นใจได้ในความสดใหม่ อร่อยเหมือนรับประทานที่ฮะโกะดัทเทะเลยทีเดียวค่ะ   

gourmet54

ร้านดั้งเดิมนั้นเคยเป็นร้านซูขิสายพานมาก่อน ซึ่งมีเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งแบบปรกติ ต่อมาเมื่อได้มาเปิดให้บริการที่สถานีโตเกียวก็ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นร้านซูชิแบบยืนกิน เพราะอยากอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่สถานีโตเกียว ซึ่งลูกค้าส่วนมากเป็นคนที่ต้องเดินทาง ทำให้อาจจะมีเวลาเพียงเล็กน้อยสำหรับการรับประทานอาหาร ซูชิยืนกินจึงเป็นคำตอบที่คิดว่าลงตัวที่สุด

gourmet04

gourmet05

เมื่อเข้ามาในร้านก็จะเห็นว่ามีเคาน์เตอร์อยู่พร้อมเชฟคอยให้บริการที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ เราก็เข้าไปยืนและสั่งอาหารที่หน้าเคาน์เตอร์เลย การสั่งอาหารที่ร้านนี้ก็ไม่ยากนะคะ เนื่องจากทางร้านใช้ไอแพดในการสั่งอาหาร มีภาษาให้บริการถึง 4 ภาษาได้แก่ภาษาญี่ปุ่น เกาหลี จีนและอังกฤษ  

gourmet08

สี่เมนูที่ได้รับความนิยมสำหรับต่างชาติมากๆ ของที่ร้านนี้ก็คือเมนู ปลาแซลมอน ปลามะกุโระ (ปลาทูน่า) กุ้งและเนกิโทะโระ (ปลาทูน่าสับโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย)

ลูกค้าสั่งอาหารได้ตามความต้องการ ซึ่งมั่นใจได้ในความสดใหม่ของวัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี

gourmet06 gourmet07

การเสิร์ฟอาหารของร้านนี้ก็มีเอกลักษณ์ของตัวเองที่แตกต่างจากร้านอื่นด้วยนะคะ เนื่องจากร้านซูชิส่วนมากมักจะเสิร์ฟซูชิบน “เกตะ” แผ่นไม้ที่มีทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนรองเท้าเกี๊ยะญี่ปุ่น แต่ที่ร้านนี้ไม่ใช้เกตะค่ะ แต่ทางร้านกลับเสิร์ฟซูชิบน “ใบไผ่” เพราะบนใบไผ่นั้นมีสารที่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียได้ตามธรรมชาติ จึงเหมาะที่จะใช้รองอาหารที่รับประทานแบบดิบๆ อย่างเช่นซูชิค่ะ โอ้โห..นี่มันภูมิปัญญาชาวบ้านวิถีญี่ปุ่นชัดๆ เป็นอีกหนึ่งความรู้ใหม่เลยนะคะเนี๊ยะ

 gourmet14

ซึ่งก็เป็นเหตุผลเดียวกันกับที่คนญี่ปุ่นมักจะนิยมรับประทานขิงดองเวลาที่รับประทานซูชิ เพราะว่าขิงดองก็มีฤทธิ์ตามธรรมชาติที่ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่มีในอาหารดิบได้เช่นกันค่ะ

gourmet10

อาหารที่ลองสั่งมาในคราวนี้ก็คือ โอโทโร่จำนวน 2 ชิ้น หอยเชลล์ 1 ชิ้น และปลาแซลมอน 1 ชิ้นค่ะ อาหารมาแล้ว น่ารับประทานมากๆ เลยนะคะ

gourmet11

สำหรับการรับประทานซูชิให้อร่อยนั้น ถ้าถามว่าฤดูกาลใดที่เหมาะสม ก็คงจะเป็นช่วงฤดูหนาว เนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นทำให้ปลาผลิตไขมันออกมามากเป็นพิเศษ มีผลทำให้เนื้อปลามีความนุ่มมากขึ้นเมื่อมีไขมันแทรก เมื่อรับประทานเนื้อปลาก็จะรู้สึกได้ว่ามันเหมือนละลายในปากทันที ดังนั้นฤดูหนาวก็เป็นฤดูที่เหมาะสมที่จะรับประทานซูชิที่สุดเลยค่ะ แถมช่วงฤดูหนาวที่ญี่ปุ่นก็ยังเป็นฤดูกาลที่มีผลไม้อร่อยๆ มากมายด้วยนะคะ

nippongourmet15

พอได้ชิมซูชิที่เชฟเสิร์ฟมาให้ก็พบว่าอร่อยมากๆ สดใหม่จริงๆ ค่ะ โอโทโร่นี่ละลายในปากเลยทีเดียว หากมีโอกาสผ่านมาที่สถานีโตเกียวอีก ต้องแวะกลับมาชิมซูชิที่ร้านนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

เมื่อเรารับประทานอาหารเสร็จแล้ว ต้องการจะชำระเงินก็สามารถกดปุ่มชำระเงินที่ไอแพดเพื่อคิดเงินได้เลยนะคะ สะดวกมากๆ จากนั้นก็เดินไปจ่ายเงินกับพนักงานที่เคาน์เตอร์คิดเงินหน้าร้านได้เลย เป็นการให้บริการที่สะดวกมากๆ ไม่ต้องรอใบเสร็จรับเงินเพื่อไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์เหมือนร้านอาหารทั่วไป

gourmet09

พิกัดร้าน : A-7,B1,First Avenue Tokyo Station, 1-9-1,Marunouchi,Chiyoda-ku,Tokyo

วันให้บริการ : เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด

เวลา : 10:00 - 23:00 น. (รับออร์เดอร์ถึงเวลา 22:30 น.)

เบอร์โทร : 03-6551-2398

เว็บไซต์ : http://en.kantaro-hakodate.com/locations.html

ร้านที่ 2 : โทะยะมะ ชิโระเอบิเทอิ โตเกียว เอกิ เท็น (Toyama Shiroebi Tei Tokyo Eki Ten)  

อีกหนึ่งร้านที่มีซิกเนเจอร์ของตัวเองที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ร้านมีชื่อว่า “โทะยะมะ ชิโระเอบิเทอิ โตเกียว เอกิ เท็น” ชื่ออาจจะยาวอยู่สักหน่อย แต่สื่อให้ทราบว่าทางร้านมีอาหารที่ทำจากกุ้งขาวจากจังหวัดโทะยะมะนั่นเองค่ะ

gourmet19

gourmet18

หน้าร้านมีอาหารจำลองให้ลูกค้าได้ดูเป็นไอเดีย หากต้องการเมนูไหน ก็กดได้ที่ตู้อัตโนมัติหน้าร้านเลยค่ะ

gourmet20

“กุ้งขาว” (Daimon of Toyama Bay Shrimp) คือวัตถุดิบหายาก เป็นของดีของจังหวัดโทะยะมะ (Toyama Pref.) เนื่องจากเป็นกุ้งที่มีเฉพาะอ่าวโทะยะมะเท่านั้น (Toyama Bay) ทำให้มีความพิเศษ ปรกติแล้วใครที่อยากชิมเจ้ากุ้งขาวแสนอร่อยนี้ต้องเดินทางไปถึงจังหวัดโทะยะมะกันเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ แค่มาที่สถานีโตเกียวก็มีโอกาสชิมกุ้งขาวแสนอร่อยที่ว่านี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะว่าทางร้านนำกุ้งขาวสดใหม่จากโทะยะมะมาเสิร์ฟให้ทุกคนที่สถานีโตเกียวแบบวันต่อวัน

gourmet29

หากสังเกตจะพบว่าราคาอาหารที่เป็นเมนูกุ้งขาวนั้นจะแพงกว่าราคาอาหารปรกติอยู่สักหน่อย เนื่องจากอาหารแต่ละจานต้องใช้กุ้งขาวจำนวนมาก เพราะกุ้งขาวสดๆ หนึ่งตัวนั้น เมื่อแกะเปลือกออกทั้งหมด ก็จะเหลือเนื้อกุ้งอยู่เพียงนิดเดียวเท่านั้น

gourmet30

แต่ราคากลับไม่เป็นปัญหา เนื่องจากความสดใหม่ของกุ้งขาว ทำให้ลูกค้าติดใจและหลั่งไหลกันมาอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย

การซื้ออาหารที่ร้านนี้ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการหยอดเงินที่ตู้กดอัตโนมัติหน้าร้าน กดเลือกเมนูที่ต้องการ คูปองอาหารก็จะหล่นลงมา ก็นำไปให้พนักงาน ซึ่งวันนี้เราได้เลือกสองเมนูยอดฮิตของทางร้านมานำเสนอกัน เมนูที่ว่านี้คือ “Shiroebi Sashimi Don” และ “Toyama Special Ten don” มาดูกันค่ะว่าจะอร่อยสักแค่ไหน

gourmet21

เลือกเมนูที่ต้องการ

gourmet22

หยอดเงินและกดปุ่มเมนูอาหาร

gourmet25

ได้มาแล้วค่ะ คูปองอาหาร

บรรยากาศภายในร้าน

gourmet23

gourmet24

เมื่อจานแรกมาเสิร์ฟ ร้องว้าวเลยค่ะ สำหรับจานนี้ “Shiroebi Sashimi Don” กุ้งขาวสดๆ แกะเปลือก เสิร์ฟมาบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ที่มีไข่ฝอยรองอยู่ ในเซ็ทก็มีเทมปุระกุ้งขาวเสิร์ฟมาเป็นเครื่องเคียง พร้อมเซมเบ้กุ้งขาวและน้ำซุปที่ทำจากเปลือกกุ้งขาว เซ็ทนี้ราคา 2,480 เยนค่ะ

gourmet27

gourmet26

หนึ่งชามที่เห็นนี้ใช้กุ้งขาวจำนวน 99 ตัว เป็นเมนูที่ดูเหมือนง่าย แต่ว่ายากเพราะใช้เวลาค่อนข้างนานในการแกะกุ้งนะคะ คำแรกแนะนำให้รับประทานแบบนี้เลย ยังไม่ต้องเติมซอสปรุงรสใดๆ เพื่อให้ได้รับรสอร่อยตามธรรมชาติของกุ้งขาวจริงๆ ค่ะ

เมื่อกุ้งขาวเข้าปากแค่คำแรกก็รู้สึกได้ถึงความสด ไม่มีกลิ่นคาวเลย อ่อนนุ่ม ละลายในปากและมีรสหวานอย่างไม่น่าเชื่อว่าไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งรสใดๆ รับประทานพร้อมกับข้าว เข้ากันได้เป็นอย่างดี อร่อยมากค่ะ พอคำต่อมาก็เริ่มทดลองว่าถ้าใส่ซอสเพิ่มเข้าไปจะได้รสชาติแบบไหน ซึ่งก็ต้องร้องว้าวอีกครั้งเพราะว่าซอสโชยุสูตรพิเศษของทางร้านนั้นเข้ากันได้ดีกับกุ้งขาว ทำให้จานนี้มีรสชาติที่กลมกล่อมกำลังดี ซอสไม่เค็มเกินไป พอเหยาะใส่ข้าวที่ราดด้วยกุ้งขาวมา กลายเป็นรสชาติสุดอร่อยที่พอได้กินแล้วหยุดไม่ได้จริงๆ ค่ะ

โชยุสูตรพิเศษที่ว่านี้เป็นโชยุที่มีรสออกหวาน ไม่เค็มจนเกินไป ส่งตรงมาจากจังหวัดโทะยะมะ หากเพื่อนๆ ชอบรสของโชยุนี้ สามารถซื้อกลับบ้านได้นะคะ มีให้บริการตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์ค่ะ

gourmet36

สำหรับจานที่สองนั้นก็คือ “Toyama Special Ten don” ข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ที่มีท็อปปิ้งเป็นของทอดสูตรพิเศษจากโทะยะมะ ใช้กุ้งขาวทั้งตัวนำไปทอดเป็นเท็มปุระสูตรพิเศษ ในเซ็ทมีเซมเบ้กุ้งขาวและซุปที่ปรงจากเปลือกกุ้งขาว เซ็ทนี้ราคา 1,680 เยนค่ะ

gourmet34

gourmet35

เป็นอีกหนึ่งจานที่อร่อยมากๆ กุ้งขาวทอดกรอบที่สามารถรับประทานได้ทั้งตัว กรอบ มัน แถมมีรสชาติที่แตกต่างแอบซ่อนอยู่ทำให้จาน แรดิชที่มีรสชาติเปรี้ยวหน่อยๆ  ถูกนำไปทอดเป็นเทมปุระซ่อนมาอยู่ด้านล่าง พอได้รสชาติเปรี้ยวเล็กๆ จากผักก็ทำให้จานนี้กินได้ไม่มีเบื่อเลยค่ะ และยังไม่หมดแค่นั้น ความอร่อยคูณสองไปทันทีเมื่อได้เหยาะน้ำซอสสูตรพิเศษสำหรับข้าวหน้าเทมปุระ ซอสมีรสออกหวานๆ เค็มๆ ปนกันอย่างลงตัว

พิกัดร้าน : A-7,B1,First Avenue Tokyo Station, 1-9-1,Marunouchi,Chiyoda-ku,Tokyo

วันให้บริการ : เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด

เวลา : 10:00 - 23:00 น. (รับออร์เดอร์ถึงเวลา 22:30 น.)

เบอร์โทร : 03-5223-0525

เว็บไซต์ : http://www.shiroebiya.co.jp/guidance/tokyo.html

ร้านที่ 3 : คะโกะชิมะ คุโระคัทซึ เทอิ (Kagoshima Kurokatsu Tei)  

ร้านนี้คงถูกใจคนรักของทอดเป็นอย่างยิ่ง ร้านอร่อยร้านที่สามที่จะชวนมาชิมกันก็คือร้าน “คะโกะชิมะ คุโระคัทซึ เทอิ” ร้านนี้มีหมูดำคุโระบุตะชุบแป้งทอดซึ่งเป็นของดีของจังหวัดคะโกะชิมะค่ะ

ว่ากันว่าถ้าอยากจะลองชิมหมูคุโระบุตะของแท้ต้องไปกินที่เมืองคะโกะชิมะ (Kagoshima Pref.) ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ตอนใต้ของเกาะคิวชู หมูดำคุโระบุตะของที่มีว่ากันว่ามีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 400 ปี อาหารขึ้นชื่อที่ทำจากเนื้อหมูชนิดนี้มีหลากหลายชนิด เช่น หมูทอดคุโรบุตะหรืออาจรับประทานเป็นแบบชาบูชาบูสไตล์ญี่ปุ่นก็ได้เช่นกันค่ะ

kurakatsu01

kurakatsu03

เมนูเด็ดของร้านนี้คือข้าวหน้าหมูทอดคุโระบุตะ ทางร้านคัดเลือกวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี ใช้เนื้อหมูคุโระบุตะคุณภาพดีจากฟาร์มในจังหวัดคะโกะชิมะ ซึ่งเป็นฟาร์มที่เลี้ยงหมูอย่างถูกสุขอนามัย เชื่อถือได้ เนื้อหมูคุณภาพสูงนี้ พอนำไปทอดแล้วจะมีความนุ่ม ชุ่มฉ่ำในตัวเองแม้ว่าหมูแต่ละชิ้นจะมีความหนาก็ตาม ความอร่อยที่ลงตัวด้วยรสจากธรรมชาตินี้เอง เรียกได้ว่ามีความ “อุมะมิ” จนทำให้ลูกค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอร่อย ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน

ขั้นตอนการทำหมูทอดของร้านนี้พิถีพิถันมาตั้งแต่การคัดสรรหมูเกรดพรีเมี่ยม เมื่อได้มาก็ต้องมาตัดแต่งให้เป็นชิ้นรูปร่างสวยงามเหมือนเสต็ก นำไปชุปแป้งขนมปังที่คัดมาอย่างดี จะทอดทันทีเมื่อลูกค้าสั่งเท่านั้น ทำให้แต่ละจาน สดใหม่เสมอ

kurakatsu02

kurakatsu04

ในส่วนของซอสนั้น ที่ร้านมีให้เลือกมากถึง 3 แบบคือ ซอสเกลือ (Blended Salt), ซอสดำสูตรพิเศษ (Special Black Sauce) และ ซอสพอนซึ(Grilled Ponzu) สำหรับซอสดำสูตรพิเศษนั้นมีส่วนผสมของผลไม้ทำให้มีรสหวานหอม กินแล้วเข้ากันดีกับหมูคุโระบุตะทอดร้อนๆ ค่ะ

พิกัดร้าน : A-7,B1,First Avenue Tokyo Station, 1-9-1,Marunouchi,Chiyoda-ku,Tokyo

วันให้บริการ : เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด

เวลา : 10:00 - 23:00 น. (รับออร์เดอร์ถึงเวลา 22:30 น.)

เบอร์โทร : 03-6269-9123

เว็บไซต์ : http://www.kurokatutei.net/

หมายเหตุ - ข้อมูลและภาพประกอบจากการสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 สินค้าและร้านค้าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในเวลาต่อมา