Nagasaki เถ้าธุลีที่มอดไหม้จากไฟสงคราม

8,900

ดูเหมือนว่าความย่อยยับของเมือง Hiroshima จะยังไม่สามารถกล่อมให้ญี่ปุ่นยกธงขาวยอมรับความปราชัยในสมรภูมิได้ ท่ามกลางความสงบสุขของผู้คนในเมืองท่า Nagasaki ไม่มีใครคาดคิดว่าวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 จะเป็นโศกนาฏฏรรมซ้ำซ้อนของประเทศญี่ปุ่น ยังไม่ทันสิ้นสัญญาณเตือนครั้งแรกจากสหรัฐอเมริกา เวลาหนึ่งนาฬิกาห้าสิบหกนาที เครื่องบินทิ้งระเบิด B-29 ที่ถูกดัดแปลงเป็นพิเศษทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศบนเกาะ Tinian ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นเพื่อปฏิบัติภารกิจสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์เป็นครั้งที่สอง ตามความเป็นจริงแล้วปฏิบัติการในครั้งนี้ถูกเลื่อนขึ้นมาจากวันที่ 11 สิงหาคมเนื่องจากมีพยากรณ์ว่าสภาพอากาศอาจไม่เอื้ออำนวยต่อปฏิบัติการในวันและเวลาดังกล่าว (จากแหล่งข้อมูลบางส่วน ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่า เป้าหมายจริงๆของการทิ้งระเบิดในครั้งที่สองคือเมือง Kokura ในเขต Kitakyushu จังหวัด Fukuoka แต่ก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายมายังเมือง Nagasaki ในที่สุด)

Nagasaki 01

สิบเอ็ดนาฬิกาสองนาที ไอ้อ้วน "Fat Man" ทิ้งดิ่งลงต่ำที่ระยะ 500 เมตรแล้วจึงระเบิดกลางอากาศ มันปลดปล่อยแรงระเบิดที่มีอานุภาพเทียบเท่ากับ TNT หนัก 2.2 เมกะตัน เซ่นสังเวยผู้คนราวเจ็ดหมื่นชีวิตในทันที ส่วนอีกราวเจ็ดหมื่นคนที่รอดมาได้ก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากเหยื่อระเบิดปรมาณูที่เมือง Hiroshima บางคนที่อยู่ใกล้จุดระเบิด ระเหิดกลายเป็นไอไม่เหลือซาก ส่วนที่อยู่ไกลออกมาหน่อยต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความร้อนและขาดน้ำก่อนจะสิ้นใจ ขณะที่ภายในวิหาร St. Mary's Cathedral (หรือ Urakami Cathedral ตามที่ชาว Nagasaki นิยมเรียก) แรงระเบิดได้ตัดนิ้วมือของรูปปั้น Virgin Maryขาดกระเด็นหายไปทันที ถึงแม้จะดูเล็กน้อย แต่รูปปั้นอื่นๆอีกหลายรายการที่ถูกทำลายจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้

Nagasaki 02

แม้รูปปั้น Virgin Mary จะไม่ได้รับความเสียหายมากนักแต่ทว่าตัววิหารที่ใช้คุ้มแดดคุ้มฝนกลับถูกทำลายราบเหลือเพียงเสาประตูและกำแพงเพียงบางส่วนที่ยังคงหลงเหลือให้เห็นอยู่ในสวนสันติภาพแห่งเมือง Nagasaki ในปี 1959 วิหาร St. Mary's ถูกสร้างขึ้นใหม่ ห่างจากซากวิหารเดิมในสวนสันติภาพราว 400 เมตรและรูปปั้น Virgin Mary ก็ถูกย้ายมาพร้อมๆกันด้วย

Nagasaki 03

สิบปีหลังจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น เป็นจุดกำเนิดของสวนสันติภาพแห่งเมือง Nagasaki ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจในความสูญเสียจากการทำลายล้างของระเบิดปรมาณู จุดที่เลือกสร้างสวนสันติภาพเป็นพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับศูนย์กลางของการระเบิด

Nagasaki 04

เราสามารถเดินทางจากสถานี Nagasaki ใช้เวลาราว 10 นาทีมายังสวนสันติภาพโดยขึ้นรถรางสาย 1 หรือสาย 3 แล้วลงเดินต่อไม่ไกล เมื่อย่างเท้าเข้าสวนสันติภาพ เราจะเจอน้ำพุแห่งสันติภาพ หรือ Fountain of Peace อยู่เบื้องหน้า ลักษณะการพุ่งของน้ำถูกออกแบบมาให้คล้ายกับปีกนกพิราบซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงสันติภาพ

Nagasaki 05

ภายในสวนสันติภาพมีการจัดแสดงงานประติมากรรมกลางแจ้งที่หลายประเทศได้จัดส่งมาเพื่อร่วมเป็นอนุสรณ์แห่งสันติภาพและอุทิศให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเช่น งานที่มีชื่อว่า Hymn to Life ที่มาจากเมือง Pistoia ประเทศอิตาลีถูกส่งมาในปี ค.ศ.1987

Nagasaki 06

Nagasaki Peace Bell สร้างขึ้นโดยใช้ระฆังเดิมของวิหาร Urakami (St. Mary's) เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างฉับพลันหลังจากการระเบิด ทำให้น้ำที่อยู่ในบรรยากาศหรือแม้แต่ในร่างกายผู้เคราะห์ร้าย ระเหยออกไปจนหมด เป็นสาเหตุให้ได้รับความทรมาณจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง (สังเกตได้ว่าที่รอบๆของประติมากรรมมีผู้คนนำขวดน้ำและถังน้ำที่บรรจุอยู่เต็มมาวางรายรอบประติมากรรม)

Nagasaki 07

Maiden of Peace จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในปี ค.ศ.1985

Nagasaki 08

หรือแม้แต่ซากของเรือนจำ Urakami ซึ่งถูกทำลายในทันทีที่เกิดการระเบิด ทำให้มีผู้คุมเรือนจำและนักโทษเสียชีวิตทันทีนับร้อยคน

Nagasaki 09

และอนุสาวรีย์สันติภาพแห่งเมือง Nagasaki ซึ่งเป็นผลงานของอาจารย์ Seibo Kitamura ประติมากรเอกชาวญี่ปุ่น ประติมากรรมรูปบุรุษผมยาวมีความสูง 10 เมตร มือขวาที่ชี้ขึ้นท้องฟ้าเตือนให้ตระหนักถึงพิษภัยของระเบิดนิวเคลียร์ขณะที่แขนซ้ายที่วาดขนานพื้นออกไปหมายถึงสันติภาพที่ไม่มีอันสิ้นสุด ดวงตาที่หลับพริ้มอย่างอ่อนโยนของรูปปั้นคือการสวดมนต์ภาวนาให้กับผู้เสียชีวิต ส่วนขาขวาที่พับไว้และขาซ้ายที่ตั้งชันเป็นท่วงท่าในการภาวนาและพร้อมจะยืนขึ้นเพื่อช่วยเหลือมวลมนุษยชาติบนโลกใบนี้

หลังจากที่ญี่ปุ่นประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ในสงครามโดยไม่มีเงื่อนไข สหรัฐอเมริกาก็ได้จับมือญี่ปุ่นที่ถูกมัดไว้ ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยไม่ให้มีกองกำลังใดๆที่สามารถก่อสงครามได้อีก กองทัพที่มีไว้เพียงเพื่อป้องกันการรุกรานต่างชาติที่ล่วงล้ำดินแดนเข้ามาเท่านั้น นั่นหมายความว่าญี่ปุ่นเองก็ไม่สามารถส่งทหารหรือกองกำลังออกไปช่วยเหลือประเทศพันธมิตรได้ จนกระทั่งนาย Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของญี่ปุ่นมีความพยายามจะแก้ไขกฏหมายดังกล่าว..... Abe จะแก้ไขกฏหมายได้หรือไม่ได้ ญี่ปุ่นจะส่งทหารไปช่วยเหลือพันธมิตรได้อย่างไร โปรดช่วยกันติดตาม......

from-the-outside-in