Japankookkook พามาเปิปปลาสดๆ อร่อยสุดๆ ที่ร้าน "Kuromon Sanpei" ในตลาดคุโระมง - ครัวแห่งโอซาก้า

65,227

ถ้าใครมีคติประจำใจว่ารักการกินของอร่อย ไม่อร่อยไม่กินให้เสียพื้นที่ในกระเพาะอาหาร คุณตามเดี๊ยนมา ถือว่ามาถูกทางแล้วค่ะ!

และถ้าหากว่าใครรักการรับประทานอาหารทะเลสดๆ คุณได้ไปต่อค่ะ เพราะว่าวันนี้เดี๊ยนจะขออาสาพาไปฟาดอาหารทะเลกันที่ "ตลาดคุโระมง" โอซาก้ากันจ้ะพี่จ๋า!!

อย่าหาว่าเดี๊ยนพูดจาไม่ไพเราะ คุณหญิงแม่เดี๊ยนอนุญาตหนึ่งวัน ให้ใช้คำว่าฟาดแทนคำว่ารับประทานได้ เนื่องจากมารดาทราบว่าเดี๊ยนมีความต้้งใจอย่างแรงกล้าในการมาหาของแหลกที่โอซาก้าในเพลานี้ ต้องใช้คำว่าฟาดนะ มันถึงจะได้อารมณ์  ก็แหม...เดี๊ยนอุตส่าห์แพ็คกระเป๋าดั้นด้นมาจากไทย เพื่อมาตามหาร้านอร่อยและก็หวังใจไว้ว่า ถ้าเจอนะ เดี๊ยนจะฟาดให้เรียบ เห็นเดี๊ยนเงียบๆ เดี๊ยนฟาดเรียบนะฮ๊าาาาา (อาหารนะจ้ะ ไม่ใช่ผู้ชายแต่อย่างใด อิอิ)

อันดับแรก เดี๊ยนก็ทำเหมือนทุกคนแหละค่ะ ไปหาข้อมูลในเน็ทมาสิคะว่าร้านอร่อยมันอยู่หม่องใด๋ แล้วเดี๊ยนก็จดๆ แล้วคืนนี้ก็สำรวมกายใจ ไหว้พระ กราบหมอน นอนหัวค่ำ พรุ่งนี้เจอกันเด้อค่ะเด้อ ตลาดคุโระมง ^^

เอ้ก อี้เอ๊ก เอ้กกกกก......

แว๊กกกกกกส์......เช้าแล้วหรือนี่และอินี่ตื่นสายจ้ะพี่จ๋า ตายๆๆๆๆ กว่าเดี๊ยนจะเสด็จยุรยาทออกจากห้องก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงหลาว ใจก็สั่นไปสิ หิวก็หิว รีบก็รีบ เขียนคิ้วนี่ยังไม่เท่ากัน คิ้วซ้ายกระดกลง คิ้วขวากระดกขึ้น แต่เดี๊ยนไม่ไหวแล้ว เดี๊ยนต้องไปแล้ว พี่แม่ค้าพ่อค้าจ๋า อย่าเพิ่งเก็บร้านกันหมดนะจ้ะ รอข้อยนำแน ฮือๆ ทำไมไม่มีใครโทรปลุกเดี๊ยนเลย คุณพระคุณเจ้า สาธุ ขอให้ลูกไปทัน ขอให้ตลาดยังไม่วาย ไม่งั้นลูกจะกลั้นใจให้ไตวายตายตกไปตามกัน ฮือๆ

ร้องไห้เสร็จ เดี๊ยนก็ไม่รอช้า ควบขึ้นรถไฟไปเลยค่ะ ปร๊าดดดด เร็วยิ่งกว่า Fast 7 ลงสถานี Nippombashi Exit 10 จากเดิมที่เป็นไก่ ตอนนี้เดี๊ยนใส่ตีนหมาโกยจสิจ้ะ กุ๊กๆ เพื่อของกิน ไก่ทำได้ เอ๊า...ฮุยเลฮุย....!!

การเดินทางอย่างละเอียดดูได้จากข้อมูลด้านล่างหรือที่ลิงค์นี้นะคะ

  1. จากสถานี  Umeda Station นั่ง Subway Midosuji Line มาลงที่สถานี Namba Station แล้วเปลี่ยนรถไฟเป็นสาย Subway Sennichimae Line ลงรถไฟที่ Nippombashi Station เดินออกที่ Exit No. 10 ค่ะ (ใช้เวลา 9 นาที ค่ารถ 240 เยน)
  2. จากสถานี Higashi Umeda Station นั่ง Subway Tanimachi Line มาลงที่สถานี Minami-Morimachi Station แล้วเปลี่ยนรถไฟเป็นสาย Subway Sakaisuji Line ลงรถไฟที่ Nippombashi Station เดินออกที่ Exit No. 10 ค่ะ (ใช้เวลา 9 นาที ค่ารถ 240 เยน)

  3. จากสถานี Nankai Namba Station หรือ JR Namba Station นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Tengachaya Station แล้วเปลี่ยนรถเป็นสาย Subway Sakaisuji จากนั้นลงที่ Nippombashi Station เดินออกที่ Exit No. 10 ค่ะ  (ใช้เวลา 10 นาที ค่ารถ 390 เยน)

    2

1แต่เดี๋ยวนะ เรียกสติแป๊บ....ขอก้มเช็คเหรียญในกระเป๋าก่อน....โอ๊ย...อุปสรรคในการฟาดเรียบก็คือฐานะที่ยากจนของเดี๊ยนนี่แหล๊ะ แต่เอาฟระ เค้าบอกต่อๆ กันมาว่าไม่แพง ขอให้ไม่แพงจริงๆ เห๊อะ ไปค่ะ ลุย เรื่องหาของอร่อยกินเราต้องทุ่มเท (ตอนเรียนทุ่มเทแบบนี้มั้ยลูก หน้าอาจาย์แม่ก็โผล่ขึ้นมาในความคิด)

พอลงรถไฟ ไอ้ครั้นจะวิ่งก็ไม่กล้า เดี๊ยนกลัวคนมอง เดี๊ยนก็เลยแค่เดินไวๆ แบบคนเดินเร็วตอนแข่งโอลิมปิคก็เท่านั้นเอง รู้ตัวอีกทีทำไมคนมองเยอะจังฟระ เดินแค่ความเร็ว 80 กม. ต่อชั่วโมงเท่านั้นเอง12จากสถานีเดินตรงมานิดเดียว ก้าวฉับๆ ประมาณ 2 นาทีก็ถึงตลาดแล้วจร้า หาง่ายมากๆ เลย3เลี้ยวฟวับ เข้าตลาดทันที!! จะได้กินแล้ว เย้เย ^^

เดี๊ยนขอเล่าความเป็นมาของตลาดนิดนึงนะคะ ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดเก่าแก่มีอายุประมาณ 190 ปี เป็นตลาดที่สำคัญของเมืองโอซาก้า มีอาหารคาว หวานและผลไม้จำหน่ายมากมายหลายชนิดจนได้รับขนานนามว่าเป็นครัวของโอซาก้า ปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 150 ร้านค้า ทุกวันนี้ตลาดแห่งนี้ค่อยๆ กลายเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น คนที่มาที่นี่ก็คือต้องการมารับประทานอาหารทะเลสด ใหม่ ชนิดที่ซื้อแล้วรับประทานได้ทันที ใครสนใจอ่านประวัติและรายละเอียดอื่นๆ ดูได้ที่เว็บนี้นะคะ1เดินมาเจอร้านแรก ไก่กุ๊กๆ ก็ต้องขอหยุดดูสักหน่อยเพราะว่าร้านนี้มีผลิตภัณฑ์จากปลาปักเป้าที่เขาว่ากันว่าอันตรายเหลือเกิน ถ้าหากเรากินเข้าไปแล้วพ่อครัวยังเอาพิษมันออกไม่หมด ตายแน่นอน แต่ที่ตลาดแห่งนี้ เขามีร้านขายปลาปักเป้าที่ถูกต้องตามกฎหมายนะคะ  ซึ่งคนที่จะทำเมนูปลาปักเป้าที่ญี่ปุ่นได้นั้น พ่อครัวจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในการทำปลาปักเป้าโดยเฉพาะด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นไม่สามารถทำได้ค่ะ ใครที่อยากลองรับประทานปลาปักเป้าดูสักครั้งสามารถหาซื้อได้ที่ตลาดแห่งนี้ กุ๊กๆ ได้ยินมาว่านอกจากจะมีพิษร้ายแล้ว ปลาชนิดนี้ยังมีราคาสูงอีกด้วยค่ะ เดี๊ยนขอบายนะคะ เดี๊ยนจน แกไม่ได้กินเงินฉันหร๊อก นังปลาปักเป้า ฉันจนย่ะ จบนะ!2แต่เดี๊ยนก็ไม่รอดค่ะ เดินมาตายที่ร้านที่สอง คือเห็นว่าขายเต้าหู้สดเต็มเลย แล้วเดี๊ยนชอบการกินเต้าหู้มากเป็นชีวิตจิตใจ มองเต้าหู้แล้วก็อยากกินนะ แต่กลัวเสียพื้นที่ในกระเพาะ ไอ้ครั้นจะซื้อกลับไปกินที่โรงแรมก็ขี้เกียจอีก ก็เลยเบนเข็มมากินน้ำเต้าหู้สดแทน โอ๊ย...ซดคำแรก อร่อยเข้มข้นอ่ะ ไม่หวานด้วย กุ๊กช๊อบ ชอบค่ะ คุณป้าคนขายก็อัธยาศัยดีมาก พยายามพูดภาษาอังกฤษกับเรา น่ารัก 4เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็เจอร้านขายผลไม้ ร้านขายอาหารตามสองข้างทาง มีทั้งขายของทอดเป็นเบนโตะ มีทั้งแผงขายทาโกะยากิ เรียกว่าหากินได้ตลอดนะคะ ถ้ามาโอซาก้า ไม่มีที่ไหนที่ไม่มีทาโกะยากิขายก็ว่าได้นะคะ45 3

1

1เดี๊ยนได้น้ำเต้าหู้ไปหนึ่งแก้วก็พอคลายหิวไปได้บ้าง แต่ยังไงก็ยังไม่ลืมเป้าหมายของการเดินทางในครั้งนี้ นั่นก็คือร้านอาหารทะเลสดๆ เดินไปหาร้านกันต่อจ้ะพี่จ๋า1เดินไปเรื่อยๆ ค่ะ เจอแยกนี้ก็มองไปมองมา อ้าว....เจอแล้ว ร้านที่คนมุงเยอะๆ นี่เอง0เจอร้านแล้ว เย้!

ร้านนี้มีชื่อว่า "Kuromon Sanpei" ได้รับการบอกเล่ามาจากใครต่อใครมาว่ามันอร่อยเต็มคำมากๆ แต่ละคำ ปลาเนื้อๆ เน้นๆ แถมสดๆ เพราะว่าเค้าเป็นร้านขายปลา แถมราคาก็สมเหตุสมผล ไม่แพงหูฉี่แบบที่เราเอื้อมไม่ถึง ภาพที่ติดตามาจากการรีวิวของใครสักคนในอินเตอร์เน็ทก็คือการกินโอโทโร่แบบเน้นๆ ก็ตอนที่ซื้อที่เมืองไทย ถ้าร้านแพงๆ นี่ตกคำละ 500-600 บาทเลยทีเดียว แต่ที่ตลาดแห่งนี้ คำนึงตกแค่ 100 บาท มีเหรอที่ไก่กุ๊กๆ จอมเขมือบอย่างเดี๊ยนจะพลาด จัดไปสิคะ รออะไร กำแบงค์ร้อยไปแน่นเลยตั้งแต่สุวรรณภูมิ อิอิ (อะไรนะ ต้องแลกเป็นเงินเยนก่อน อิไก่โง่งี่เง่าเอ้ย 55+)

ไปค่ะ ไปดูกันว่าภายในร้านมีอะไรให้เรากินมั่ง00

19ตามภาพเลยค่ะ คือร้านนี้เป็นร้านขายปลา จึงมีอาหารทะเลสดๆ ให้เราได้เลือกซื้อ แต่ว่าก็มีอาหารปรุงสำเร็จขายเช่นกัน ใครที่ไม่ชอบกินของดิบๆ ก็มาได้นะคะ รับรองว่าอร่อยทุกคนแน่นอน นอกจากนี้ยังมีของฝากขายอีกด้วยค่ะ ครบวงจรจริงๆ 000

1720

08

0318

2122การวิธีการก็ไม่ยากเลยค่ะ เราก็เลือกอาหารที่เราต้องการรับประทาน แล้วก็เดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ หลังจากนั้นก็สามารถเข้าไปนั่งรับประทานในร้านได้ค่ะ มีชาเขียวให้บริการบริการฟรีด้วยนะคะ13เข้าแถวจ่ายเงินที่แคชเชียร์ตรงนี้นะคะ14ลูกค้าสามารถรับประทานอาหารในร้านได้ถึงเวลา 16:00 น. ซึ่งร้านจะปิดให้บริการเวลา 17:00 น. ค่ะ พอชำระเงินค่าอาหารแล้ว ก็มายืนรอ ถ้าหากมีที่นั่งว่าง ก็นั่งได้เลยค่ะ ในวันที่ลูกค้าเยอะๆ ก็ต้องรอหน่อยนะคะ ใจเย็นๆ ได้กินของอร่อยกันทุกคนค่ะ กุ๊กๆ06

23มาดูกันค่ะ ว่ากุ๊กๆ สวาปามอะไรไปบ้าง อิอิ เดี๊ยนก็กินแค่นิดๆ หน่อยๆ ตามประสาไก่ตัวเล็กๆ น่ารักเท่านั้นเองค่ะ กุ๊กๆ

01

02

จัดทั้งโอโทโร่และชูโทโร่ เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ไหนๆ ก็มาแล้ว สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่ทราบว่ามันต่างกันอย่างไร เดี๊ยนขออาสาเหลา เอ้ย เล่าให้ฟังดังนี้ค่ะ

โอโทโร่ คือส่วนเนื้อส่วนที่ดีที่สุด อยู่บริเวณส่วนท้องของปลา เนื้อส่วนนี้จะมีความมันมากเป็นพิเศษ จึงมีความนุ่ม อร่อยเป็นที่สุด พอเข้าปากให้ความรู้สึกเหมือนละลายไปในปาก มีราคาสูงเนื่องจากปลาหนึ่งตัวจะมีเนื้อบริเวณส่วนท้องประมาณ 20% ของปลาทั้งตัว

ชูโทโร่ เป็นส่วนเนื้อที่มีความมันปานกลาง เนื้อปลาส่วนนี้จะมีสีแดงและสีขาวอย่างละครึ่ง รสชาติจะกลมกล่อมคือมีเนื้อปลาผสมกับความมันกำลังพอดี เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอาหารสุขภาพหรือไม่ชอบเนื้อปลาที่มีความมันมากเกินไปแบบโอโทโร่

แต่เดี๊ยนไม่แคร์น้ำหนัก ไม่รักสุขภาพในวันนี้นะคะ เดี๊ยนมาเพื่อแหลกค่ะ และเดี๊ยนก็ทำตามความประสงค์ของตัวเอง กินค่ะกิน กินๆๆๆ มีความสุขจริง จริ๊งงงงง ^^04

05 07 เดี๊ยนว่าจะพอแล้วนะ ก็กินไปเยอะแล้ว แต่คุณพระ ดันเดินมาเจอหอยเชลล์ตัวใหญ๊ใหญ่เสียบไม้ราดซอสไว้อย่างนี้ ก็ไม่รอดสิคะ จัดไปอีก 1 ไม้ สวยๆ อ้วนได้ ผู้ชายชอบ (ไม่มีใครพูดนะ อินี่พูดเอง เออเอง 55+)0

12

09 10

16ใครอยากกินร้านนี้ มาได้ตั้งแต่ 9 โมงเช้านะคะ มาไวๆ ของน่าจะเยอะมากๆ นี่กุ๊กๆ กินเสร็จแล้ว เดี๊ยนก็ออกมาเดินเล่นต่อ ตลาดนี้ของกินเค้าน่าซื้อจริงๆ นะคะ มีให้เดินเลือกซื้ออีกเพียบเลยค่ะ000000000

ขอรับรองด้วยหัวของกุ๊กๆ เลยค่ะว่าไม่มีคำว่าผิดหวังอย่างแน่นอนกับซีฟู๊ดคุณภาพคับแก้วที่ร้านคุโระง ซันเปที่ "ตลาดคุระมง (Kuramon Market) แห่งเมืองโอซาก้า จัดไปอย่าให้เสียนะคะ มาแล้วต้องกินให้สะใจไปเลยนะวัยรุ่น

เรื่องโดย : FB: Japanกุ๊กกุ๊ก

12208854_625288537610845_7280548462902012430_n

admin-dao