Explore Tokyo! เบื่อที่เที่ยวเดิมๆ มั้ย? มาค่ะ มาเต็มอิ่มกับ 1 Day Trip ในเขตโอตะ ชิม ช็อปและชิลล์ จบท้ายวันด้วยการแช่ออนเซนธรรมชาติในโตเกียวนี่แหละ!  

2,231

หากคุณมี 1 วันว่างในโตเกียว ที่ไม่รู้ว่าจะไปไหนดี รู้สึกเบื่อแหล่งช็อปปิ้ง-กิน-เที่ยวแบบเดิมๆ ที่ใครๆ ก็ไปกัน อยากท่องเที่ยวแบบคนญี่ปุ่น...คนท้องถิ่นเขาไปเที่ยว ไปกินที่ไหนกันน๊า....ถ้าคุณยังไม่มีแพลนในหัว เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ เขตโอตะ (Ota City)  ในโตเกียวนี่เอง!

ก่อนอื่น ขอแนะนำเขตโอตะ ให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อนนะคะ เขตนี้เป็นเขตที่กว้างใหญ่ที่สุดในโตเกียว มีสนามบินฮาเนะดะตั้งอยู่ จากเขตโอตะที่สถานี Keikyu Kamata ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาที ก็ถึงสนามบินฮาเนะดะอย่างง่ายดายด้วยรถไฟ เหมาะจะเป็นสถานีที่พัก ก่อนเดินทางกลับประเทศ แถมที่นี่ยังมีที่เที่ยว ที่ช็อป ที่กินมากมาย พิเศษสุดๆ ก็คือ เขตนี้เป็นเขตในโตเกียวที่มีเซนโต (โรงอาบน้ำสาธารณะ) อยู่ทั้งหมด 39 แห่ง ซึ่ง 15 แห่งในนั้นเป็นออนเซนธรรมชาติที่มีแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมาก ดีต่อผิวพรรณและสุขภาพ อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบคนท้องถิ่นดูสักครั้ง ไม่พูดพร่ำทำเพลง ตามมาเก็บข้อมูลกันได้เลยค่ะ

ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเขตโอตะ ไม่แวะไม่ได้แล้ว! (Ota City Tourist Information Center)

จะดีแค่ไหนถ้าเราได้สัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักเยน!

ใครที่รักความเป็นญี่ปุ่นและได้มาเที่ยวที่เขตโอตะ แนะนำให้แวะมาที่ “ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเขตโอตะ” ที่อยู่ตรงสถานี Keikyu Kamata รับรองว่าได้ข้อมูลเด็ดๆ โดนๆ อย่างเช่น ซื้อของฝากเป็นอะไรถึงจะเด็ด แถมยังได้ชมพิธีชงชาลองพับกระดาษโอริกามิหรือลองสวมชุดกิโมโน พร้อมได้รูปถ่ายกลับบ้านเป็นที่ระลึก “ฟรี” อีกด้วยนะคะ!

ota01

สถานีที่เป็นที่ตั้งของศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเขตโอตะ

ศูนย์แห่งนี้เปิดให้บริการปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว จุดประสงค์ของศูนย์ก็คือต้องการเป็นที่ๆ รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจต่างๆ ของเขตโอตะไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่นทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนญี่ปุ่นในเขตโอตะ ได้มาหาข้อมูลกัน ซึ่งที่นี่ให้บริการได้ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นค่ะ

ota04

ota10

ด้านในของศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเขตโอตะ        

อีกเหตุผลก็คือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนที่อยากทำความรู้จักกับเขตโอตะในเวลารวดเร็ว เนื่องจากเขตโอตะเป็นเขตที่กว้างใหญ่ที่สุดในโตเกียว เสียเวลาเป็นวันๆ ก็อาจจะยังไปไม่ครบ ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวจึงได้รวมสุดยอดสินค้าในเขตนี้ 100 รายการมาไว้ที่ศูนย์

สินค้ายอดนิยมอันดับ 1 ของเขตนี้คือโมจิ วิธีกินของคุณญี่ปุ่นก็คือนำไปใส่ในซุป เป็นซุปที่กินตอนวันขึ้นปีใหม่

ota03

“โมจิ” สินค้ายอดนิยมอันดับ 1 ของเขตโอตะ

อันดับที่ 2 คือเครื่องมือที่ใช้จับของที่มีชิ้นเล็กๆ อาจจะฟังดูงงๆ สักหน่อย แต่เนื่องจากดั้งเดิมนั้น เขตนี้เป็นเขตที่เต็มไปด้วยโรงงานที่ทำงานละเอียดชิ้นเล็กๆ เช่นชิ้นส่วนจรวด นั่นเองค่ะ

อันดับที่ 3 คือเบียร์ดำ เหตุผลเพราะว่าที่เขตโอตะมีบ่อน้ำแร่ธรรมชาติ 15 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ่อน้ำแร่สีดำที่เชื่อว่าแช่แล้วทำให้ผิวพรรณดี การสูบฉีดโลหิตในร่างกายไหลเวียนดี ดังนั้นจึงคิดทำเบียร์ดำเพื่อสื่อถึงออนเซนน้ำดำของเขตนี้นั่นเอง

ota02

“เบียร์ดำ” สินค้ายอดนิยมอันดับ 2 ของเขตโอตะ

ota0100

Hanepyon คาแรคเตอร์ของเขตโอตะ

เขตนี้มีคาแรคเตอร์ของตัวเองด้วยนะคะ มีชื่อว่า “ฮะเนะพยอน” (Hanepyon) ซึ่งแต่ละส่วนมีความหมายนะคะ เช่น ส่วนหัวดูเหมือนเครื่องบินเพราะเขตนี้มีสนามบินฮะเนะดะตั้งอยู่ ถือถังไม้ที่ใช้ในออนเซนเพราะว่าเขตนี้มีออนเซนธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก และช่วงฤดูใบไม้ผลิเขตนี้ก็มีซากุระสวยงาม ดังนั้น Hanepyon จึงมีปกเสื้อเป็นกลีบดอกซากุระ ช่างคิดจริงๆ เลยนะคะเนี๊ยะ

ในปีค.ศ. 2020 ปีที่จัดโอลิมปิกที่ประเทศญี่ปุ่น เขตโอตะตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นเขตที่สามารถรองรับชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดีเพราะที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหารและแหล่งท่องเที่ยวมากมายที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวที่ได้มาพักหรือใช้เวลาท่องเที่ยวในเขตนี้

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของศูนย์แนะนำข้อมูลแห่งนี้ก็คือนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างง่ายดาย มีให้เลือกสองแบบคือ

  1. กิจกรรมที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ต้องทำการจองผ่านเว็บไซต์ล่วงหน้าเป็นเวลา 3 วัน เช่น เวิร์กชอปพิธีชงชาแบบญี่ปุ่น ค่าใช้จ่าย 3,500 เยนหรือเวิร์กชอปการประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น ค่าใช้จ่าย 2,500 เยน
  2. กิจกรรมที่ให้บริการฟรี สามารถ walk-in เข้ามาขอใช้บริการได้เลย ได้แก่กิจกรรมลองสวมชุดกิโมโน (มีชุดสำหรับทั้งหญิงและชายนะคะ) นอกจากได้ลองสวมชุดสวยๆ แล้วยังจะได้ภาพถ่ายกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก 1 ใบด้วยค่ะ

ota05

กิจกรรมลองสวมชุดกิโมโนฟรี มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยแต่งตัวให้เราค่ะ

ota06

ชุดของผู้ชาย

ota07

ชุดของผู้หญิง

อีกหนึ่งกิจกรรมฟรีที่น่าสนใจคือการทำที่คั่นหนังสือสไตล์ญี่ปุ่น ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีพร้อมนำที่คั่นหนังสือกลับไปใช้ได้ค่ะ

ota08

ota09

กิจกรรมที่ให้บริการที่ศูนย์ก็จะสลับสับเปลี่ยนกันไปนะคะ ดูข้อมูลกิจกรรมต่างๆ และจองเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์นี้ค่ะ > https://tokyoactivity.com/th/

ศูนย์แนะนำการท่องเที่ยวเขตโอตะ

พิกัด : 4 Chome-50-11 Kamata, Ōta-ku, Tōkyō-to 144-0052

ศูนย์ตั้งอยู่ภายในสถานี Keikyu Kamata เมื่อลงรถไฟที่สถานีนี้ หลังจากแตะบัตรเดินออกมา เดินต่อไปประมาณ 100 เมตรก็จะพบศูนย์แนะนำการท่องเที่ยว

เวลาทำการ : 9:00 – 21:00 น. ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์ศูนย์แนะนำข้อมูลเขตโอตะ >https://tokyoactivity.com/ja/ มีภาษาไทยด้วยนะคะ!

ขอพรเรื่องความรักที่วัดอิเคกามิฮอนมอนจิ (Ikegami Honmonji Temple)

วัดแห่งนี้มีความสำคัญเปรียบเหมือนศูนย์กลางของนิกายนิชิเรนก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นสถานที่ๆ ท่านนิชิเรนเสียชีวิต ในเว็บไซต์อย่างไม่เป็นทางการของผู้ที่เลื่อมใสในนิกายนี้เชื่อว่าบริเวณวัดแห่งนี้เป็นแหล่งพาวเวอร์สปอตเรื่องความรัก (พาวเวอร์สปอตก็คือสถานที่ๆ มีพลังบวกอยู่เป็นจำนวนมาก หากเราเดินทางไปในสถานที่นั้นๆ ก็จะได้รับพลังดีๆ กลับมานั่นเองค่ะ) นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่คนญี่ปุ่นมักจะขอพรเกี่ยวกับการศึกษาและรักษาโรคตาอีกด้วย

จากสถานี Ikegami ค่อยๆ เดินไป จะผ่านถนนหน้าวัด ( Ikegami Honmonji Shopping Street) ที่มีร้านรวงสองข้างทางให้เราแวะซื้อของฝากหรือรับประทานอาหาร

ikegami02

ถนนช็อปปิ้งหน้าวัด

เดินชมวิวสองข้างทางมาเรื่อยๆ ยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงวัดแล้วค่ะ

ikegami03

บริเวณหน้าวัด           

ikegami04

เมื่อเดินเข้ามาจะพบบันไดสูงสักหน่อยนะคะ ค่อยๆ เดินขึ้นไป ตัววัดอยู่ด้านบนค่ะ

ikegami05

วันนี้ท้องฟ้าสดใส ถ่ายภาพวัดได้สวยงามเลยค่ะ

ที่ญี่ปุ่นเต็มไปด้วยวัดและศาลเจ้ามากมาย ข้อสังเกตความแตกต่างระหว่างวัดและศาลเจ้าที่ญี่ปุ่นก็คือหากเป็นวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่วางอยู่หน้าโบสถ์นั่นเองค่ะ

ikegami06

เครื่องรางของที่วัด

ikegami07

เครื่องรางรูปดอกบ๊วยสำหรับขอพรเรื่องความรัก

สำหรับเพื่อนๆ ที่มีสมุดสะสมตราประทับโกะชูอินอยู่แล้วก็สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่ประทับตราให้ได้ ในราคา 300 เยน ส่วนคนที่ไม่มี แต่อยากเริ่มสะสม ก็ซื้อสมุดได้ที่วัดในราคาเล่มละ 1,500 เยนค่ะ

สมุดสะสมตราประทับโกะชูอินนั้นเป็นธรรมเนียมปฎิบัติของคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ เวลาเดินทางไปไหนๆ ก็จะพกไปด้วย เพื่อประทับตราประทับของวัดไว้เป็นที่ระลึกว่าเคยได้มานมัสการแล้ว นอกจากนี้เมื่อกลับบ้าน ก็จะนำไปเก็บไว้บนหิ้ง เชื่อว่าช่วยปกปักรักษาให้คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข

ikegami08

สมุดสะสมตราประทับวัด มีชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “โกะชูอิน” (Goshuintyou)

ikegami09

ตราประทับของวัดนี้ค่ะ

ikegami01

การเดินทาง

พิกัดวัด : 1 Chome-1-1-1 Ikegami, Ōta-ku, Tōkyō  146-8576, Japan

สถานีที่ใกล้ที่สุด : Ikegami Station เดินออกทาง North Exit จากสถานีเดินไปวัด ระยะทางประมาณ 850 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีค่ะ

เว็บไซต์ : http://honmonji.jp/outline/keidai.html

ชิม “โมจิอายุยืน” ที่ร้านอิเคะดะยะ (Ikegami Ikedaya) ร้านขนมที่สืบทอดกิจการมาตั้งแต่สมัยเอโดะ!

ร้านขนมแห่งนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่ขายขนมโมจิมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1700 กว่าๆ ในช่วงสมัยเอโดะ สถานที่ตั้งของร้านก็เป็นที่เดิมตั้งแต่แรกเริ่ม ปัจจุบันขนมขึ้นชื่อของร้านมีอยู่ 2 เมนู เรามาทำความรู้จักกันค่ะ

ikedaya01

อย่างแรกคือ “คุซุโมจิ” (Kuzu Mochi) จากตัวคันจิที่ใช้เขียนชื่อขนมนี้ เป็นการเล่นคำ แปลความหมายได้ว่า “โมจิอายุยืน” มีอยู่ 2 ชนิดในเมนู คือรายการที่ 11 คินาโกะคาเคะ (Kinakokake) โมจิโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ และรายการที่ 12 คุโระโกะมะ คินาโกะคาเคะ (Kurogoma Kinakokake) โมจิโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะผสมงาดำ ทั้งสองเมนูนี้มีราคาเท่ากันคือจานละ 600 เยน

ikedaya02

รายการที่ 11 คินาโกะคาเคะ (Kinako kake) โมจิโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะ

ikedaya04

รายการที่ 12 คุโระโกะมะ คินาโกะคาเคะ (Kurogoma Kinagko kake) โมจิโรยผงถั่วเหลืองคินาโกะผสมงาดำ

เวลากินโมจิ แนะนำให้กินเปล่าๆ ก่อน คือกินแบบโรยผงถั่วเหลือง เพื่อที่เราจะได้รับรู้รสชาติดั้งเดิมของโมจิและสัมผัสกับความเด้งของโมจิที่แตกต่างจากที่อื่น หลังจากนั้นค่อยกินอีกแบบคือราดด้วยคุโระมิซึหรือน้ำผึ้งดำสูตรเฉพาะของทางร้าน ก็จะได้โมจิเหนียวหนึบรสหวานที่อร่อยไปอีกแบบค่ะ

ikedaya08

โมจิของฝาก ที่นี่พิถีพิถันในการห่อ มีความแน่นหนากว่าที่อื่นๆ ทำให้เก็บโมจิไว้ได้นานถึง 6 วันโดยไม่ต้องแช่เย็น

หากต้องการซื้อโมจิเป็นของฝาก ก็มีแบบแพ็คจำหน่าย มี 6 ขนาดให้เลือกคือ ห่อสำหรับ 1 คน ราคา 390 เยน, ห่อเล็กสำหรับ 2-3 คน ราคา 790 เยน, ห่อกลางสำหรับ 3-4 คน ราคา 1,150 เยน แต่ถ้าต้องการขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาอีกก็มีนะคะ ห่อใหญ่สำหรับ 4-5 คน ราคา 1,500 เยน, ห่อใหญ่สำหรับ 7-8 คนราคา 2,000 เยนและห่อใหญ่สุดสำหรับ 10-12 คน ราคา 3,200 เยนค่ะ

ikedaya07

บรรยากาศภายในร้าน

โมจิของร้านนี้มีความแตกต่างจากโมจิของร้านอื่นเพราะมีเคล็ดลับความอร่อยที่เป็นสูตรลับของครอบครัว เน้นความเด้งของโมจิ ส่วนประกอบอื่นๆ ก็คัดเลือกวัตถุดิบที่ใช้เป็นอย่างดี อย่างผงถั่วเหลืองก็ทำเอง มั่นใจได้ว่าเป็นถั่ว 100%

อย่างที่สองที่ฮิตมากๆ ในขณะนี้ก็คือ “เซ็ทมินิเซน” เป็นเซ็ทรวมขนมหลายๆ ชนิดไว้ในเซ็ทเดียว เพิ่งทำขายมาได้ประมาณ 3-4 ปี เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวเพราะว่าในเซ็ทมีขนมหลากหลายให้ลองชิม สั่งทีเดียวก็ได้ชิมขนมหลายอย่างในราคาย่อมเยา

ในชุดมินิเซน มีโมจิอายุยืนจานเล็ก ขนมโทโกโระเท็นถ้วยเล็ก (Tokoroten) ขนมครีมอันมิทสึถ้วยเล็ก พร้อมกับให้เราเลือกเครื่องดื่มได้ 1 แก้ว ราคาเซ็ทนี้อยู่ที่ 880 เยน

ikedaya0110

เมนูภาพที่อธิบายเซ็ทมินิเซนให้เข้าใจได้ง่ายๆ แม้ว่าจะไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นก็ตาม

ikedaya03

มาเสิร์ฟแล้วค่ะ....ขนมเซ็ทมินิเซน

ikedaya05

ikedaya06

 หน้าตาของขนมที่มีชื่อว่า “Tokoroten” ลักษณะเป็นเส้นใสๆ มีขายตลอดปี

ikedaya09

เคาน์เตอร์ซื้อของฝาก ถ่ายจากมุมหน้าร้าน

การเดินทาง

พิกัดร้าน : 4 Chome-24-1 Ikegami, Ōta-ku, Tōkyō 146-0082, Japan

สถานีที่ใกล้ที่สุด : Ikegami Station จากสถานีเดินไปร้าน ระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 7 นาทีค่ะ (ร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากหน้าวัดอิเคกามิฮอนมอนจิ เดินจากร้านไปวัดประมาณ 350 เมตร)

เวลาทำการ : เคาน์เตอร์ซื้อกลับบ้าน 9:00-18:00 น. / รับประทานในร้าน 10:00-17:00 น. (สั่งอาหารได้ถึง 16:45 น.) เปิดให้บริการทุกวัน ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์ : http://kuzumochi-ikedaya.cafe.coocan.jp/

ตะลุยกินอย่างคนท้องถิ่นกับเบเกอรี่สุดอร่อยระดับกินซ่าแต่ราคาเป็นกันเองที่ร้าน Patisserie AKANE

ร้านเบเกอรี่ของลูกสาวเจ้าของฟาร์มไข่ไก่ที่คิดหาวิธีว่าทำอย่างไรให้ไข่ไก่สดๆ จากฟาร์มของเธอกลายมาเป็นขนมอร่อยที่ทุกคนสามารถกินได้ทุกวัน ไม่เบื่อ!

akane01

เรามาตามคำร่ำลือว่าเบเกอรี่ร้านนี้อร่อยนักหนา นั่งรถไฟไปลงที่สถานี Senzoku-Ike จากนั้นเดินแค่ 1 นาทีก็ถึงร้านแล้วค่ะ หาง่ายมากๆ เลยนะคะ

akane03

จากสถานีเดินเข้ามาทางถนนการค้าที่มีชื่อว่า Senzokuike ค่ะ

 akane13

ร้านสีขาวๆ อยู่ชั้นใต้ดินอย่างในภาพนะคะ

akane14

จุดสังเกตใกล้ๆ กันมีร้านสะดวกซื้อ Family Mart อยู่ค่ะ

พอเข้ามาในร้าน เป็นร้านเล็กๆ ที่ตกแต่งด้วยไม้และสีขาวดูสะอาดตา เป็นร้านเล็กๆ ที่ดูอบอุ่นน่านั่ง พวกเราได้ที่นั่งและดื่มชากันเรียบร้อย คุณทานะกะ อะดะเนะ เจ้าของร้านคนสวยเล่าให้เราฟังว่า เปิดร้านมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2007 แล้ว ตอนอายุประมาณ 21 ปีได้เริ่มเรียนทำขนมควบคู่ไปกับการทำงานประจำ เพราะอยากค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร เมื่ออายุ 29 ปีได้เปิดร้านเบเกอรี่แห่งนี้ขึ้นมา ตั้งใจว่าจะใช้ไข่ไก่สดๆ จากฟาร์มของครอบครัวมาทำขนมที่สามารถกินได้ทุกวัน เริ่มต้นมี 4 เมนูที่ทำขายคือ ชูครีม, พุดดิ้ง, โรล์เค้ก และคุกกี้

akane04

บรรยากาศภายในร้านที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของขนมปังและเบเกอรี่

akane05

akane11 akane12

ขนมเค้กตกแต่งอย่างน่ารัก ดูน่ากินมากๆ เลยนะคะ

เรามาทำความรู้จักกับ 3 เมนูสุดฮิตของร้านที่ใครมาก็ต้องสั่งกันดีกว่าค่ะ

เมนูที่ 1 ชูครีมรูปหงส์ ชูครีมเป็นขนมที่ใช้ไข่ไก่เป็นวัตถุดิบหลัก เพราะว่ามีวัตถุดิบชั้นดีอยู่แล้ว นั่นคือไข่ไก่สดๆ จากฟาร์ม คุณทานะกะจึงตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำอย่างไรให้ชูครีมของเธอออกมาเป็นชูครีมที่มีไส้คัสตาร์ดที่อร่อยที่สุดแตกต่างจากร้านอื่น ผ่านการคิดค้นจนได้สูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน ไส้คัสตาร์ดที่เบา นุ่ม หวานน้อย ภายใต้แป้งชูครีมที่ทำเป็นรูปหงส์อย่างสวยงาม ที่ทำเป็นรูปหงส์

akane10

เพราะว่าอยากจะเชื่อมโยงขนมกับสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้ นั่นก็คือบึงที่มีชื่อว่า Senzoku บึงแห่งนี้สวยงามมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซากุระบานสะพรั่ง และที่นี่มีเรือหงส์ให้บริการอยู่นั่นเองค่ะ

akane02

เมนูที่ 2 พายแอปเปิ้ลรูปดอกกุหลาบ ราคา 690 เยน พูดตรงๆ นะคะ ไม่เคยกินพายแอปเปิ้ลที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน แป้งบาง กรอบ ให้ความรู้สึกเบาเวลากัดเข้าปาก ไส้แอปเปิ้ลที่มีรสละมุน หวานน้อย เข้ากันได้ดีมากๆ กับแป้งบางกรอบ กินคู่กับนามะครีมและไอศกรีมวนิลาที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน กินไปเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็หมดจานแล้วค่ะ

akane06

นามะครีมหรือครีมสดของที่นี่ก็เป็นสูตรพิเศษของทางร้าน มีความข้น มันของครีมสด ทางร้านยอมใช้วัตถุดิบที่มีราคาแพง ได้กำไรน้อยลงสักหน่อยก็ไม่เป็นไรเพราะมีจุดประสงค์ว่าอยากทำเบเกอรี่ชั้นดีให้ลูกค้ากินแล้วมีความสุข เมื่อลูกค้าติดใจก็จะกลับมากินซ้ำอีกต่อไปเรื่อยๆ นั่นเองค่ะ น่ารักจริงๆ เลยนะคะร้านนี้ ^^

akane07

ไส้แอปเปิ้ลด้านใน อร่อย รสชาติธรรมชาติมากๆ เลยค่ะ

เมนูที่ 3 บลูเรส เฟรนโทส เสิร์ฟพร้อมผลไม้ตามฤดูกาล ราคา 880 เยน ไม่น่าเชื่อว่าขนมจานนี้จะราคาแค่ 880 เยน เป็นขนมที่สวยและอร่อยมากๆ เฟรนโทสที่ชุ่มเนย ครีมที่ราดมา รสละมุน รับประทานพร้อมกัน รสชาติเข้ากันได้ดี กินได้เพลินมากจริงๆ ตัดรสด้วยผลไม้สดตามฤดู มั่นใจว่าถ้าขายในเมือง ต่อให้จานนี้ขาย 2,000 เยน คนต้องต่อแถวกินแน่นอน

akane09

ครีมเยิ้มๆ กับรสชาตินุ่มลิ้น รสนุ่ม ชุ่มเนย อร่อยมากๆ อีกหนึ่งจานค่ะ

akane08

อีกอย่างที่พลาดไม่ได้ของร้านนี้ก็คือชาฝรั่งชั้นดี เป็นชาคุณภาพสูงจากต่างประเทศ ที่ลงตัวกันได้ดีเมื่อดื่มคู่กับขนมหวาน

ร้านนี้แนะนำว่า ควรมาอย่างแรง หากมาโตเกียวและรักการชิมขนมหวาน รับรองว่าคุณจะต้องหลงรักร้านนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว!

การเดินทาง

พิกัดร้าน : Japan, 〒145-0064 Tōkyō-to, Ōta-ku, Kamiikedai, 2 Chome−31−11 モダン フォルム 上池台 B1F

สถานีที่ใกล้ที่สุด : สถานี Senzoku Ike ระยะทาง 75 เมตร เดินประมาณ 1 นาที

เวลาทำการ : 10:00-19:00 น. ร้านหยุดทุกวันจันทร์

เว็บไซต์ : https://www.p-akane.com/

ชิมเกี๊ยวซ่ามีปีกที่ร้าน “หนีห่าว” (Ni-Hao main shop) อร่อยมากจนได้รับการโหวตว่าเป็นเกี๊ยวซ่าที่อร่อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น!!

ใครชอบเกี๊ยวซ่ายกมือขึ้นค่ะ!! เรามีเกี๊ยวซ่าที่อร่อยมากๆ เกี๊ยวซ่าทีมีขอบกรอบๆ ทอดใหม่ๆ เสิร์ฟตอนร้อนๆ พอกัดเข้าไปแต่ละคำมีน้ำซุปออกมา ซึ่งเป็นน้ำของผักและหมูที่เป็นไส้เกี๊ยวซ่า ให้อารมณ์เหมือนกินเสี่ยวหลงเปา อร่อยอย่างที่ไม่เคยกินที่ไหนแบบนี้มาก่อน ตื่นเต้นมากๆ เลยค่ะ!!

ร้านสาขาที่เราไป เป็นร้านสาขาที่ 2 ที่คุณลุงเจ้าของร้านเป็นผู้ดูแลอยู่ ร้านอยู่ใกล้กับสถานี Keikyu Kamata  แค่ 100 เมตรเท่านั้น เมื่อเดินมาถึงพบป้ายสีแดงๆ แบบนี้ แปลว่าคุณเดินมาถึงแล้วค่ะ  ร้านจะอยู่ชั้นใต้ดินนะคะ

nihao15

nihao12

จุดสังเกตอีกอย่างก็คือร้านอยู่ใกล้ๆ กับ เซเว่นค่ะ

nihao16

ร้านนี้เปิดมานาน 35 ปีแล้ว มีลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ปัจจุบันขายเกี๊ยวซ่ามากกว่าวันละ 10,000 ชิ้น ร้านมีที่นั่ง 100 ที่นั่ง หากมาช่วงเย็นต้องต่อคิวรอกันเลยทีเดียว

nihao14

nihao13

จุดขายของร้านคือเกี๊ยวมีปีก หรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ฮะเนะทสึกิ เกียวซะ” (Hanetsuki gyoza) เคยถูกจัดอันดับจากหนังสือพิมพ์ชื่อดัง Nikei Shinbun ให้เป็นร้านเกี๊ยวซ่าที่อร่อยเป็นอันดับ 1 ในญี่ปุ่น สรรหาผู้ชนะโดยสมาคมเกี๊ยวซ่าคัดเลือกร้านเกี๊ยวซ่ามา 21 ร้าน จากนั้นแต่ละร้านก็ส่งเกี๊ยวซ่ามาที่ส่วนกลาง แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญแกะสูตรแล้วทำขึ้นมาใหม่ ให้คณะกรรมการชิม ซึ่งมติลงเป็นเอกฉันท์ให้ร้านหนีห่าวได้รับรางวัลชนะเลิศไปครอง

nihao11

คุณลุงเจ้าของร้านพร้อมประกาศนียบัตรประกาศความอร่อย!! สุโก้ย!!

nihao08

เกี๊ยวซ่าทอดแบบมีปีก

nihao10

หลักในการทำงานของคุณลุงเจ้าของร้านที่จะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงก็คือ

1.เนื้อหมูต้องบดเอง ถึงแม้ว่าทางร้านจะซื้อเนื้อหมูจำนวนมากจนร้านขายหมูบอกว่าจะบริการบดหมูให้ แต่คุณลุงก็ยืนยันที่จะบดหมูเองเพราะว่าต้องการตรวจสอบคุณภาพของเนื้อหมูที่ได้รับมา ว่าเป็นหมูที่สดจริงๆ หรือเปล่า

2.ผักที่ใช้ทำไส้ของเกี๊ยวซ่า ต้องหั่นด้วยมือเท่านั้น ไม่ใช้เครื่องหั่น เพราะว่าจะทำให้น้ำในผักหายไป เวลาที่ทำเป็นเกี๊ยวซ่าแล้วจะไม่มีน้ำผักที่มีรสหวานซึมออกมา

3.แป้งเกี๊ยวซ่าต้องใช้น้ำร้อนในการผสมเท่านั้น แป้งเกี๊ยวซ่าของร้านนี้จึงมีความเหนียวนุ่ม ที่คนญี่ปุ่นใช้คำว่าโมจิ โมจิ คือมีความนุ่มคล้ายขนมโมจินั่นเองค่ะ

นอกจากเกี๊ยวมีปีกทอดแล้ว เกี๊ยวนึ่งก็อร่อยไม่แพ้กันนะคะ มีความจุ๊ยซี่เวลากัดเข้าไปเหมือนกันเลยค่ะ เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านจริงๆ นะคะ

nihao07

นอกจากนี้ อีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ไม่ได้ทำทุกวัน เรียกว่าต้องเสี่ยงดวงเอาก็คือ หมั่นโถวค่ะ แป้งดีมาก ขนาดที่บีบจนฟีบไปกับมือ ปล่อยไว้แป๊บเดียวก็กลับมาคงรูปเหมือนเดิมได้ เหมือนการเล่นกลเลยค่ะ

nihao02

คุณลุงเจ้าของร้านโชว์การบีบหมั่นโถวจนบี้คามือ

nihao03

พอปล่อยมือ หมั่นโถวก็ค่อยๆ ฟูขึ้นมา

nihao04

จนกลับมาเป็นสภาพเดิม อั๊ยยะ เป็นไปได้อย่างไรเนี๊ยะ!!

nihao05

nihao06

แป้งนุ่มเหนียวมาก อร่อยมากๆ เลยค่ะ

นิตยสารแม่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่งเคยทำการสำรวจสิ่งที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นในเขตโอตะ ร้านหนีห่าวได้รับการโหวตเป็นอันดับ 1 ชนะสนามบินฮาเนะดะที่ได้รับการโหวตเป็นอันดับที่ 4 ว้าว...ชนะสนามบินด้วยนะคะเนี๊ยะ เท่มากๆ เลย ฮ่าๆๆ

ในโตเกียวตอนนี้มี 12 สาขา กำลังจะเปิดสาขาที่ Shinjuku ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2018 นี้ ซึ่งจะเป็นร้านเกี๊ยวซ่ามีที่นั่ง 90 ที่นั่ง เปิดให้บริการตั้งแต่ 11:00 น. - 8:00 น. ของอีกวัน  ตอนแรกคุณลุงคิดว่าจะจดลิขสิทธิ์แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเพราะว่าคิดไปคิดมา ใครๆ ก็มีสิทธิ์กินเกี๊ยวซ่ามีปีกกันทั้งนั้น แต่ถ้าอยากกินสูตรต้นตำรับ ต้องมาที่หนีห่าวเท่านั้นนะคะ

การเดินทาง

พิกัดร้าน : 4-25-7 Kamata, Ōta-City, Tōkyō 144-0052, Japan

สถานีที่ใกล้ที่สุด : สถานี Keikyu Kamata ระยะทาง 110 เมตร เดินประมาณ 2 นาที

เวลาทำการ : ช่วงเช้า 11:30-14:00 น. ช่วงเย็น 17:00-24:00 น. ร้านเปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์ : https://nihao.co.jp/

ออนเซนเหนือออนเซน! แช่ออนเซนน้ำดำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ Kamata onsen เจ๋งติดอันดับโลก อยู่ในโตเกียวนี่แหละค่ะ!!

สำหรับบ่อน้ำแร่ธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นนั้น บ่อไหนจะจัดว่าเป็นออนเซนได้ จะต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ระหว่าง เป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่มีอุณหภูมิมากกว่า 25 องศาเซลเซียส หรือ ถ้าอุณหภูมิไม่ถึง 25 องศาแต่ว่ามีแร่ธาตุจำนวนมากพอ ก็จัดว่าเป็นออนเซนได้ ซึ่งออนเซนที่ “คะมะตะออนเซน” (Kamata onsen) อุณหภูมิไม่ถึง 25 องศาก็จริง หากว่าในน้ำแร่ออนเซนนั้นมีแร่ธาตุอยู่เป็นจำนวนมากจนทำให้น้ำแร่กลายเป็นสีดำ ที่นี่ไม่ได้เป็นออนเซนน้ำดำที่ดีที่สุดในโตเกียวเท่านั้น แต่ยังเป็นออนเซนน้ำดำที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในอันดับโลกอีกด้วย!

คะมะตะออนเซนนั้นเปิดให้บริการออนเซนมาตั้งแต่ปีโชวะที่ 12 จริงๆ ย่านนี้มีออนเซนอยู่หลายแห่ง แต่ในช่วงสงครามได้ถูกทำลายไป ที่นี่ก็เสียหายจึงทำการทุบอาคารทิ้งแล้วสร้างใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 1986 ตอนนี้ในเขตโอตะ มีออนเซนน้ำดำอยู่ทั้งหมด 15 แห่งเท่านั้น

onsen06

จุดสังเกตทางเข้า Kamata onsen

onsen08

ภาพจากเว็บไซต์ Kamata onsen

จากการศึกษา พบว่าบริเวณนี้เคยเป็นทะเลมาก่อน ทำให้ดินมีแร่ธาตุสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ในสมัยก่อน ออนเซนน้ำดำไม่ได้รับความนิยมเพราะว่านำไปทำน้ำฝักบัวก็ไม่ได้ แต่เมื่อผลการวิจัยออกมาว่าแร่ธาตุในออนเซนน้ำดำนั้นเป็นประโยชน์ ก็ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ

onsen01

บรรยากาศภายในบริเวณเคาน์เตอร์จ่ายเงินค่าบริการ

onsen02

 มีเก้าอี้นวดและตู้กดน้ำให้บริการ

onsen04

บริเวณล็อบบี้

ออนเซนน้ำดำนั้นหายากมาก ที่นี่จึงมีความพิเศษที่ถูกบอกเล่ากันปากต่อปาก หลังแช่จะพบว่าผิวลื่นๆ สบายตัว หากแช่เป็นประจำทำให้ผิวพรรณดี สุขภาพดีเพราะว่ามีการไหลเวียนของโลหิต ทำให้หัวใจเต้นดี  มีเรื่องเล่าว่าเคยมีคนแก่ถือไม้เท้ามาแช่ออนเซนที่นี่ หลังจากแช่เสร็จ ก็เดินกลับบ้านไปโดยลืมไม้เท้าไว้ที่นี่ ประมาณว่าตอนเดินมา เดินไม่ค่อยไหว ต้องใช้ไม้เท้า แต่พอแช่เสร็จ สามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้น ทำให้มีคนตามมาแช่ออนเซนที่นี่เป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อว่าช่วยทำให้หายปวดขา ปวดตัวค่ะ

onsen07

ด้านบนมีที่นั่งจำนวนมาก สำหรับนั่งรับประทานอาหาร บางคนก็ร้องเพลงฆ่าเวลาด้วยนะคะ ^^

เนื่องจากอุณหภูมิของออนเซนน้ำดำไม่ถึง 25 องศา ทางออนเซนจึงต้องทำการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำแร่ก่อนส่งเข้าไปในบ่อ สังเกตได้ว่าถ้าเป็นน้ำร้อนธรรมดา เวลาโดนผิวจะแสบผิว แต่หากเป็นออนเซนน้ำดำ ถึงจะร้อนแต่ว่าไม่ทำให้แสบผิว กลับให้ความรู้สึกว่าร้อนเข้าไปข้างในผิว ทำให้โลหิตไหลเวียนสะดวก

onsen03

หากมาแบบกะทันหันไม่มีผ้าเช็ดตัวก็สามารถเช่าได้นะคะ ค่าเช่า 200 เยน ที่นี่มีเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำจำหน่ายด้วยค่ะ ด้านบนมีอาหารขาย พอแช่น้ำเสร็จก็ออกมาหาเครื่องดื่มและอาหารรับประทานให้อุ่นๆ แล้วค่อยกลับโรงแรม น่าจะเป็นการจบวันที่อ่อนล้าจากการท่องเที่ยวได้ดีมากๆ เลยค่ะ

การเดินทาง

พิกัดร้าน : 2 Chome-23-2 Kamatahoncho, Ōta, Tokyo 144-0053, Japan

สถานีที่ใกล้ที่สุด : อยู่ระหว่าง 2 สถานี

  1. สถานี Keikyu Kamata ห่าง 700 เมตร เดินประมาณ 10 นาที
  2. สถานี Kamata ห่าง 1 กิโลเมตร เดินประมาณ 13 นาที

ค่าใช้บริการ : ผู้ใหญ่ (อายุ 12 ปีขึ้นไป) คนละ 460 เยน, เด็กประถม 180 เยน และเด็กก่อนวัยเรียน 80 เยน

หมายเหตุ : ผู้มีรอยสักสามารถเข้าใช้บริการได้ค่ะ

เวลาทำการ : 10:00-01:00 น. ร้านเปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์ : http://kamataonsen.on.coocan.jp/

จากโปรแกรม 1 วันที่แอดมินได้ไปมา คิดว่าเหมาะสมกับเวลา 1 วันมากๆ หากใครมีวันว่าง 1 วันแล้วไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ตามรอยมาได้เลยนะคะ รับรองว่าคุ้มค่าเวลาและต้องประทับใจแน่นอนค่ะ

admin-dao