แจกแพลนเที่ยวโอซาก้า 4 วัน 3 คืน ทริปสั้นๆ กำลังดีที่ได้เที่ยวสนุก ช็อปสุดมันส์และอิ่มอร่อย โปรแกรมแน่นๆ เที่ยวเต็มพิกัด

6,890

ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวโอซาก้า แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปไหนดี มีอะไรเด็ดอะไรโดนบ้าง มาค่ะ ไม่ต้องกังวล แค่ก็อปแพลนเราแล้วเที่ยวได้เลย แถมเรายังมีเคล็ดลับการใช้บัตรเครดิตแบบสุดคุ้ม ที่ทั้งผ่อนได้ ได้ cashback และยังมีส่วนลดตอนแลกเงินเยนมาบอกด้วยนะคะ มาดูกันเลย

>>>วันที่ 1 ตะลุยโกเบ

  • - ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหุ่นเท็ตสึจิน 28 หุ่นยนต์ในตำนาน

  • - กินอาหารเที่ยงและเดินเล่นท่าเรือโกเบ

  • - เดินชมบ้านโบราณอายุ 100 กว่าปีที่ย่านคิตาโนะ

>>>วันที่ 2 สนุกกับสวนสนุก USJ

>>>วันที่ 3 เที่ยวปราสาท ช็อปปิ้งและชมวิวเมืองยามค่ำคืน

  • - ชมความงามของปราสาทโอซาก้า

  • - ช็อปปิ้งชินไซบาชิ

  • - ชิมอาหารท้องถิ่นของโอซาก้า

  • -ชมเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนบนตึกอุเมะดะ

>>>วันที่ 4 ซื้อฟิกเกอร์ ชิมอาหารอร่อยที่ตลาดชื่อดังและทักทายฉลามวาฬที่ไคยูคัง

  • - เดินเล่นย่านฟิกเกอร์ โมเดล เดนเดนทาวน์

  • - อร่อยกับอาหารทะเลสดๆ ในตลาดคุโระมง ครัวแห่งโอซาก้า

  • - ทักทายฉลามวาฬที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง

หากพูดถึงจังหวัดในญี่ปุ่นที่คนไทยชอบไปเที่ยวกัน นอกจากโตเกียวกับฮอกไกโดแล้ว โอซาก้าก็ไม่เคยหลุดโผนะคะ!! เรียกได้ว่าโอซาก้าเป็นเมืองสีสันแห่งความสนุกของภูมิภาคคันไซเลยก็ว่าได้

ไม่ได้เป็นการพูดเกินจริงนะคะ โอซาก้าสนุกจริงๆ ค่ะ เพราะเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากกมาย ครึกครื้นทั้งกลางวันและกลางคืน อาหารอร่อย เดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียงได้ง่าย ที่สำคัญคนโอซาก้าเป็นคนสนุกสนานและเป็นมิตร คนโอซาก้าจะต่างจากคนโตเกียวตรงที่คนโตเกียวจะเงียบๆ นิ่งๆ พูดน้อยและพูดเบาๆ ส่วนคนโอซาก้าจะพูดจาโผงผาง เสียงดังแต่ ใบหน้ามีรอยยิ้มเปื้อนอยู่เสมอ เพราะคนโอซาก้าคิดว่าการคิดอะไรแล้วพูดออกไปตรงๆ เป็นเรื่องปรกติที่คนเราทำได้ ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่างกับคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่มักจะเก็บความรู้สึกไว้ในใจนะคะ ดังนั้นถ้าเดินไปตามแหล่งช็อปปิ้ง ถนนหนทางแล้วได้ยินเสียงผู้คนหรือพ่อค้าแม่ค้าคุยกันโฉงเฉง หัวเราะเสียงดัง นั่นแหละค่ะ โอซาก้า!

มาค่ะ เรา ไปดูกันดีกว่าว่าโอซาก้ามีเรื่องสนุกๆ อะไรรอเราอยู่บ้าง ถ้ายังไม่มีแพลน ก็ตามแพลนนี้มาได้เลยนะคะ รับรองว่าฟินค่ะ!!

วันก่อนเดินทาง

แน่นอนว่าก่อนเดินทางก็ต้องมีการเตรียมตัวให้ดีๆ กันก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนทางการเงิน หากคุณใช้บัตร “เครดิตเจซีบีกสิกรไทย” ก็อย่าลืมใช้บัตรไปรูดแลกเงินเยนกันด้วยนะคะ เพราะมีส่วนลดให้ด้วย ถึง 0.15 บาท ต่อ 100 เยน แลกเยอะๆ นี่ ลดไปได้หลายบาทอยู่ หรือจะรับสิทธิ์แบ่งจ่าย 0% ได้นานถึง 4 เดือนก็เริ่ดมาก รูดแลกได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาที่ร่วมรายการได้เลย แถมเอาไปใช้ที่ญี่ปุ่น ก็ยังแบ่งจ่าย 0% ได้ถึง 3 เดือน ทำให้ช้อปได้สบายใจขึ้นเยอะ หรือจะรับเงินคืน 3% ในร้านอาหารต่างๆ ก็คุ้มมาก(ยอดใช้จ่ายครบทุก 800 บาท/เซลล์สลิป)  แถมใช้แล้วยังรับคะแนนสะสม KBank Reward Point 2 เท่า ทุกยอดการใช้จ่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ไม่มีขั้นต่ำอีกด้วยนะคะ ใครไม่มี รีบสมัครเลยดีกว่า

และก่อนเดินทาง เมื่อมาถึงสนามบิน ไปใช้สิทธิ์นั่งเล้าจน์ได้ด้วยนะคะ หากคุณเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยการบินไทย ก็พุ่งตรงไปนั่งพักสบายๆ ก่อนขึ้นเครื่องได้เลยที่ ห้องรับรองพิเศษ Royal Silk Lounge บริเวณ Concourse C และ E ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเดินทางไปต่างประเทศโดยสายการบินไทย โดยใช้สิทธิ์ได้ถึง 2 ครั้งต่อปีต่อท่าน (นับรวมทุกประเภทบัตรเครดิตกสิกรไทย)  รวมถึง Airport Lounge ที่สนามบิน ในประเทศญี่ปุ่น 28 แห่ง, รวมทั้ง ฮ่องกง, เกาหลี, สิงคโปร์, จีน และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge ใน 9 เมืองทั่วโลกได้ด้วย




เมื่อเตรียมตัวพร้อม เงินพร้อมแล้ว ก็ไปตะลุยโอซาก้ากันเลย

วันที่ 1 ตะลุยโกเบ

เราเลือกไฟล์ทที่มาถึงสนามบินคันไซตอนเช้า เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวเยอะๆ หน่อย ที่เผื่อเวลาไว้อย่างนี้เพราะกะว่าจะแวะเที่ยวโกเบก่อน แล้วค่อยเข้าโอซาก้าตอนเย็นๆ

เพราะว่าสนามบินคันไซในจังหวัดโอซาก้ากับย่านโกเบ จังหวัดเฮียวโกะนั้นไม่ไกลกันเลย ถ้านั่งรถยนต์ก็ใช้เวลาประมาณ 35 นาทีหรือถ้านั่งรถไฟธรรมดา ก็นั่งกันชิลล์ๆ แค่ 22 นาที แต่ถ้าอยากจะลองนั่งชินกังเซนดูสักครั้ง ก็เป็นโอกาสที่ดีนะคะเพราะใช้เวลาแค่ 12 นาทีเท่านั้น ก็ถึงแล้วค่ะ

ทิปการเดินทางจากสนามบินคันไซมาโกเบ

รถไฟธรรมดา > จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) นั่งรถไฟ JR สาย Tokaido/Sanyo Line ไปลงที่สถานีซันโนะมิยะ (Sannomiya Station) ใช้เวลา 22 นาที ค่ารถ 410 เยนหรือถ้าขึ้นที่สถานีอุเมดะ (Umeda Station) ก็สามารถนั่งรถไฟสาย Hankyu Kobe Line ไปที่สถานีซันโนะมิยะ (Sannomiya Station) ใช้เวลา 35 นาที ค่าตั๋ว 320 เยน

รถไฟชินกังเซน > จากสถานีชินโอซาก้า (Shin Osaka Station) สามารถนั่งรถโดไฟชินกังเซนมาที่สถานีชินโกเบ (Shin Kobe Station) ได้เช่นกัน ถ้านั่งสายโนโซมิ (Nozomi) หรือสายมิสึโฮะ (Mizuho) ราคาคนละ 1,500 เยน, 3,300 เยน หรือ 3,860 เยน ใช้เวลาแค่ 12 นาทีเท่านั้น แต่ถ้านั่งสายซากุระ (Sakura) ,สายฮิคาริ (Hikari) หรือสายโคดามะ (Kodama) ราคาอยู่ที่คนละ 1,500 เยน, 3,090 เยนหรือ 3,650 เยน ใช้เวลาประมาณ 13 นาที

 

  • ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับหุ่นเท็ตสึจิน 28 (Tetsujin 28) หุ่นเหล็กหมายเลข 28 หุ่นยนต์ตัวนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คของโกเบไปแล้ว หุ่นจำลองนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 ขนาดของเจ้าหุ่นตัวนี้คือสูง 15 เมตร น้ำหนักมากถึง 50 ตันเลยทีเดียว ความพิเศษคือมันถูกสร้างขึ้นตามขนาดจริงที่เขียนไว้ในการ์ตูนเลยนะคะ ว้าวๆ

tetsujin

ในช่วงยุค 60 ผู้คนรู้จักหุ่นตัวนี้จากหนังสือการ์ตูนของอาจารย์มิซึเทรุ โยโกฮามะ ต่อมาเมื่อได้รับความนิยมอย่างมากก็ถูกนำไปสร้างเป็นการ์ตูนฉายในทีวี ดังมากๆ เลยค่ะ จนถูกนำไปฉายต่อในอีกหลายๆ ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีแฟนคลับมากมายรวมทั้งในประเทศไทยด้วยนะคะใครที่อยากถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับเจ้าหุ่นตัวนี้ มาที่สวนสาธารณะวากะมัตสึ (Wakamatsu Park) ก็จะเห็นเจ้าหุ่นตัวนี้ตั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ เห็นแต่ไกลเลยค่ะ

tetsujin02

พิกัดหุ่นเท็ตสึจิน 28 : 6-3 Nagata, Wakamatsu Park, Kobe, Hyogo 653-0038

การเดินทาง : นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Shin-Nagata จากนั้นเดินมาประมาณ 3 นาที

เว็บไซต์ :  http://www.kobe-tetsujin.com/

  • กินอาหารเที่ยงและเดินเล่นท่าเรือโกเบ ไปถ่ายรูปกับหุ่นเสร็จแล้วก็มาหาอาหารเที่ยงรับประทานกันที่แถวๆ ท่าเรือโกเบ มีห้างสรรพสินค้า Kobe Harborland ที่มีร้านรวงและร้านอาหารมากมาย ใกล้ๆ กันก็มีพิพิธภัณฑ์ สวนสาธารณะและหอคอยโกเบ เรียกว่าใช้เวลาอยู่ย่านนี้ครึ่งวันสบายๆ พอรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ ก็ออกเดินเล่น ย่อยอาหาร เดินทอดน่องกินลมชมวิว พร้อมดื่มด่ำความสวยงามของสถาปัตยกรรรมรอบๆ อ่าวโกเบ

DSCF1278

DSCF1299

บรรยากาศบริเวณอ่าวโกเบ มองเห็นโกเบทาวเวอร์ที่เป็นรูปคล้ายกลองญี่ปุ่นสีแดง

DSCF1388วิวจากโกเบทาวเอร์ที่มองลงมาเห็นอ่าวโกเบและเมืองโดยรอบในมุม 360 องศา

DSCF1409

DSCF1441

โซนนี้อยู่ในสวนสาธารณะเมอริเคน ซึ่งเก็บพื้นที่บางส่วนที่เกิดความเสียหายในช่วงแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ฮันชิน ในปีค.ศ. 1995 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ลึกลงไปในพื้นดิน 16 กิโลเมตร เกิดความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิต 6,434 คน คิดค่าความเสียหายได้เป็น 2.5% ของจีดีพีของญี่ปุ่นในขณะนั้น สาเหตุที่เก็บบางส่วนของความเสียหายเอาไว้ก็เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้เห็นว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความเสียหายอะไรบ้าง เห็นได้ชัดว่าพื้นที่บริเวณท่าเรือเสียหายอย่างหนัก พื้นแตกระแหง เสาไฟโน้มเอียง และมีภาพความเสียหายให้ชมด้วยนะคะ

พิกัดห้างสรรพสินค้าฮาร์เบอร์แลนด์ : 1 Chome, Higashi Kawasaki Cho,Chou Ku,  Kobe Shi, Hyogo Ken 650-0044

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย JR Kobe หรือ Subway Kaigan Line มาลงที่สถานี Harbor Land จากนั้นเดินมาประมาณ 6 นาที

เว็บไซต์ :  https://www.harborland.co.jp/en/

  • เดินชมบ้านโบราณอายุ 100 กว่าปีที่ย่านคิตาโนะ เนื่องจากโกเบเคยเป็นเมืองท่า มีการค้าขายสินค้านำเข้าส่งออกระหว่างญี่ปุ่นกับต่างชาติ โดยอาศัยท่าเรือโกเบ ทำให้มีย่านที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ย่านที่ว่านื้คือย่านคิตาโนะ วันเวลาผ่านไปเป็นร้อยกว่าปี บ้านเก่าๆ เหล่านั้น บางหลังยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนเข้าไปชมได้ ย่านนี้อยู่บนเนินเขา ทำให้มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เดิมชมบ้านโบราณพอเหนื่อยก็หาคาเฟ่น่ารักๆ นั่งพักจิบกาแฟสักหน่อยแล้วค่อยเดินเล่นกันต่อ พอพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้วค่อยมุ่งหน้าเข้าโอซาก้ากันค่ะ

DSCF1445

บรรยากาศของย่านคิตาโนะจะมีความเป็นญี่ปุ่นผสมกับความตะวันตก

DSCF1518

บ้านโบราณอายุร้อยกว่าปีจำนวนหลายหลังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนเข้าชมอย่างเช่นบ้านหลังสีเขียวนี้มีชื่อว่า Moegi House เคยเป็นบ้านพักของกงสุลอเมริกัน ปลูกเมื่อปีค.ศ. 1903

DSCF1541ภายในบ้านโบราณก็ยังเก็บสิ่งของที่ผู้อยู่อาศัยเคยใช้ไว้ให้เราได้ชมกันค่ะ

DSCF1575

บ้านโบราณอีกหลังหนึ่งใกล้ๆ กับ Moegi House หลังนี้มีชื่อว่า Weather Clock House เคยเป็นบ้านของพ่อค้าชาวเยอรมัน สร้างในปีค.ศ. 1909

พิกัดย่านคิตาโนะ : Kitano Cho,Chou Ku,  Kobe Shi, Hyogo Ken 650-0002

การเดินทาง : นั่ง City Loop มาลงที่สถานี Kitano Ijinkan จากนั้นเดินมาประมาณ 5 นาที

วันที่ 2 สนุกกับสวนสนุก USJ

USJ ย่อมาจากชื่อเต็มๆ ว่า “Universal  Studios Japan” เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2001 เป็นสวนสนุกแห่งแรกของยูนิเวอร์ซัลที่เปิดขึ้นในเอเชียเลยนะคะ ยิ่งใหญ่อลังการมากๆ

usj01

ที่นี่มีเครื่องเล่นมากมายหลายโซน ไม่ว่าจะเป็นจูราสสิค พาร์ค, มินเนียนพาร์ค, วอเทอร์เวิร์ด, ฮอลลี่วู๊ด และอีกหลายโซน ซึ่งโซนที่ฮิตที่สุดตอนนี้คงจะหนีไม่พ้นโซนแฮร์รี่ พอตเทอร์ ใครที่เป็นแฟนแฮร์รี่ถ้าได้เข้าไปมีกรี๊ดแน่นอน เพราะยิ่งใหญ่เหมือนยกฮอกวอต์และตรอกไดแอกอนออกมาจากภาพยนตร์ยังไงอย่างนั้นเลยแหละค่ะ  อ๋อ..อย่าลืมชิมบัตเตอร์เบียร์ด้วยนะคะ ในแต่ละโซนก็จะมีอาหารและเครื่องดื่มที่ตกแต่งตามธีมของโซนนั้นๆ ห้ามพลาดนะคะ ตื่นตาตื่นใจจริงๆ ค่ะ

DSCF1637

DSCF1661

ปล. ควรพกเสื้อกันฝนติดไปด้วย เพราะว่าอากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้และควรพกน้ำดื่มขวดเล็กๆ เข้าไปด้วยค่ะ สิ่งที่เราว่าพกเข้าไปได้ก็คือ น้ำขวดเล็กๆ ข้าวปั้นสักอันหรือขนมขบเคี้ยวสักซอง ติดเอาไว้บ้างก็ดีนะคะ เพราะว่าถ้าวันที่มีคนเยอะๆ กว่าจะซื้อน้ำได้แต่ละขวดต้องต่อคิวรอนานมากเลยค่ะ แต่ไม่ควรนำอาหารที่ดูอาหารมื้อหลักๆ แบบกินจริงจังเอาอิ่ม เข้าไปนะคะ เพราะว่าทางสวนสนุกก็มีอาหารให้บริการ ตอนที่เรายื่นบัตรให้เจ้าหน้าตรวจก่อนเข้าไปในสวนสนุก เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจกระเป๋าด้วย หากพบว่ามีอาหารก็จะแจ้งว่าไม่ให้นำออกมารับประทานค่ะ แต่ว่าไม่ได้ห้ามไม่ให้นำเข้าไปนะคะ ดังนั้นถ้าจะกินขนมที่เราพกเข้าไปเอง ก็ไม่ควรกินให้ประเจิดประเจ้อนักนะคะ เพื่อความเรียบร้อยและไม่ต้องโดนเจ้าหน้าที่เรียกเตือนค่ะ    ^^!

DSCF1675

พิกัด USJ : 2 Chome-1-33, Sakurajima, Konohara Ward, Osaka Ken 554-0031

การเดินทาง : หากนั่ง City Loop มาลงที่สถานี Nishikujo จากนั้นเปลี่ยนสาย มาขึ้น Yumesaki line ลงที่สถานี Universal City พอออกจากสถานีมาก็เป็น USJ เลยค่ะ

เว็บไซต์ : https://www.usj.co.jp/e/

วันที่ 3 เที่ยวปราสาท ช็อปปิ้งและชมวิวเมืองยามค่ำคืน

  • ชมความงามของปราสาทโอซาก้า ปราสาทโอซาก้าถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของโทโมโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้รวมญี่ปุ่นเข้าด้วยกันในสมัยนั้น

osakajo01

ต่อมาปราสาทโอซาก้าเสียหายหนักหลายต่อหลายครั้งจนถูกทำลายลง  ไม่ว่าจะด้วยภัยธรรมชาติ ไฟไหม้หรือบาดแผลที่เกิดจากสงคราม แต่ว่าทางการและประชาชนได้ร่วมกันบูรณะตัวปราสาทขึ้นมาอีกครั้ง ตัวปราสาทสร้างเสร็จในช่วงปีค.ศ. 1931 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงปีค.ศ. 1995-1997 จึงทำให้มีปราสาทโอซาก้าดังที่เราเห็นในปัจจุบัน จึงทำให้ด้านในของปราสาทโอซาก้านั้นแตกต่างจากปราสาทอื่นๆ คือไม่มีสภาพของปราสาทที่มีมาแต่เก่าก่อนให้เราได้เห็น แต่เป็นสิ่งก่อสร้างใหม่ มีลิฟท์โดยสาร มีส่วนจัดแสดงสิ่งของมีค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเอาไว้ อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ขอให้มองอีกมุมว่าต้องใช้ความพยายามแค่ไหนถึงจะสร้างปราสาทหลังงามกลับมาได้อย่างทุกวันนี้ ขอให้เห็นคุณค่าของความพยายามเก็บรักษาชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้เอาไว้นะคะ

osakajo

ดังนั้น ไหนๆ ก็มาถึงโอซาก้าแล้วก็ควรเข้าไปในปราสาทสักครั้งนะคะ ขึ้นไปจนถึงชั้น 8 จะสามารถมองออกมาเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ ตัวปราสาทได้ค่ะ แต่ถ้าหากไปเที่ยวในช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาล คิวต่อแถวซื้อตั๋วก็อาจจะยาวสักเล็กน้อย แนะนำให้ไปวันธรรมดาจะดีกว่าค่ะ

osakajo02

ค่าเข้าปราสาท : คนละ 600 เยน

พิกัดปราสาทโอซาก้า : 1-1 Osakajo, Chuo Ward, Osaka Ken, 540-0002

การเดินทาง : เดินทางด้วยรถไฟสายทานะมาจิ (Tanimachi Line) หรือสายชูโอ(Chuo Line) แล้วมาลงที่สถานีทานิมาจิ ยงโจเมะ (Tanimachi Yonchome)  ซึ่งเป็นสถานีที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าปราสาทมากที่สุด เดินจากสถานีไปประมาณ 5 นาที

เว็บไซต์ : https://www.osakacastle.net/

  • ช็อปปิ้งชินไซบาชิ ย่านช็อปปิ้งในโอซาก้านี่ออกแบบมาดีจริงๆ ค่ะ เพราะว่าเป็นถนนเส้นตรง ให้เราเดินช็อปได้เพลินๆ แค่เดินตรงไปเรื่อยๆ ตามถนนที่มีร้านค้า ร้านอาหารเรียงรายอยู่สองฟากถนน อย่างย่านชินไซบาชิ-นัมบะ ถนนช็อปปิ้งมีความยาวประมาณ 600 เมตร รับประกันว่าทุกคนสามารถเลือกซื้อสิ่งของที่ตัวเองอยากได้ ณ ถนนช็อปปิ้งเส้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายยา ร้านเสื้อผ้า ร้านรองเท้า ร้านสินค้ามือสอง ร้านขายเครื่องประดับ ร้านกระเป๋า ร้านหนังสือ ร้านกาแฟ ร้านเกมส์ ร้านของเล่น คาเฟ่ ร้านขนมและร้านอาหารอีกเพียบ มันมากมายจริงๆ แบบที่สาธยายกันไม่หมดในหน้ากระดาษเดียว

DSCF2026

เดินตรงอย่างเดียวเลยค่ะ ช็อปมันส์มากๆ เตรียมกระเป๋าตังค์แล้วก็ลุยกันได้เลยค่ะ

DSCF2044

อย่าลืมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับป้ายกูลิโกะนะคะ มุมมหาชนจริงๆ ค่ะ

พิกัดย่านชินไซบาชิ : 2-2-22 Shinsaibashisuji, Chuo Ku, Osaka Shi, Osaka Ken

เว็บไซต์ : http://www.shinsaibashi.or.jp/lang/en

  • ชิมอาหารท้องถิ่นโอซาก้ามาโอซาก้าทั้งทีห้ามพลาดอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของที่นี่นะคะ อันดับหนึ่งที่ต้องลองคือ “ทาโกะยากิ” แป้งลูกกลมๆ ที่มีไส้ในเป็นปลาหมึกยักษ์ เสิร์ฟร้อนๆ ราดด้วยมายองเนสและซอสรสหวานๆ เค็มๆ ที่โอซาก้าฮิตมาก ดูได้จากจำนวนร้านขายทาโกะยากิที่มีมากถึง 650 ร้านในขณะที่โตเกียวมีประมาณ 160 ร้าน ดังนั้น เรียกได้ว่าไม่ว่าจะเดินไปที่ถนนเส้นไหนของโอซาก้า คุณจะได้เจอกับร้านขายทาโกะยากิอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเป็นร้านอาหารที่มีทาโกะยากิขาย ก็มักจะมีเมนูข้างเคียงซึ่งก็คือพิซซ่าญี่ปุ่นหรือโอโคโนะมิยากิแล้วก็ยากิโซบะค่ะ

eb8faff11abef5893990c15544d9bea5_m

อีกหนึ่งเมนูท้องถิ่นสุดฮิตก็คือคุชิคัตสึ ซึ่งเป็นอาหารทอดเสียบไม้ สิ่งที่นำมาเสียบไม้ก็คือเนื้อสัตว์และผักชิ้นพอดีคำ ชุบแป้งแล้วทอดกรอบ แล้วก็นำไปจุ่มในน้ำซอสรสหวานๆ เค็มๆ อร่อยมากๆ เลยค่ะ

0fe910a84e169a31aa1b4ff48cabef37_m

  • ชมเมืองโอซาก้ายามค่ำคืนบนตึกอุเมะดะ ชื่อเต็มๆ ของตึกนี้คือ Umeda Sky Building อาคารมีความสูง 173 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดที่แนะนำเลยค่ะ วิวมุมสูงที่นี่สวยมากๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืนนะคะ ถ้าอยากเห็นวิวทั้งแบบมีแสงแดดและแสงไฟก็แนะนำให้มาช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก แล้วก็รอจนมืดก็จะได้ถ่ายรูปยามค่ำคืนด้วย สวยประทับใจมากจริงๆ  แต่ว่าเราต้องเสียเงินเพื่อที่จะขึ้นมาที่ชั้น 39 ซึ่งเป็นสวนลอยฟ้าค่ะ ใครที่กลัวความสูงก็อาจจะลำบากหน่อยนะคะ ^^ แต่ว่ามันคุ้มค่ามากเลยนะคะ ลมพัดมาประทะหน้าเย็นชื่นใจ วิวก็สวยงาม มองเห็นโอซาก้าได้แบบ 360 องศาก่อนกลับ อย่าลืมแวะรับประทานอาหารที่ชั้นใต้ดินนะคะ เค้าตกแต่งเป็นธีม เหมือนตรอกซอกซอยเล็กๆ ในสมัยโชวะ มีร้านอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทานค่ะ

umedasky01

วิวโอซาก้ายามค่ำคืนที่มองเห็นจากตึกด้านบน

umedasky02

ภาพถ่ายตัวตึก Umeda Sky Building จากด้านล่าง

พิกัดตึกอุเมะดะสกาย : 1-Chome-1-87, Oyodonaka, Kita Ward, Osaka Ken, 531-6023

การเดินทาง : สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานีอุเมะดะ (Umeda Station) ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

เว็บไซต์ : http://www.skybldg.co.jp/convention/index.html

วันที่ 4 ซื้อฟิกเกอร์ ชิมอาหารอร่อยที่ตลาดชื่อดังและทักทายฉลามวาฬที่ไคยูคัง

เดินเล่นแหล่งฟิกเกอร์ โมเดล เด็นเด็นทาวน์ ใครที่ชอบฟิกเกอร์ โมเดล เกมส์ กะชะปอง รวมไปถึงตุ๊กตุ่นตุ๊กตาทั้งหลายขอบอกว่าเดนเดนทาวน์เลยค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน ร้านของเล่นเพียบ! ชื่อเต็มๆ ของย่านนี้คือ Nipponbashi Denden Town (นิปปอนบาชิ เดนเดนทาวน์) ตั้งอยู่บนถนนที่มีชื่อว่า Sakaisuji Road แต่ก็มีหลายคนที่เรียกชื่อเล่นของถนนี้ว่า “โอตะโร้ด” ย่อมาจากคำว่า “โอตะคุ” ที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ใช้เรียกคนที่มุ่งมั่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากๆ อย่างเช่นกลุ่มคนที่ชอบเกมส์ ฟิกเกอร์ หรือโมเดลมากๆ  ซื้อมาสะสม  รู้รายละเอียดของฟิกเกอร์หรือของเล่นแต่ละชิ้นเป็นอย่างดี แบบนี้ก็เรียกว่าโอตะคุหรือเรียกย่อๆ ว่าโอตะนั่นเองค่ะ

DSCF1828

เดิมทีเดนเดนทาวน์เป็นย่านที่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ของมือสอง แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยร้านของเล่น ฟิกเกอร์ โมเดลและเมดคาเฟ่ ใครจะมาย่านนี้ มาตอนสายๆ ก็ได้นะคะ เพราะร้านส่วนใหญ่เปิดให้บริการประมาณ 10 โมงเช้าขึ้นไป มีทั้งร้านที่เรียงรายอยู่สองฝากถนนและร้านเล็กร้านน้อยที่ซ่อนอยู่ในซอยด้วยค่ะ มีความเหมือนอากิฮะบาระที่โตเกียวถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่ากันว่าพวกของสะสม ของหายากจากที่อื่น มักจะแอบซ่อนตัวอยู่ในเดนเดนทาวน์ ที่สำคัญราคาไม่แรงเหมือนที่โตเกียวด้วยนะคะ

DSCF1840

DSCF1873

DSCF1876

พิกัดย่านเดนเดนทาวน์ : Nipponbashi Denden Town, Naniwa Cho, Osaka ku, Osaka 556-0005

การเดินทาง : เดนเดนทาวน์อยู่ระหว่าง 2 สถานีคือ Ebisucho และ Namba แต่ว่าถ้าเดินจากสถานี Ebisucho จะใกล้กว่านิดหน่อย คือออกจากสถานีมาก็ถึงเดนเดนทาวน์เลยค่ะ

เว็บไซต์ : https://www.osakastation.com/nipponbashis-denden-town/

อร่อยกับอาหารทะเลสดๆ ในตลาดคุโระมง ครัวแห่งโอซาก้า  ไม่ไกลจากเดนเดนทาวน์ ก็มีตลาดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ตลาดแห่งนี้มีชื่อว่าตลาดคุโระมง เป็นตลาดเก่าแก่มีอายุประมาณ 190 ปี ถือว่าเป็นตลาดที่สำคัญของเมืองโอซาก้า มีอาหารคาว หวานและผลไม้จำหน่ายมากมายหลายชนิดจนได้รับขนานนามว่าเป็นครัวของโอซาก้าเลยนะคะ

kuromon01

ปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 150 ร้านค้า ทุกวันนี้ตลาดแห่งนี้ค่อยๆ กลายเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักท่องเที่ยวมากขึ้น คนที่มาที่นี่ก็คือต้องการมารับประทานอาหารทะเลสด ใหม่ ชนิดที่ซื้อแล้วรับประทานได้ทันที

ร้านดังที่อยู่ในตลาดนี้ก็คือร้านคุโระมงเซนเป ร้านเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00-18.30 น. ลูกค้าสามารถรับประทานอาหารในร้านได้ถึงเวลา 16:00 น. วิธีการคือเลือกอาหารที่เราต้องการ แล้วนำไปชำระเงินที่เคาน์เตอร์ จากนั้นก็มายืนรอ ถ้าหากมีที่นั่งว่าง ก็นั่งได้เลยค่ะ ในวันที่ลูกค้าเยอะๆ ก็ต้องรอหน่อยนะคะ ใจเย็นๆ ได้กินของอร่อยกันทุกคนค่ะ  ร้านนี้มีขายทั้งอาหารสดพร้อมปรุงและอาหารที่ปรุงสำเร็จแล้วพร้อมรับประทาน  ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ ของปิ้งย่างต่างๆ ร้านนี้รับประกันความสด แถมราคาก็ยังสมเหตุสมผลอีกด้วยนะคะ อยากให้ทุกคนได้มาลองชิมค่ะ อร่อยมากๆ เลยค่ะ

kuromon02

kuromon04

พิกัดตลาดคุโระมง :  2-Chome-4-1, Nipponbashi, Chuo Ward, Osaka Ken, 542-0073

การเดินทาง : สถานีที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Nipponbashi เดินออกมายังทางออกหมายเลข 10 ค่ะ

เว็บไซต์ : http://www.kuromon.com/

-               ทักทายฉลามวาฬที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง (Osaka Aquarium Kaiyukan) ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยนะคะ มีทั้งหมด 8 ชั้น แค่ตอนเดินเข้าไปก็ตื่นตาตื่นใจกับโลกใต้ทะเลแล้วเพราะว่าได้เห็นปลากระเบนตัวใหญ่ๆ ว่ายน้ำผ่านไปมา

DSCF2145

จากนั้นก็ขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนสุดซึ่งเป็นโซนป่าญี่ปุ่นแล้วค่อยๆ เดินลงมา ซึ่งทางเดินในพิพิธภัณฑ์เป็นทางลาด เดินง่ายมาก แม้ว่าจะมีรถเข็นเด็กหรือรถวีลแชร์ก็สามารถเข้าดูได้อย่างสบายๆ เลยค่ะ ระหว่างทางที่เดินลงมาก็จะมีคำบรรยายถึงสภาพแวดล้อมในแต่ละชั้นที่จำลองมาว่าเป็นสถานที่อะไรบ้าง สัตว์ในตู้คืออะไร โลมาแสนรู้มากๆ เล่นส่งบอลกันไปมาน่ารัก เพนกวินก็น่ารักนะคะ ยืนหลับกันหลายตัวน่าเอ็นดู

DSCF2188

DSCF2216

DSCF2245

ส่วนที่เป็นไฮไลท์พระเอกของที่นี่ก็คือฉลามวาฬ ตัวใหญ่มากๆ ถ้าเจอในทะเลคิดว่าคงช็อคแน่นอน 555+ ที่นี่น่าจะทำให้เกิดความประทับใจได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลยค่ะ สำหรับเราเรียกได้ว่าประทับใจมากๆ กับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เพราะมีการจัดการที่ดีทำให้กลายเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของสิ่งมีชีวิตมากกว่า 30,000 ตัว 620 สายพันธุ์กับการจำลองธรรมชาติรอบๆ มหาสมุทรแปซิฟิคมาให้เราดู ตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ก้าวเข้าไปจนกลับออกมาเลยค่ะ

DSCF2270

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 2,300 เยน (อายุ 16 ปีขึ้นไป) เด็กประถมและมัธยมต้น 1,200 เยน เด็กเล็กอายุ 4-6 ปี 400 เยน ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 2,000 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ

พิกัดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง :  1 Chome-1-10 Kaigandori, Minato Ward, Osaka, 552-0022

การเดินทาง : นั่งรถไฟสาย Subway Chuo Line ลงที่สถานี Osakako เดินต่อไปประมาณ 5 นาที

เว็บไซต์ : https://www.kaiyukan.com/

 

มีแพลนเที่ยวอย่างนี้แล้ว แถมยังได้ใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตให้เป็นประโยชน์แบบนี้ รับรองความฟินและสนุกแบบครบรสแน่นอนค่ะ ส่วนคนที่มีแพลนเที่ยวแล้ว แต่ยังไม่มีบัตรเครดิตเจซีบีกสิกรไทย (KBank JCB Credit Card) ซึ่งถือเป็นบัตรตัวจริงสำหรับคนเที่ยวญี่ปุ่น ก็รีบสมัครกันนะคะ เพราะ พิเศษ สำหรับเพื่อนๆ ที่สมัครใช้บัตรเครดิตเจซีบีกสิกรไทยบัตรหลักหรือบัตรเสริมใบแรก และมีการใช้จ่ายผ่านบัตร 10,000 บาทขึ้นไป ภายใน 30 วันหลังบัตรอนุมัติ รับฟรี Starbucks e-Coupon มูลค่า 500 บาท ไปด้วยเลยแบบฟรีๆ (ระยะเวลาโปรโมชั่น 1มิ.ย. 62 – 31 ธ.ค. 62) มีแต่ได้กับได้ จัดกันเลยค่ะ เพราะการไปญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่เคยพอ ยังไงก็ได้ใช้ และคอนเฟิร์มว่าคุ้มแน่นอนค่ะ!!

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก > http://bit.ly/2ZMqokn

#บัตรเครดิตเจซีบีกสิกรไทย #ขั้นสุดจริงเพื่อสายอินเจแปน

admin-dao