น้ำตกฮาระจิริ ไนแองการาแห่งโลกตะวันออก

540

จังหวัดโออิตะในเกาะคิวชู เป็นจังหวัดที่อยู่ทางตะวันออกสุดของเกาะ ซึ่งดูเหมือนจะไกลปืนเที่ยง แต่จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยของกินอร่อยๆ ออนเซ็นชั้นเยี่ยม และสถานที่ท่องเที่ยว unseen เด็ดๆ ชนิดที่แชะรูปเช็กอินลงโซเชียลมีเดียแล้วต้องมีคนมาคอมเมนต์แน่นอนว่าที่ไหนอะเธอ อยากไปบ้าง วันนี้เราจะมาพาเที่ยวน้ำตกฮาระจิริ (Harajiri Waterfalls) น้ำตกอายุร่วม 90,000 ปีที่เกิดจากการไหลของลาวาเมื่อครั้งภูเขาไฟอะโซะ (Asosan) ปะทุ ได้ชื่อว่าเป็นไนแองการาแห่งญี่ปุ่นและโลกตะวันออก แถมยังติดอันดับ 1 ใน 100 น้ำตกที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

harajiri

ภาพมุมสูงของน้ำตก Harajiri

ขอบคุณภาพจาก https://www.ana.co.jp/en/jp/japan-travel-planner/tastesofjapan/kyushu/

การเดินทาง

นั่งรถไฟเจ้าตูบคุโระแสนน่ารัก Aso boy! จากสถานี Oita มุ่งหน้าไป Aso แต่เราจะลงที่สถานี Ogata ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง สามารถใช้ Kyushu pass หรือ Northern Kyushu Pass ได้ค่ะ (ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าตามสถานีใหญ่ๆ ของ JR นะคะ เช่น ที่สถานี Oita,สถานี Kumamoto)

Aso boy 0

รถไฟ Aso boy

ขอบคุณภาพจาก https://www.jnto.or.th/

aso boy

aso boy2

aso boy3

บรรยากาศด้านในรถไฟ Aso boy

ลงจากรถไฟแล้วเดินตรงออกจากสถานีจะมีถนนแค่เส้นเดียวตัดตรงยาว เราเดินไปทางขวานะคะ ตรงไปเรื่อยๆ อีก 600 เมตร จนเกือบสุดหัวมุมทางโค้ง จะเห็นร้านอาหารชื่อ The Vage Café Ms. อยู่ทางขวามือ มีเตาเครื่องปั้นดินเผาและระหัดวิดน้ำอยู่หน้าร้าน เราจะเช่าจักรยานเพื่อขี่ไปน้ำตกค่ะ ราคาค่าเช่าอยู่ที่ 500 เยน พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว เค้าจะถามเวลาโดยประมาณที่เราจะเอาจักรยานมาคืน ให้กุญแจ แผนที่ และคำเตือนว่าให้ขี่ในเลนจักรยานเพราะจะมีเลนทางเดินด้วย อย่าไปขี่ในเลนนั้น และโปรดระวังรถค่ะ พอเสร็จแล้วก็ลุยโลด

Vage Cafe

The Vage Café Ms.

ขี่จากร้านอาหารตรงไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางแม่น้ำ Ogata (แต่เราจะเห็นเป็นลำธารเล็กๆ ค่ะ) ประมาณ 3.7 กิโลเมตรก็จะถึงน้ำตก จะตามแผนที่ที่เค้าแจกหรือ google map ไปก็ได้ค่ะ ใช้เวลาราวๆ 15-20 นาที จักรยานญี่ปุ่นขี่ง่ายมาก แทบไม่ต้องออกแรงเลยถ้าเราปรับเกียร์ถูกต้องนะคะหรือถ้ามากับผู้สูงอายุ สามารถนั่งแท็กซี่จากสถานี Ogata ตรงมาลงที่น้ำตกได้ค่ะ ค่าใช้จ่ายราวๆ 940-1,500 เยน (ต่อรอบ)area map

แผนที่จุดท่องเที่ยวบริเวณน้ำตก

เราปั่นจักรยานมาเรื่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที (แบบไม่ได้แวะหยุดถ่ายรูปมากนัก) วิวสองข้างทางเป็นทุ่งหญ้า ท้องนา และบ้านชาวนาญี่ปุ่นหลังใหญ่ พอใกล้ถึงเราจะได้ยินเสียงน้ำตกดังซู่ซ่า

biking

rice field

ทิวทัศน์ระหว่างขี่จักรยาน

น้ำตกนี้ตั้งอยู่บนที่ราบ Ogata กว้าง 120 เมตร สูง 20 เมตร เอกลักษณ์ของน้ำตกคือถ้ามองจากมุมสูงจะเหมือนน้ำตกผุดขึ้นมาจากที่ราบ รูปทรงเป็นวงโค้งสวย และเราต้องเดินลงบันไดไปหาน้ำตก แทนที่จะเป็นการปีนเขาขึ้นไป มีหินเล็กๆ เยอะนะคะ ต้องระวังลื่น สายแฟชั่นจึงไม่ควรใส่ส้นสูง ankle boots หรือรองเท้ามีส้นใดๆ มาค่ะ

Falls

Falls2

the hanging bridge

ใกล้ๆ น้ำตกมีสะพานแขวนชื่อ ‘ทากิมิบาชิ’ ศาลเจ้าชินโตริมแม่น้ำ Ogata และร้านขายของที่ระลึกกับเครื่องประดับแฮนด์เมดเล็กๆ

the souvenir shop

หน้าร้านขายเครื่องประดับและงานแฮนด์เมด

shrine torii

ศาลเจ้าเล็กๆ ใกล้น้ำตก

ร้านอาหาร

มีร้านอาหารและร้านขายขนมของฝากอยู่ใกล้ๆ น้ำตก เมนูแนะนำคือเลมอนสควอช รสเปรี้ยวคล้ายๆ ยูสุ แต่เปรี้ยวเข็ดฟันกว่า ขี่จักรยานมาเหนื่อยๆ ขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะนอกจากนี้ยังมีเมนจิคัตสึและซอฟต์ครีมโซบะให้ลองชิมดูด้วย ราคาอยู่ที่ 200-500 เยน ตำบล Bungo-Ono ขึ้นชื่อเรื่องโซบะรสเยี่ยม ซอฟต์ครีมโซบะตัดกับความเปรี้ยวของเลมอนสควอชได้สดชื่นดีหรือจะพกข้าวกล่องมากินข้างน้ำตกก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ แต่ที่นั่งน้อยนะคะ และถ้าขี่จักรยานมา ไม่แนะนำให้พกมาค่ะ เพราะตอนขี่ข้าวของอาจหกหล่นได้ เหมาะกับคนที่ขับรถหรือนั่งแท็กซี่มาค่ะ

สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณรอบๆ

ถ้าใครสนใจจะชมรูปปั้นสลักหินในภูเขาอีก 2 จุด ให้ปั่นจักรยานเส้นทางเดียวกับขามา พอเห็น Family mart ร้านแรก ให้เลี้ยวขวาและขี่ตรงไปอีก 1.1 กิโลเมตรจะถึง Ogata Miyazako East Statue of Buddha รูปปั้นสลักหินจุดแรก จุดต่อไปขี่ไปอีก 160 เมตรก็ถึงค่ะ รูปปั้นสลักหินนี้มีอายุร่วม 1,000 ปี เป็นงานประติมากรรมตั้งแต่ยุคสมัยเฮอัน (ในจังหวัด Oita จะมีรูปปั้นสลักหินยุคเฮอันแบบนี้ในพื้นที่ Usuki และ Oita Motomachi Stone Buddhas) บริเวณนั้นยังมีศาลเจ้าชินโตอีกหลายศาลเจ้า เช่น Kofoku Shrine และ Yasaka Shrine

80582968_2526581947619707_7195186199332388864_n

แผนที่แสดงสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณ Bungo-ono

คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ

1.ช่วงต้น-กลางเดือน เม.ย. จะมีเทศกาลทุ่งดอกทิวลิปสามแสนต้น 100 พันธุ์ หน้าน้ำตกด้วยค่ะ (เข้าชมฟรี) ถ้าปีไหนซากุระที่คิวชูบานช้าหน่อย อาจโชคดีได้ชมทั้งซากุระและทิวลิปพร้อมกันเลย แต่ต้องเช็กตารางเทศกาลนะคะ เพราะแต่ละปีวันจัดไม่ตรงกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.discover-oita.com/

2.พกหมวก /ร่ม ทาครีมกันแดดมาด้วยนะคะ ที่โล่ง แดดค่อนข้างแรง

3.เพื่อนๆ อย่าลืมถ่ายรูปเที่ยว/ตารางรถไฟเก็บไว้นะคะ สำหรับวางแผนเวลากลับได้ถูกค่ะ จะได้ไม่ต้องคอยเช็กใน google map เรื่อยๆ และต้องเผื่อเวลาปั่นจักรยานกลับมา + เวลาเดินจากร้าน Vage ไปสถานีด้วยนะคะ

4.รถไฟขากลับไปสถานี Oita เป็นรถไฟ Local นะคะ นั่งฝั่งเดียวกันกับขามาที่เราลงรถไฟเลย ไม่ต้องข้ามสะพานลอยไปฝั่งตรงข้าม ตอนเราไปเที่ยว (2019) เราเข้าใจว่าขามาลงฝั่งนี้ ขากลับก็น่าจะต้องขึ้นอีกฝั่ง แต่พลาดค่ะ ดีว่าเอะใจเลยวิ่งข้ามกลับมา เกือบตกรถไฟต้องรอขบวนถัดไปเลยค่ะรถไฟ Local ค่อนข้างร้อนมากค่ะ ขนาดตอนเรานั่งอุณหภูมิ 20 องศา (ฤดูใบไม้ผลิ) ยังไม่ค่อยมีอากาศเลย เวลาคนแน่นๆ สามารถเปิดหน้าต่างได้ แต่ต้องอาศัยแรงร่วมใจกับชาวญี่ปุ่นใกล้ๆ นะคะ เพราะต้องช่วยกันบีบตัวล็อกหน้าต่างคนละด้านพร้อมกัน แนะนำว่าถ้ามาฤดูร้อนหรือใกล้ฤดูร้อน ให้นำพัดหรือพัดลมพกพามาด้วยค่ะ แต่เวลาพัดระวังไม่ให้ไปรบกวนผู้โดยสารคนอื่นในรถไฟนะคะ

5.สำหรับใครที่ขับรถ อยากสัมผัสบรรยากาศต่างจังหวัดนานๆ มีโรงแรมเล็กๆ แบบล็อดจ์ ห่างจากน้ำตกไปอีก 8.8 กิโลเมตร ชื่อ Lodge Kiyokawa เป็นบ้านพักไม้แบบลอร่าจากบ้านเล็กในป่าใหญ่ ราคาไม่แพง บรรยากาศดีค่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.welcomekyushu.com/event/?mode=detail&id=9999900052127&isSpot=1&isEvent=

Location : https://www.google.co.th/maps/place/Harajiri+Falls/@32.9588695,131.4503003,17z/data=!4m2!3m1!1s0x3546c5ede003cfeb:0x43bb9fee72c377dd

Kamonjit Lert