ฟูจิซังและทะเลสาบทั้ง 5 (ตอนที่ 2)

751

หลังจากถอดใจจากทะเลสาบ Saiko ในตอนที่แล้ว เรายังมุ่งหน้าไปเก็บภาพความงามของทะเลสาบที่เหลือกับภูเขาไฟฟูจิกันไปต่อกันที่ทะเลสาบ Motosuko กันค่ะ

ทะเลสาบ Motosuko ถือเป็นสมบัติอย่างหนึ่งและเป็นส่วนประกอบของภูเขาไฟฟูจิ ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม (ขึ้นทะเบียนเมื่อเดือนมิถุนายน ปีเฮเซที่ 25) เช่นเดียวกับทะเลสาบ Yamanakako ที่เราไปเที่ยวมาในตอนที่ 1 เป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสมาก และมีความลึกมากที่สุดในบรรดาทะเลสาบฟูจิทั้ง 5 แห่ง จึงเป็นแหล่งที่มีกิจกรรมทางน้ำ และกีฬาทางน้ำมากมาย รวมทั้งเป็นพื้นที่ตั้งแคมป์ที่ได้รับความนิยม

ในปี ค.ศ. 1935 ช่างภาพชาวญี่ปุ่นชื่อ โอะคะดะ โคโย ผู้ที่เฝ้าติดตามถ่ายภาพฟูเขาไฟฟูจิมาตลอด ได้ไปถ่ายรูปจากบริเวณสันเขา Nakanokuradoge ซึ่งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบแห่งนี้และผลงานภาพที่เขาถ่ายมาได้คือ “ซะกุระ ฟุจิ” หรือภาพภูเขาไฟฟูจิกลับหัวที่สะท้อนลงบนผิวน้ำในทะเลสาบ Motosuko  ต่อมาภาพดังกล่าวได้รับการตั้งชื่อว่า “โคะฮัน โนะ ฮะรุ” และได้นำภาพนี้ไปใช้เป็นแบบภาพที่พิมพ์ลงในธนบัตรฉบับ 5,000 เยนในปี ค.ศ. 1984 และธนบัตรฉบับ 1,000 เยน ในปี ค.ศ. 2004

IMG_6232

มุมนี้แหละค่ะ มุมธนบัตร 1,000 เยน  ที่ทุกคนดั้นด้นมาเก็บภาพ แต่เราโชคยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยังมีเมฆก้อนใหญ่บดบังยอดภูเขาไฟฟูจิไว้ เข้าใจเลยว่า การจะได้ภาพของคุณฟูจิซัง ที่สดใส สง่างาม มันต้องใช้ความอดทน และรอคอยแค่ไหน

IMG_6234

ลองเปรียบเทียบกับภาพด้านหลังธนบัตร 1,000 เยน ดูสักหน่อย ไม่เหมือนก็ใกล้เคียงแหละเนอะ

ที่ทะเลสาบ Motosuko นี้ เราไม่ได้ลงไปเก็บภาพด้านล่างริมทะเลสาบเพราะมุมที่เราเลือกไปไม่มีทางลงไปค่ะ ถ้าเพื่อนๆมีเวลา ลองขับรถวนรอบทะเลสาบ หามุมอื่นๆลงไปสัมผัสริมสะเลสาบ ก็น่าจะสดชื่นดีนะคะ

เราไปต่อกันที่ทะเลสาบ Shojiko เป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 ของภูเขาไฟฟูจิ ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างทะเลสาบ Motosuko  กับทะเลสาบ Saiko โดยหลักฐานทางทางธรณีวิทยาพบว่า ในอดีตทะเลสาบทั้งสามแห่งนี้เคยเป็นทะเลสาบเดียวกันมาก่อน ก่อนที่ในปี ค.ศ. 864-868 เกิดการปะทุขึ้นของภูเขาไฟฟูจิและลาวาไหลลงมาแยกทะเลสาบออกเป็นสามแห่งเช่นที่เห็นในปัจจุบัน แต่ยังมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ทะเลสาบทั้งสามแห่งนี้ยังเหลือทางน้ำใต้ดินเชื่อมกันอยู่ เรียกว่าตัดกันไม่ขาดจริงๆ

IMG_6245

ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่บรรยากาศดี ไม่น้อยหน้าทะเลสาบอื่นๆเลยนะคะ มุมกว้างๆ มองเห็นทั้งทะเลสาบ และภูเขาไฟฟูจิที่แม้ยังคงมีเมฆบดบังบ้างแต่ก็ยังสง่างาม

IMG_6247

พื้นน้ำสีฟ้าสดใส กับเรือที่จอดไว้รอให้ใครสักคน นำลงไปพายในทะเลสาบ ซึ่งไม่ใช่ #travelholic แน่นอนค่ะ เพราะเราเป็นผู้หญิงยิงเรือ ไม่ใช่ผู้ชายจะได้ไปพายเรือ ... ตึ่งโป๊ะ!

IMG_6254

แสงแดดอุ่นๆ ช่วยให้อากาศเย็นๆในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อบอุ่นขึ้นมาได้เยอะเลย เจ้าแมวขี้เกียจตัวนี้คงกำลังหลับสบาย ไม่ขยับเขยื้อนไปไหนตลอดเวลาที่เราเดินเก็บภาพประทับใจริมทะเลสาบเลยค่ะ

ทางระหว่างทะเลสาบ Motosuko และทะเลสาบ Shojiko ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ ที่เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบความตื่นเต้นท้าทาย เราจะไปสัมผัสความเย็นในระดับติดลบ กันที่ถ้ำ Fugaku wind และถ้ำ Narusawa Ice Cave

ถ้ำลม( Fugaku Wind Cave) ในอดีตถ้ำแห่งนี้ถูกใช้เป็นโกดังธรรมชาติคล้ายตู้เย็น เนื่องจากมีอุณหภูมิคงที่ 0 องศาเซลเซียสตลอดปี ภายในถ้ำมีการตกแต่งให้มีชั้นวางของ กล่องไม้โอ๊ค และที่สำหรับเก็บรังไหม มีทางเดินสะดวกมากกว่าถ้ำน้ำแข็ง

ถ้ำน้ำแข็ง(Narusawa Ice Cave) เป็นถ้ำที่มีอุณหภูมิตต่ำกว่าจุดเยือกแข็งแม้อยู่ในฤดูร้อน ซึ่งในช่วงต้นปี 1900 เคยนำมาใช้เป็นสถานที่จัดเก็บน้ำแข็งให้มีใช้ตลอดทั้งปี ภายในถ้ำมีทางเดินเป็นวงกลมไม่ลึกมากนัก แต่เพดานต่ำบางจุดแทบจะต้องคลานเข่า และบันไดหินที่ลื่นมาก ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน

จากความยากในการเดินของถ้ำทั้ง 2 แห่ง #travelholic เลยไม่ได้เก็บภาพด้านในมาฝาก เพื่อนๆ ท่านใดมีโอกาส อย่าลืมแวะไปสัมผัสความเย็นด้วยตัวเองนะคะ

ภาพและเรื่องโดย #travelholic