พามาเยือนเกาะคิวชู (1) : นางาซากิ เมืองประวัติศาสตร์ ผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก ตอน 1

9,622

ประเทศญี่ปุ่นประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อยมากมาย มากกว่า 6,000 เกาะ โดยเกาะที่เราๆ รู้จักกันดีคือ ฮอนชูที่เป็นเกาะหลักที่ใหญ่ที่สุด ฮอกไกโดเกาะที่มีมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ชิโคคุเกาะทางตะวันออกเฉียงใต้ และคิวชูเกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ที่อาจจะได้ยินชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่องดังที่เข้าฉายในต้นปีเกาะคิวชูเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 8 จังหวัด โดยที่อาจจะคุ้นหูมากในหมู่คนไทย เช่น ฟูกุโอกะ หรือคุมาโมโตะ เป็นต้น นางาซากิก็เป็นเมืองปลายสุดขอบด้านทิศตะวันตกของเกาะ เป็นจังหวัดที่อยู่ติดประเทศเกาหลีใต้ที่สุด เรียกว่าสามารถมองเห็นเกาหลีใต้ได้ด้วยตาเปล่าเลยทีเดียว โดยมากคนไทยอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นหูกับจังหวัดนี้เท่าไร แต่ในทางประวัติศาสตร์แล้ว นางาซากิถือเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนาน รวมทั้งเป็นเมืองท่าที่สำคัญมากNagK001ในวันนี้ขอเกริ่นนำก่อนเลยว่า วิธีการเดินทางไปยังนางาซากินั้นค่อนข้างยาวไกลเสียหน่อย เพราะต้องมาลงที่สนามบินนานาชาติฟูกุโอกะและต่อรถไฟหรือรถบัสอีกราวๆ 2-3 ชม. กว่าจะถึงตัวเมือง ทำให้ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากนักเมื่อเทียบกับเมืองอื่นในเกาะคิวชู แต่ด้วยเสน่ห์ของเมืองนี้แล้วอาจจะทำให้คุณๆ ท่านๆ อยากลองเยี่ยมชมเมืองแห่งนี้ก่อนจะไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ผมก็ขอเริ่มด้วยวิธีการเดินทางในตัวเมืองนางาซากิกันก่อน โดยวิธีการเดินทางมี 2 วิธีหลักๆ คือ รถราง (Tram) และรถบัส ส่วนรถไฟ JR Kyushu นั้นจะเน้นไปที่การเดินทางไปยังจังหวัดหรืออำเภออื่นมากกว่า1วิธีการขึ้นรถรางนั้นต้องข้ามไปยังชานชาลาเกาะกลางถนน แล้วขึ้นสายที่ต้องการ โดยดูตามโค้ดสี (เบอร์ที่เห็นเป็นหมายเลขรถนะครับ ไม่ใช่เลขสาย) หรือสถานีปลายทาง ค่ารถราคาเดียวคือ 120 เยน ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงที่สถานีใดก็ตาม ดังนั้นเพื่อให้เกิดความคุ้มแบบสูงสุด (ประหยัดเงินว่าง่ายๆ) ควรจะซื้อตั๋ววันราคา 500 เยนที่สามารถขึ้นลงได้ไม่จำกัด โดยการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองนางาซากิ ผมแนะนำให้ใช้รถรางเป็นพาหนะหลักครับNagK003aสำหรับตอนแรกของนางาซากิ ผมขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ก่อน แล้วภาคสองจะมาแนะนำอาหารและเทศกาลครับสถานีนางาซากิ (Nagasaki Station) - รถรางสถานี Nagasaki Eki-Mae หมายเลข 27NagK003bเป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดสำหรับการเดินทางมาที่นี่ครับ ใครมารถบัสหรือรถไฟก็มาขึ้นลงที่สถานีนี้ รถรางสายสีน้ำเงินและแดง (1, 3)ย่านช้อปปิ้ง (Arcade) – รถรางสถานี Kanko-Dori หมายเลข 33 (สายน้ำเงิน)NagK004สถานที่นี้สำหรับมาแวะเติมพลัง หรือซื้อของฝากกัน เพราะเป็นย่านที่รวบรวมร้านต่างๆ ในจุดเดียว และสามารถเดินไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ด้วยครับ อันนี้เหมาะสำหรับเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวเลยทีเดียว โดยร้านอาหารต่างๆ จะเปิดประมาณ 10:30-11:00 น. และปิดประมาณ 21:00 น.  ครับสะพานหินทรงแว่น (Magene bashi) – รถรางสถานี Kanko-Dori หมายเลข 33 (สายน้ำเงิน) หรือสถานี Kokaido-Mae หมายเลข 38 (สายเขียว)NagK005NagK006ว่ากันว่าเป็นสะพานหินที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นก็ว่าได้ โดยรูปทรงก็ตามชื่อเลย คือเป็นทรงแว่นตาชัดเจน สามารถเดินมาจากย่านร้านค้าด้านบนได้NagK007โดยสะพานหินนี้ไม่ได้มีเพียงสะพานเดียว แต่มีหลายๆ สะพานทอดยาวริมแม่น้ำ Nakashima ที่ทำให้แปลกตาไปอีกคือในแม่น้ำมี “ปลาคาร์ฟ”!!! ว่ายในแม่น้ำ จำนวนมาก!!!! อันนี้ผมเองก็ทึ่งกับแม่น้ำแห่งนี้ (เขาบอกว่าแต่ก่อนมีมากกว่านี้เท่าตัว...)NagK008นอกจากนั้น มีอีกอย่างที่เรียกว่าเป็นกิมมิคของเมืองนางาซากิ คือจะมีหิน "รูปหัวใจ" ตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ลองมองหาดูได้ครับ (สำหรับสะพานแว่นตาใบ้ให้ว่าอยู่ทางฝั่งซ้ายมือครับ)NagK009ชินชิไชน่าทาวน์ (Shinchi china town) – รถรางสถานี Kanko-Dori หมายเลข 33NagK010ย่านไชน่าทาวน์ของนางาซากิ อาจจะไม่ใหญ่เท่าไชน่าทาวน์ของโยโกฮาม่า แต่ในช่วงเทศกาลจุดโคมเดือนกุมภาพันธ์นั้นสามารถเรียกคนมาเที่ยวได้เยอะเลยทีเดียว ของขึ้นชื่อย่านนี้คือ มันจูหมูสามชั้น (kakuni manju) ขอบอกว่าเด็ดจริงๆ เพราะหมูค่อนข้างนุ่มและเคี่ยวเข้มเต็มรสมาก (แต่ระวังอย่ากินเยอะเพราะมันเป็นหมูสามชั้น!!!)NagK011NagK012แถวๆ ย่านเมืองจีนนี้ก็มีวัดต่างๆ (วัดแบบจีน) ตามซอกซอยอยู่ โดยว่ากันว่าขึ้นชื่อเรื่องต่างๆ กัน เช่น ความรัก หรือเรื่องเรียน เป็นต้นวัดโควชิเบียว (Koshi-Byo) – รถรางสถานี Ishibashi หมายเลข 51 (สายเขียว)NagK013เป็นวัดจีนลัทธิขงจื๊อที่ดังที่สุดของนางาซากิ ภายในประดับไปด้วยรูปปั้นหินปราชญ์หรือเซียนราวๆ ร้อยกว่ารูป ด้านในสุดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความสัมพันธ์อันยาวนานของเมืองนางาซากิกับจีนแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากว่ากันว่าคนดั้งเดิมของนางาซากินั้นมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ค่อนข้างเยอะ ทำให้เราจะเห็นวัดจีนค่อนข้างมาก รวมทั้งวัฒนธรรมจีนที่เข้ามาผสมผสานกับวิถีชีวิตประจำวันด้วย โดยวัดมีค่าเข้าชม 600 เยน เปิด 08:30-17:00 น. ในช่วงเย็นๆ จะมีคนมาซ้อมเชิดสิงโต หรือเต้นมังกรให้ชมอีกด้วยเนินชาวดัตช์ (Dutch Slope) – รถรางสถานี Shiminbyo-Mae หมายเลข 47 (สายเขียว)NagK014ที่เรียกว่าเนินชาวเนเธอร์แลนด์หรือฮอลแลนด์ ก็เพราะสมัยก่อนที่นี่เป็นย่านของพ่อค้าชาวเนเธอร์แลนด์นั่นเอง โดยบ้านที่เห็น (ตอนนี้เป็นคาเฟ่) ก็ปรับปรุงมาจากบ้านเก่า โดยว่ากันว่าอาคารรอบๆ เป็นอาคารที่อยู่ดั้งเดิมของชาวตะวันตกอีกด้วยสวนโกวเวอร์ (Glover Garden) – รถรางสถานี Ouratenshudo-Shita หมายเลข 50 (สายเขียว) หรือสถานี Ishibashi หมายเลข 51 แล้วขึ้นลิฟต์ Glover SkyroadNagK015NagK016สวนโกวเวอร์เป็นหนึ่งในมรดกโลกของจังหวัดนางาซากิ เดิมทีสวนแห่งนี้เป็นสวนของชาวอังกฤษที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนา เทคโนโลยี และการค้า เนื่องด้วยนางาซากิเป็นเมืองท่า ดังนั้นจึงมีชาวตะวันตกเข้ามาจำนวนมาก จะเห็นได้ว่ามีทั้งชาวดัตช์และชาวอังกฤษ รวมทั้งชาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่อพยพมาตั้งรกรากเดิมด้วยNagK017NagK018NagK019สวนแห่งนี้เสียค่าเข้าชมคนละ 610 เยน โดยเปิด 08:00 น. และปิด 18:00 น. ในช่วงหน้าหนาว หรือเวลา 21:00 น. ในฤดูอื่นๆ โดยจะมีช่วงที่ทางสวนจัดประดับไฟตอนกลางคืนอีกด้วย สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ เลยครับนอกจากจะเข้ามาชมบรรยากาศสวนสไตล์อังกฤษพร้อมทั้งดูวิวเมืองท่านางาซากิแล้ว ยังสามารถเช่าชุดเพื่อมาถ่ายรูปได้อีกด้วย ใครอยากสร้างบรรยากาศย้อนยุคก็สามารถมาลองได้ ชม.ละ 300 เยนเท่านั้นNagK020หากเดินออกจากทางออกจะมีย่านร้านค้าย่อมๆ เรียงรายอยู่ด้วยครับ โดยของดีในย่านนี้คือ ขนมคัสเตลลา อีกหนึ่งของดีเมืองนางาซากิ (หากใครพลาดก็สามารถซื้อได้ที่ย่านร้านค้าที่แนะนำไปด้านบนได้)NagK021บริเวณท่าเรือนางาซากิ (Nagasaki port area) – รถรางสถานี Shiminbyo-Mae หมายเลข 47 (สายเขียว)NagK022NagK023จริงๆ แล้วสามารถเดินมาจากสวนโกวเวอร์ได้ไม่ไกลมาก ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับมาเดินพักผ่อนในช่วงเย็นๆ หลังชมสวนครับ โดยฝั่งตรงข้ามจะเห็นอู่ต่อเรือขนาดยักษ์ของบริษัทมิตซึบิชิ ซึ่งในแต่ละวันจะมีพนักงานกว่าพันคนขึ้นลงเรือเพื่อข้ามฝั่งไปยังบริษัทต่อเรือแห่งนี้ หลังจากเดินมาเหนื่อยก็สามารถเดินต่อไปยังย่านร้านอาหาร Dejima Wharf ได้ มีร้านอาหารมากมาย หรือว่าจะลองเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะนางาซากิก็ได้ครับNagK024NagK025โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถเข้าไปใช้สวนหลังคาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ใครอยากชมวิวท่าเรือยามเย็นก็ลองแวะเข้าไปดูได้NagK026เดจิม่า (Dejima) – รถรางสถานี Dejima หมายเลข 30 (สายน้ำเงิน)NagK027เดจิม่าเป็นเกาะรูปทรงพัดที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่เดิมเป็นสถานที่อาศัยของชาวเนเธอร์แลนด์ในสมัยที่เพิ่งเริ่มมาค้าขายกับชาวนางาซากิ ในปัจจุบันอาคารต่างๆ ได้ถูกปรับปรุงให้คงลักษณะเดิมไว้เป๊ะๆ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมบ้านแบบผสมผสานวัฒนธรรมออกตกได้ อาทิ ด้านนอกเป็นแบบญี่ปุ่นแต่ด้านในเป็นแบบตะวันตก อีกทั้งเดจิม่านี้ยังเป็นแห่งแรกที่มีล่ามแปลภาษาดัตช์อีกด้วยNagK028NagK029NagK030เกาะเดจิม่าเปิด 08:00-18:00 น. ค่าเข้าชม 510 เยนครับสวนสันติภาพ และพิพิธภัณฑ์ปรมาณู (Nagasaki Atomic Bomb Museum & Peace Park) – รถรางสถานี Matsuyamamachi หมายเลข 19 (สายน้ำเงิน, แดง)NagK031จากผลพวงของสงครามโลกครั้งที่สอง หลายๆ คนคงจะรู้จักฮิโรชิม่าซึ่งเป็นเป้าหมายของระเบิดปรมาณูเป็นอย่างดี แต่ฮิโรชิม่าไม่ได้เป็นที่เดียวที่โดนระเบิด เพราะที่นางาซากิก็โดนทหารอเมริกันทิ้งระเบิดปรมาณูเช่นเดียวกัน ว่ากันว่าความเสียหายนั้นไม่สามารถคำนวณได้ มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก แม้แต่ในปัจจุบันผู้ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งกัมมันตภาพรังสีและแรงระเบิดก็ยังคงมีชีวิตอยู่ เพื่อมาสืบทอดความสูญเสียจากสงครามแห่งนี้ ทางพิพิธภัณฑ์จึงจัดแสดงเรื่องราวของเหตุการณ์ระเบิดไว้อย่างละเอียด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ต้องมาเยี่ยมชมหากมาเที่ยวนางาซากิแห่งนี้ เปิด 08:30-17:30 น. ค่าเข้าชม 200 เยนNagK032ถัดจากพิพิธภัณฑ์เป็นสวนสันติภาพ ซึ่งเป็นจุดที่ระเบิดลง ปัจจุบันสร้างขึ้นเป็นสวนสาธารณะเพื่อแสดงถึงสันติภาพและความเท่าเทียมNagK033NagK034โบสถ์อุรากามิ (Urakami Cathedral) – รถรางสถานี Matsuyamamachi หมายเลข 19 (สายน้ำเงิน, แดง) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาทีสามารถเดินมาจากสวนสันติภาพได้ เป็นมรดกทางสถาปัตยกรรมที่ชาวนางาซากิภาคภูมิใจ ในช่วงสงครามโลกสถานที่แห่งนี้ก็โดนแรงระเบิดพัดเอาเสาและกำแพงกระเด็นไปตกบริเวณสวนสันติภาพด้วย (หากสังเกตจะเห็นซากอยู่)NagK036(มีแมวเหมียวเจ้าถิ่นด้วย ในวันอากาศดีอาจจะเจอมาตากแดดตากลม ฮาๆ)ศาลเจ้าชูวะ (Suwa Shrine) – รถรางสถานี Suwajinja-Mae หมายเลข 39 (สายเขียว, เหลือง, แดง)NagK037ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุดในจังหวัดนางาซากิ โดยเมื่อลงจากสถานีแล้วก็ต้องเดินขึ้นบันไดที่ทอดยาวไปตัวศาลเจ้า แต่รับรองว่าเมื่อไปถึงแล้วไม่เสียเที่ยวแน่นอน ทั้งวิวและศาลเจ้าเองด้วยNagK038โดยจุดที่ห้ามพลาดหากมาที่ศาลเจ้านี้คือ เทศกาลงานประจำปีในเดือนสิงหาคมที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่ศาลเจ้าแห่งนี้NagK039พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมนางาซากิ (Nagasaki Museum of History and Culture) – รถรางสถานี Sakura-Machi หมายเลข 44 (สายแดง)NagK0401พิพิธภัณฑ์ประจำเมืองที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของชาวนางาซากิ รวมทั้งความสัมพันธ์กับชาวต่างชาติอีกด้วย สามารถเดินมาจากศาลเจ้าชูวะได้ เปิด 08:30-19:00 น. ค่าเข้าชมเบื้องต้น 600 เยน เมื่อเดินขึ้นเนินไปเล็กน้อยจะเจอสถานที่หลบภัยด้วย สามารถแวะเข้าไปดูได้รูปปั้นนักบุญทั้ง 26 (Site of Martydom of the 26 Saints) – รถรางสถานี Nagasaki Eki-Mae หมายเลข 27NagK041เป็นอาคารทางศาสนาที่ค่อนข้างโดดเด่นและแปลกตาสักหน่อย โดยจุดเด่นนั้นคือผนังที่มีรูปปั้นนักบุญทั้ง 26 อยู่ และบริเวณส่วนหลังคาของโบสถ์ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมด้านในได้ เหมาะสำหรับเป็นจุดแวะก่อนกลับ เพราะอยู่ติดกับสถานีนางาซากิเลยNagK042จริงๆ แล้วนางาซากิยังมีอะไรให้ชมอีก แต่ขอมาต่อในตอนสองเพราะเดี๋ยวจะยาวไป โดยตอนแรกนี้ก็ขอปิดด้วยวิธีการเดินทางไปยังตัวเมืองนางาซากิอย่างละเอียดวิธีการเดินทางไปนางาซากิจุดหมายแรกคือสนามบินฟูกุโอกะ จังหวัดฟูกุโอกะ ไม่ว่าจะมาจากโตเกียวหรือขึ้นเครื่องจากไทยมาลงโดยตรงเลยก็ตาม การเดินทางมี 2 วิธีคือ รถไฟกับรถบัสวิธีการเดินทางไปนางาซากิโดยรถบัสถ้าจะให้สะดวกสุดก็สามารถซื้อตั๋วรถบัสได้ที่อาคารผู้โดยสารนานาชาติชั้น 1 โดยจุดขายตั๋วจะอยู่ตรงข้ามร้านราเมนนั่นเอง ไปกลับประมาณ 4,250 เยน (ควรซื้อไปกลับจะถูกกว่าซื้อแยก) รถออกทุก ชม. แต่หากเข้าไปในตัวเมืองของฟูกุโอกะ ไปขึ้นที่สถานี Hakata (จากสนามบินนั่งรถใต้ดินสองสถานี) เพื่อไปขึ้นรถที่ Hakata Bus Terminal จะค่อนข้างสะดวกกว่าเพราะมีรอบเยอะ และสามารถซื้อตั๋วแบบโปรโมชั่นอื่นๆ ได้ด้วย โดยรถบัสใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. (แนะนำให้ขึ้นรถ Super no- stop Nagasaki เพื่อประหยัดเวลา แต่มีเพียง 2-3 ชม. ต่อคันเท่านั้น) > รายละเอียดดูได้ที่นี่วิธีการเดินทางไปนางาซากิโดยรถไฟNagK043โดยเราต้องมาขึ้นรถไฟ JR ที่สถานี Hakata โดยรถไฟด่วนใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.เท่านั้น ขึ้นรถด่วนสาย Kamome ราคาประมาณ 4,350 เยนต่อเที่ยว ซึ่งจะแพงกว่ารถบัสค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบรถไฟ เพราะบางครั้งก็อาจจะได้ขึ้นขบวนพิเศษอีกด้วย (หมายเหตุ ทางเกาะคิวชูเองได้เริ่มสร้างชินคันเซน โดยจะแล้วเสร็จประมาณปี 2020 วิ่งมาถึงนางาซากิเลยทีเดียว)เขียน : nekoneko !( ・∀・ )ゞ