โปรแกรมเที่ยวโตเกียวใน 1 วันที่สนุกสุดๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น!

77,807

"มหานครโตเกียว" เมืองที่เที่ยวอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ มีหลายอย่างให้ทำ ทั้งช็อปปิ้ง ร้านอาหารอร่อย สถานที่ท่องเที่ยวหรือสถานบันเทิงยามค่ำคืน สถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยรู้มาก่อน ก็ยังมีนะคะ บางสถานที่ซ่อนตัวอยู่ รอให้เราไปค้นหา ไปดูกันค่ะ ว่า 1 วัน เราจะไปไหน กินอะไร ช็อปอะไร และพักที่ไหน

หนึ่งวันที่โตเกียวจะสนุกขนาดไหน ไปเที่ยวพร้อมๆ กันเลยค่ะ!!

เดินเล่นที่สวนอิโนคะชิระ  สถานีคิจิโจจิ (Kichijoji Station)

จากสถานีเจอาร์ คิจิโจจิ (JR Kichijoji Station) เดินเพียงประมาณ 5 นาที ก็จะมาถึงสวนสาธารณะที่เป็นปอดของโตเกียวอีกแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า “สวนอิโนคะชิระ” (Inokashira Park)

kichijoji00

สวนแห่งนี้นับว่าเป็นสวนสาธารณะเก่าแก่ของโตเกียว เพราะว่าเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1917 ซึ่งครบ 100 ปี ในปีค.ศ. 2017 นี้

kiji_aj04

เราสามารถเข้ามาในสวนสาธารณะแห่งนี้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ปัจจุบันภายในสวนสาธารณะมีสวนสัตว์ (หากต้องการเข้าสวนสัตว์ต้องซื้อบัตรผ่านประตู)

สวนสัตว์ อิโนคะชิระ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.tokyo-zoo.net/english/ino/main.html

ศาลเจ้า สระน้ำขนาดใหญ่ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่ก็เป็นสถานที่ยอดฮิตที่ผู้คนในโตเกียวและนักท่องเที่ยวนิยมมาชื่นชมความงดงามของดอกซากุระที่บานสะพรั่งและใบไม้เปลี่ยนสี นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) พิพิธภัณฑ์อนิเมะสุดน่ารักของค่ายหนังสตูดิโอจิบลิอีกด้วยค่ะ

พิพิธภัณฑ์จิบลิ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  >  http://www.ghibli-museum.jp/

kiji_aj03

สวนสัตว์ที่อยู่ภายในสวนสาธารณะ เคยมีช้างจากไทยอาศัยอยู่ ช้างเชือกนี้มีชื่อว่า “ฮะนะโกะ” ทูตสันถวไมตรีที่ถูกส่งมาช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  ซึ่งอยู่ที่สวนสัตว์แห่งนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน จนถูกเรียกว่าคุณยายฮะนะโกะ แต่เมื่อปีที่แล้ว วันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 คุณยายฮะนะโกะได้ล้มลง (เสียชีวิต) มีอายุรวม 69 ปี  สร้างความสะเทือนใจต่อชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก เนื่องจากคนรุ่นก่อน ที่อาศัยอยู่ในโตเกียว สมัยเด็กๆ ก็เคยมาเที่ยวที่สวนสัตว์และได้รู้จักกับคุณยายฮะนะโกะ พอโตเป็นผู้ใหญ่ ก็พาลูกหลานมาดู มารู้จักกับคุณยายฮะนะโกะอีก  ก็เลยรู้สึกว่ามีความผูกพันเพราะว่า รู้จักกันมาเป็นเวลายาวนาน ดังนั้นพอคุณยายฮะนะโกะเสียชีวิต ก็เลยรู้สึกถึงความสูญเสีย ทำให้มีผู้คนกลุ่มหนึ่งรวบรวมเงินเพื่อทำรูปปั้นช้างฮะนะโกะขึ้นมา รูปปั้นนี้อยู่บริเวณหน้าสถานีคิจิโจจิ  รูปปั้นมีความสูง  2.5 เมตร โดยช้างอยู่ในท่าที่ยื่นขาขวาออกมาข้างหน้า เป็นลักษณะของการแสดงการทักทาย ใช้เงินในการสร้างประมาณ 14 ล้านเยน ซึ่งในจำนวนนั้นก็มีเงินบางส่วนที่ได้รับการบริจาคจากประเทศไทยด้วยนะคะ  ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องประทับใจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ค่ะ

kiji_aj13

ภายในสวนสาธารณะมีสระน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเคยเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของผู้คนมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ใช้เป็นแหล่งกักเก็บน้ำจากแม่น้ำคันดะ (Kanda River) โดยชื่อของสระน้ำแห่งนี้ (ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับสวน)  โชกุนโทกุกะวะที่ 3 เป็นผู้ตั้งชื่อให้ “อิโนคะชิระ”  มีความหมายว่าแหล่งต้นน้ำของน้ำกินน้ำใช้

ในสมัยโบราณ  น้ำจากสระน้ำแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก เพราะว่าเป็นน้ำที่มีรสชาติอร่อยที่สุด จึงนิยมนำน้ำไปใช้ในพิธีชงชาอีกด้วย แต่ปัจจุบันภาพที่เราเห็นคุ้นตาก็คือผู้คนนิยมมาพายเรือหรือถีบเรือเป็ด ที่อยู่ในสวนนี้ในวันหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์  ซึ่งให้บริการตั้งแต่ 9:30 -17:20 น. ของทุกวัน (เวลาอาจปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล) ค่าบริการของเรือเป็ดยอดฮิตก็คือ 700 เยนต่อเวลา 30 นาทีค่ะ

kiji_aj02

kiji_aj05

kiji_aj06

นอกจากนี้ในสวนยังมีศาลเจ้าเบนซะอิเทน (Benzaiten) ที่ผู้คนนิยมมาขอพร ซึ่งที่ด้านหลังของศาลเจ้ามีบ่อน้ำที่เชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ หากนำเงินมาล้างน้ำ แล้วเก็บเงินนั้นไว้เป็นขวัญกระเป๋า จะทำให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจที่ทำอยู่ ร่ำรวยเงินทอง วิธีการก็คือนำเงินใส่ลงไปในตะกร้าแล้วตักน้ำในบ่อมังกร ราดเงิน จากนั้นก็นำเงินมาเก็บในกระเป๋าสตางค์ ค่ะ

ศาลเจ้าเบนซะอิเทน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.inokashirabenzaiten.com/english.htm

kiji_aj07

kiji_aj08

kiji_aj09

ภายในสวนมีบรรยากาศร่มรื่น ผู้คนนิยมมาเดินเล่น นั่งเล่น และทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันที่นี่

kiji_aj10

สวนสาธารณะอิโนคะชิระ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.gotokyo.org/en/kanko/musashino/spot/40890.html

บริเวณหน้าสวนก็มีร้านค้า ร้านอาหารน่ารักๆ เพียบเลยค่ะ แนะนำให้มาหลัง 11:00 น. เพราะว่าถ้ามาเช้าไป ร้านค้าและร้านอาหารก็จะยังไม่เปิดค่ะ

kiji_aj15

kiji_aj16

ตอนขากลับ ได้มีโอกาสแวะถนนช็อปปิ้งใกล้ๆ สถานี มีชื่อว่าถนนช็อปปิ้งซันโร้ด (Sun Road Shopping Street) คิดว่าน่าจะถูกใจคนที่รักการช็อปปิ้งเพราะว่ามีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา ร้านขายขนมของฝาก เรียกว่ามีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อกันจุใจเลยค่ะ

kiji_aj14

บริเวณด้านหน้าของถนนช็อปปิ้ง

kiji_aj17

ร้านขายยาที่ไม่ได้มีแค่ยาขายเท่านั้น แต่มีทั้งขนม เครื่องดื่ม อาหารเสริม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและของใช้ในชีวิตประจำวัน

kiji_aj19

ร้านขายขนมของฝากร้านนี้ราคาไม่แพงเลยเมื่อเทียบกับร้านอื่นๆ มีทั้งขนมขบเคี้ยว ลูกอม ช็อกโกแลตและขนมที่ขายตามฤดูกาลด้วยนะคะ

kiji_aj18

ร้านเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นต่างๆ ก็มีนะคะ ถ้าหากว่ามีเวลา ตอนที่มาเที่ยวโตเกียวคิดว่าย่านสถานีคิจิโจจิก็เป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าแวะมาท่องเที่ยวค่ะ

ย่านช็อปปิ้ง ถนนซันโร้ด อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.sun-road.or.jp/

 การเดินทาง

  1. ใช้รถไฟสาย JR Chūō line ลงที่สถานี  JR Kichijoji Station เดินประมาณ 5 นาที
  2. ใช้รถไฟสาย Keiō Inokashira Line  ลงที่สถานี  Inokashira-kōen Station เดินประมาณ 1 นาที

ร้านอาหาร (KISSHO KICHIJOJI)

ร้านนี้ให้บริการอาหารญี่ปุ่นที่เรียกว่าวะโชกุ (Washoku) จานเด่นคือเนื้อและชาบูๆ สำหรับมื้อเที่ยงที่ร้านคิชโช คิจิโจจิเป็นอีกหนึ่งมื้อประทับใจเพราะว่านอกจากอาหารอร่อยแล้ว ที่นี่ยังให้บริการห้องรับประทานอาหารที่มีความเป็นส่วนตัวอีกด้วย

kissho_aj02

มื้อกลางวันเป็นสเต็กเนื้อ พร้อมอาหารข้างเคียงอื่นๆ ก่อนรับประทานก็ได้ตื่นตาตื่นใจกับการจัดจานสไตล์ญี่ปุ่น ที่อาหารดูเหมือนงานศิลปะ ไม่ได้เป็นอาหารสำหรับรับประทานเท่านั้นแต่ว่าเป็นอาหารตาด้วย พอได้ชิมแต่ละเมนูก็ยิ่งรู้สึกประทับใจ รสชาติอาหารที่เอร็ดอร่อย สัมผัสได้ถึงการตั้งใจเลือกวัตถุดิบในการปรุงอาหารแต่ละจานเป็นอย่างดี

kissho_aj01

kissho_aj03

ถาดร้อนใส่เสต็กของร้านนี้ดูแตกต่างจากร้านอื่นๆ เพราะว่าดูใสเหมือนแก้ว ในขณะที่ร้านอื่นๆ ที่เคยรับประทานมาก็เป็นกระทะร้อนแบบธรรมดา รู้สึกว่าพิถีพิถันแม้กระทั่งการเลือกภาชนะ

ที่อยู่ร้าน : 180-0004  Musashino-shi, Tokyo Kichijojihon-cho 1-31-12 Chapter Ⅱ Daiei building 2Fเวลาให้บริการ : เปิดบริการ 2 ช่วง- ช่วงแรก 11: 30 - 15: 00 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 14: 00 น.)- ช่วงที่สอง 17: 30 - 22: 30 น. (สั่งอาหารได้ถึงเวลา 21: 30 น.)วันหยุด : วันอาทิตย์ วันจันทร์และวัดหยุดราชการ- เบอร์โทรศัพท์ 0422-27-2228สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการจะมาลองรับประทานอาหารที่ร้านนี้ แนะนำว่าควรทำการจองล่วงหน้านะคะ

ร้านคิชโช คิจิโจจิ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.kissho.co.jp/kichijoji/

ห้าแยกชิบุย่ะ สถานที่ๆ ต้องมาเยือนหากคุณมีโอกาสมาโตเกียว (Shibuya crossing)

“ชิบุย่ะ” ย่านที่เป็นแหล่งช็อปปิ้งและศูนย์รวมความบันเทิงอีกแห่งหนึ่งของโตเกียว เมื่อเพื่อนๆ ออกมาจากสถานีที่ทางออก Hachiko Exit ก็จะได้พบกับอนุสาวรีย์หมาฮะจิโกะ ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นหมาที่ซื่อสัตย์ เฝ้ารอนายของมันทุกวันที่สถานี โดยที่ไม่รู้ว่าเจ้านายได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับเสียแล้ว เจ้าหมาน้อยเฝ้ารอนายของมันทุกวันที่สถานี จนมันเสียชีวิต ความซื่อสัตย์ของมันทำให้ผู้คนประทับใจและสร้างอนุสาวรีย์เอาไว้ที่นี่ นักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา มักจะแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเสมอ

shibuya_aj03

วันที่ไปพบว่ามีเจ้าแมวมานอนตรงหมาฮะจิโกะพอดี ลองหาข้อมูลในอินเตอร์ดู พบว่าแทบทุกวันจะมีคุณลุงคนหนึ่ง พาแมวมานอนที่รูปปั้นเป็นประจำ ตั้งแต่เวลา 11 น. แมวจะอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. สำหรับใครที่ชอบแมวและอยากมาเก็บภาพน่ารักๆ ของแมวและหมาฮะจิโกะ ลองมาตามเวลาดังกล่าวนะคะ

shibuya_aj02

shibuya_aj04

ตรงกันข้ามกับรูปปั้นหมาฮะจิโกะ ก็มีศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ มองจากภายนอกคือโบกี้รถไฟเก่าๆ ทาสีเขียวค่ะ รถไฟโบกี้นี้เป็นรถไฟที่เคยใช้จริงนะคะ เป็นรถไฟสายโทคิว โทโยโกะ (Tokyu Toyoko line) ถูกใช้งานเมื่อปีค.ศ.  1954 และ ปีค.ศ. 1970 ซึ่งคนญี่ปุ่นจะเรียกเจ้ารถไฟสีเขียวนี้ว่าเจ้ากบเขียว (Green frog)

shibuya_aj18

ตอนนี้เจ้ากบเขียวที่ว่านี้ถูกใช้เป็นสำนักงานของการท่องเที่ยว คอยให้คำปรึกษาแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการหาข้อมูลท่องเที่ยวและปรึกษาปัญหาต่างๆ เช่นการฝากกระเป๋า การใช้ไวไฟ และเรื่องจำเป็นอื่นๆ ค่ะตอนนี้มีเอกสารให้ข้อมูลได้ทั้งหมด 4 ภาษาด้วยกันคือภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีนและภาษาเกาหลีค่ะภายในโบกี้รถไฟ ภายในรถไฟถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2560 ภายในโบกี้รถไฟเก่าตกแต่งด้วยธีมเฮลโหลคิตตี้ สีน้ำเงิน น่ารักมากๆ เลยค่ะ

shibuya_aj19

shibuya_aj20

อีกหนึ่งสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้ คือจุดข้ามถนนตรงห้าแยกชิบุย่ะที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน ภาพผู้คนจำนวนมากเป็นพันๆ คน รอข้ามถนนพร้อมๆ กันทำให้แยกนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก  อาจจะเป็นเพราะว่าสถานีชิบุย่ะเป็นสถานีขนาดใหญ่ ผู้คนที่มาใช้บริการก็เลยมีจำนวนมาก แล้วถนนตรงนี้ก็เป็นจุดตัดไปยังถนนเส้นอื่นๆ หลายสาย ทำให้คนมาใช้บริการจุดข้ามตรงนี้แบบไม่ขาดสายเลยทีเดียว

shibuya_aj11

shibuya_aj12

จากสถานี JR ชิบุย่ะ หากข้ามฝั่งมา แล้วเดินเข้าไปในซอยทางซ้ายมือของร้านสตาร์บัค ก็จะเป็นเส้นทางที่นำไปสู่อีกหนึ่งย่านช็อปปิ้งของชิบุย่ะที่เรียกว่า “ถนนชิบุย่ะ เซ็นเตอร์ไก ” (Shibuya Center-gai Street) ย่านนี้ เป็นเหมือนแหล่งช็อปปิ้งของสินค้าแบรนด์ต่างๆ อย่าเข้าใจผิดนะคะ ไม่ใช่แบรนด์แนมราคาแพงที่เราเอื้อมไม่ถึงนะคะ แต่เป็น แต่เป็นสินค้าหลากหลายยี่ห้อทั้งของตะวันตกและของญี่ปุ่นเอง รวมกันมาไว้ที่นี่ อย่างที่ประเทศไทย ร้านเหล่านี้มักจะถูกรวมเอาไว้ในห้างสรรพสินค้า แต่ที่โตเกียวร้านเหล่านี้กลับเปิดเป็นร้านเอกเทศของตัวเอง เช่นร้านเสื้อซาร่า bershka นอกจากเสื้อผ้าก็มีร้านรองเท้า ร้าน 390 เยน ร้านถุงเท้าน่ารักๆ เรียกได้ว่า ณ ใจกลางนชิบุย่ะ  มีสินค้าแทบทุกอย่างที่คุณต้องการ แถวนี้มีคนพลุกพล่านทั้งวัน ยิ่งช่วงเย็นๆ ค่ำๆ มีก็ร้านอาหารที่เป็นไนท์คลับ ผับ บาร์ต่างๆ เปิดให้บริการอยู่โดยรอบ เป็นอีกหนึ่งย่านสำหรับสนุกสนานไปกับไนท์ไลฟ์ของโตเกียวค่ะ

shibuya_aj01

เมื่อเดินเข้ามาในถนนเส้นนี้ก็จะได้พบกับร้านรวงต่างๆ มากมาย

shibuya_aj13

ร้านรองเท้าที่มีรองเท้าหลากหลายยี่ห้อรวมอยู่ในร้านเดียวให้ลูกค้าได้เลือกซื้ออย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปดูหลายๆ ร้าน สามารถเลือกชมและเรียบเทียบสินค้าได้ในที่เดียว

shibuya_aj14

ร้านอาหารหลากหลายชนิดเปิดให้บริการเรียงรายทั้งสองข้างทางของถนน

shibuya_aj15

shibuya_aj16

ย่านนี้มีบรรยากาศคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนตลอดทั้งวัน

shibuya_aj17

ข้ามสถานีมาอีกฟากของถนน ก็ยังมีที่น่าเดินเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง นั่นคือห้างสรรพสินค้าชิบุย่ะ ฮิคะริเอะ (Shibuya Hikarie ) ที่ตึกนี้มีทั้งหมด 13 ชั้น มีร้านขายสินค้าและร้านอาหารที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีจำนวนมาก

shibuya_aj05

shibuya_aj06

แต่ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ห้างสรรพสินค้าเท่านั้นนะคะ ที่ชั้น 8 มีอาร์ทแกลอรี่และจุดชมวิว ที่เราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ก็สามารถเข้าไปชมงานในแกลอรี่ได้ รวมทั้งคนทั่วไปสามารถขึ้นมาชมวิวมุมสูงของโตเกียวได้แบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียเงินสักเยนอีกด้วยค่ะ

shibuya_aj07

บรรยากาศในแกลอรี่ ผลงานศิลปะที่แสดงจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ค่ะ

shibuya_aj08

shibuya_aj09 shibuya_aj10

ห้างสรรพสินค้าชิบุย่ะ ฮิคะริเอะ (Shibuya Hikarie ) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.hikarie.jp/ 

สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen National Garden)

“ชินจูกุ” ถูกรู้จักในส่วนของการเป็นย่านช็อปปิ้งเสียมากกว่า นักท่องเที่ยวไม่ค่อยทราบว่าย่านนี้มีสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ ร่มรื่นและเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองที่อาศัยอยู่ในมหานครโตเกียวแห่งนี้

shinjuku_aj07

สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอนเป็นสวนสาธารณะที่สร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ เคยเป็นสวนของท่านไดเมียวซึ่งต่อมากลายเป็นสวนสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ได้  สวนแห่งนี้มีพื้นที่มากถึง 583,000 ตารางเมตร สนามหญ้ากว้างๆ ในสวนเป็นจุดที่ผู้คนนิยมมาใช้เวลาที่นี่ ในวันที่อากาศดี บางคนก็มานอนอ่านหนังสือ นั่งรับประทานอาหารกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว ปิกนิกกัน หรือเล่นกีฬากัน

shinjuku_aj10

นอกจากสนามหญ้ากว้างๆ ดังกล่าวก็ยังมีสวนที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ทั้งสวนแบบญี่ปุ่น, สวนฝรั่งเศส และสวนแบบอังกฤษ อีกด้วยค่ะ

shinjuku_aj05

shinjuku_aj06

shinjuku_aj09

ภายในสวนมีร้านอาหารและร้านน้ำชาให้บริการ อีกหนึ่งอาคารที่น่าประทับใจในสวนนี้คืออาคารชินจูกุ เกียวเอน โกเรียวเทอิ (Shinjuku Gyoen Goryou Tei)  เป็นอาคารที่มีประวัติว่าคนญี่ปุ่นที่อยู่ในประเทศไต้หวันได้รวบรวมเงินและนำมาสร้างอาคารแห่งนี้ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายในสมัยต้นยุคโชวะ อาคารแห่งนี้เป็นอาคารแบบไต้หวันที่ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมของจีนตอนใต้ ในสมัยราชวงศ์ชิง

shinjuku_aj11

shinjuku_aj12

shinjuku_aj14

นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจแล้ว สวนแห่งนี้ยังเป็นที่ชมความสวยงามของธรรมชาติอีกด้วย ทั้งการชมดอกซากุระที่บานสะพรั่งพร้อมๆ กันในช่วงฤดูใบไม้ผลิและการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของทุกๆ ปี

สวนสาธารณะชินจูกุเกียวเอน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > https://www.env.go.jp/garden/shinjukugyoen/

Omoide Yokocho

omoide_aj03

ท่ามกลางแหล่งช็อปปิ้งทันสมัยที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่างชินจูกุ ก็ยังมีตรอกเล็กๆ ที่มีกลิ่นอายของร้านค้าในอดีตซ่อนตัวอยู่ ย่านดังกล่าวนี้มีชื่อว่า “โอโมอิเดะโยโกะโฉะ” เป็นตรอกเล็กๆ มีระยะประมาณ 400 เมตรที่อยู่ทางทิศตะวันตกของสถานีชินจูกุ ในตรอกนี้มีร้านเหล้าเล็กๆ แบบญี่ปุ่นที่เรียกว่า “อิซะกะยะ”  เรียงรายอยู่ตามสองข้างทาง อาหารที่ขายกันหลักๆ ของย่านนี้คือของย่างเสียบไม้ ที่รับประทานได้ง่ายๆ กับเหล้าหรือเครื่องดื่มต่างๆ เช่นเนื้อวัวย่าง หมูย่าง ไก่ย่างและเครื่องในย่าง ร้านเหล่านี้ว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วก็ยังเปิดกิจการมาจนถึงปัจจุบัน

omoide_aj01

omoide_aj02

omoide_aj04

ร้านอาหารซูชิ มะมิเระ (Sushi mamire)

sushi_aj05

ซูชิที่ร้านซูชิมะมิเระเป็นซูชิที่มีรสชาติดี สดและอร่อยมากๆ เลยค่ะ เมนูมีอาหารหลากหลายให้เลือกรับประทานไม่ว่าจะเลือกแบบเป็นจานเดี่ยวหรืออาหารเซ็ท  หากใครที่ไม่ชอบรับประทานอาหารดิบอย่างซูชิหรือซาชิมิ ก็มีรายการอาหารอื่นให้เลือกรับประทานเช่นกัน

sushi_aj02

sushi_aj03

sushi_aj04

พร้อมกันนั้นสถานที่ก็มีให้เลือกทั้งที่เป็นเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะ มีความเป็นส่วนตัว คิดว่าเป็นร้านที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวและเหมาะที่จะเป็นสถานที่สังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าหลังเลิกงานก็ได้ ก่อนรับประทานอาหารเชฟยังมาอธิบายรายละเอียดของอาหารให้ฟังด้วย ประทับใจมากๆ ค่ะ

sushi_aj06

sushi_aj01

ร้านอาหารซูชิ มะมิเระ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > https://r.gnavi.co.jp/g454131/

โรงแรมเซ็นทรัล โฮเทล โตเกียว (Central Hotel Tokyo)

โรงแรมนี้เป็นโรงแรมที่สะดวกมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางมาเข้าพักจากสถานีชินจูกุ ใช้ทางออก East Exit ก็ใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาทีเท่านั้น และเมื่อเดินออกจากโรงแรม เราก็จะยืนอยู่ ณ ใจกลางชิจูกุ ที่เพียบพร้อมไปด้วยแหล่งช็อปปิ้งทันที

 hotel_aj03

hotel_aj01

สำหรับคนที่รักการช็อปปิ้ง  การเข้าพักที่นี่ถือว่าเหมาะสมที่สุดเลยค่ะ เพราะว่าพอออกมาจากโรงแรมก็เจอร้านรวงมากมายและที่ประทับใจมากๆ ก็คือขนาดของห้องพักนั้นมีความกว้างขวางมากกว่าโรงแรมที่เป็น Business Hotel อื่นๆ ที่เคยพักมา ก็เลยไม่ต้องกังวลกับกระเป๋าเดินทางหรือสัมภาระมากมายจากการช็อปปิ้งว่าจะไม่มีที่วาง

hotel_aj02

hotel_aj04

โรงแรมเซ็นทรัล โฮเทล โตเกียว อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ  > http://www.central-h-tokyo.co.jp/

 รูปและข้อมูลโดย : แอดมินดาว

admin-dao
Name *
Email *
Message *