เมื่อบาร์และซากุระฉุดรั้งการแก้ปัญหาโควิด-19 ในญี่ปุ่น

996
Screen Shot 2563-04-27 at 11.51.41 PM

ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นทะลุ 13,000 ราย การแก้ปัญหาไวรัสก็เหมือนกับประเทศอื่นคือสืบค้นเส้นทางการติดเชื้อในหมู่คลัสเตอร์เคส แล้วแยกผู้ป่วยออกจากผู้อื่นเพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ ในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กราฟการติดเชื้อในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่น่าตกใจคือหลายเคสไม่สามารถสืบหาต้นตอการแพร่เชื้อได้ ใจกลางของปัญหาคือพนักงานในบาร์และคลับเฮาส์เหล่านี้ปิดปากเงียบสนิท ไม่ยอมให้ข้อมูลของลูกค้ากับหน่วยงานควบคุมการแพร่ระบาด

ในสารคดีของ NHK อาจารย์ Takeaki Imamura จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุและยังเป็นหนึ่งในทีมควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 วิเคราะห์ว่า “คนรวยและคนมีหน้ามีตาในสังคมเป็นเมมเบอร์ของไนท์คลับและผับบาร์เหล่านี้ พนักงานเลยคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องปกป้องลูกค้า จึงไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทางการ ไม่เปิดเผยข้อมูลว่าลูกค้าเป็นใคร มาใช้บริการวันไหน เราเลยสืบหาเส้นทางการแพร่ระบาดได้ยาก”

นี่เป็นด้านมืดของโตเกียว กลุ่มลูกค้าหลักของสถานบันเทิงยามราตรีคือซาลารี่มังผู้ยอมจ่ายค่าบริการแพงระยับให้สาวๆ มานั่งดริงก์เป็นเพื่อนคุย และอาจจะมี “บริการอื่นๆ” เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม คลับ บาร์ และร้านปาจิงโกะเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โควิดแพร่ระบาดอย่างหนักในญี่ปุ่น ยังมีปัจจัยอื่นๆ เช่น รัฐบาลไม่ยอมล็อกดาวน์ประเทศอย่างจริงจัง รัฐบาลลังเลไม่ยอมให้ภาคเอกชนเข้าร่วมการตรวจหาเชื้อโควิด อัตราการตรวจโควิดน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรและอัตราการตรวจของประเทศอื่น (อัตราการตรวจโควิดในญี่ปุ่นต่อประชากร 1 ล้านคนน้อยกว่าไทย อิตาลี สเปน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา)

Screen Shot 2563-04-27 at 11.19.14 PM

ความงามของซากุระเป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นยอดผู้ป่วยโควิด-19 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20-22 มีนาคมซึ่งตรงกับวันหยุดวสันตวิษุวัต (วันเริ่มต้นเข้าฤดูใบไม้ผลิ) อากาศอบอุ่นขึ้น ซากุระกำลังบานสวย ชาวโตเกียวจึงพร้อมใจกันออกจากบ้านมานั่งปิกนิกฮานามิ ชมความงามของกลีบดอกสีชมพูอ่อนอันบอบบางตามสวนสาธารณะต่างๆ ร้านอาหารและบาร์ต่างแน่นขนัดไปด้วยผู้คน

หลังจากนั้นเพียงไม่ถึงสัปดาห์ ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศพุ่งพรวดพราด ญี่ปุ่นเข้าสู่ระลอกที่ 2 ของการระบาด (ระลอกแรกคือช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. เป็นการติดเชื้อมาจากการเดินทางกลับจากประเทศจีน ผู้สัมผัสกับนักท่องเที่ยวจีน และเรือสำราญ Diamond Princess ในขณะที่ระลอกที่ 2 เริ่มในช่วงกลางเดือนมี.ค. ผู้ติดเชื้อมีประวัติเดินทางกลับจากประเทศแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉีัยงใต้) และยังพบคลัสเตอร์เคสตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งสืบค้นไปได้ว่าหลายกรณีเป็นการติดเชื้อกันภายในผับบาร์ ผู้ว่าฯโตเกียวต้องขอความร่วมมือให้งดเว้นการไปสถานบันเทิง ร้านคาราโอเกะ และปาจิงโกะ จำนวนผู้ป่วยโควิดในครึ่งหลังของเดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบันยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยอย่างต่ำวันละ 200 คนทั่วประเทศ

ในสารคดีของ NHK ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านล้วนมีความเห็นตรงกันว่าสถานการณ์โควิดในญี่ปุ่นน่ากังวล รัฐบาลควรมีมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาด Hitoshi Oshitani จากมหาวิทยาลัยโทโฮคุ หัวหน้าทีมควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 กล่าวว่าญี่ปุ่นกำลังอยู่บนปากเหวของหายนะ ระบบสาธารณสุขอาจจะพังทลาย กระบวนการตรวจหาเชื้อล่าช้าจนเกินไป อีกทั้งยังขาดประสิทธิภาพ

รัฐบาลญี่ปุ่นและระบบข้าราชการไม่ยอมรับความจริงว่าการแก้ปัญหาโควิดที่ทำอยู่นั้นไม่ตรงเป้า กลยุทธ์แบบประหยัดงบประมาณนั้นล้มเหลว Kentaro Iwata ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากมหาวิทยาลัยโกเบเห็นว่า “ธรรมเนียมปฏิบัติและประวัติศาสตร์ที่เป็นมาสะท้อนให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นเราไม่ถนัดการเปลี่ยนกลยุทธ์เอาเสียเลย เมื่อเราเริ่มดำเนินกลยุทธ์หนึ่ง พอมันเริ่มจะไม่เวิร์ก เราก็ไม่ค่อยคิดถึงแผน 2 สักเท่าไร เพราะไอ้การคิดถึงแผน 2 มันเท่ากับเราต้องยอมรับว่าแผนแรกที่เราทำมามันล้มไม่เป็นท่า คนมีอำนาจที่อยู่ในทีมแก้ปัญหาโควิด โดยเฉพาะพวกข้าราชการไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าพวกเขาทำพลาด”

ปัจจุบันแม้ว่านายกฯอาเบะจะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว แต่บาร์และร้านอาหารยังได้รับอนุญาตให้เปิดได้จนถึง 20.00 น. และแม้กระทั่งผู้แทนระดับสูงอย่าง Takashi Takai จากพรรคฝ่ายค้านยังถูกแฉโดยแท็บลอยด์ว่าไปเที่ยวกลางคืนในคลับย่านคาบุกิโจ

หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลขอให้บริษัทต่างๆ ดำเนินนโยบาย Work from home จำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า และจำนวนผู้คนในย่านธุรกิจใจกลางเมืองของโตเกียวลดลง 60-70% นับว่าต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลวางไว้ที่ 80 % จึงเริ่มมีการถกเถียงและยื่นข้อเสนอว่าจะคงสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน

ปัจจุบันยอดผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่น (ณ วันที่ 28 เม.ย.) รวมทั้งหมด 13,895 ราย เสียชีวิต 413 ราย รักษาหายแล้ว 3,187 ราย จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด 5 จังหวัดแรกคือ โตเกียว โอซาก้า คานากาวะ ไซตามะ และชิบะตามลำดับ วันอาทิตย์ที่ 26 เม.ย.เป็นวันแรกในระยะเกือบ 1 เดือนที่โตเกียวมียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 100 ราย วันจันทร์ที่ 27 เม.ย.โตเกียวรายงานยอดผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 100 รายเป็นวันที่ 2 ดูเหมือนว่าสถานการณ์ในโตเกียวจะดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ติดเชื้อโควิดในญี่ปุ่นยังนับว่าสูงอยู่ อีกทั้งการตรวจหาเชื้อยังทำได้ล่าช้า ระบบสาธารณสุขไม่มีประสิทธิภาพพอจะรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังตกต่ำอย่างหนักอันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดและการเลื่อนโอลิมปิก


แปล สรุป และเรียบเรียงจาก

https://www.washingtonpost.com/world/asia_pacific/japan-coronavirus-bars-nightclubs-clusters/2020/04/27/190e2f12-84d1-11ea-81a3-9690c9881111_story.html

https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/th/news/233662/


Monthefatcat