จีนเตือนญี่ปุ่น แบน TikTok จะส่งผลความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น

227
Screen Shot 2563-08-10 at 1.30.07 PM

สื่อทีวีช่อง TBS ของญี่ปุ่นรายงาน จีนเตือนญี่ปุ่นว่าการแบนแอพ TikTok จะ “ส่งผลกระทบทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างใหญ่หลวง” โดยทางช่องไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลนี้

ส.ส.พรรค LDP (พรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น) เสนอกฎหมายให้จำกัดการใช้งานแอพพลิเคชั่น TikTok ในญี่ปุ่น เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานว่าจะรั่วไหลไปในมือรัฐบาลจีน

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ ส่วนรัฐบาลบอกยังไม่มีแผนพิจารณาแบนการใช้งานแอพ TikTok ในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาออกมาประกาศแบนการเข้าใช้งานทุกแอพพลิเคชั่นในเครือ ByteDance (ผู้พัฒนาแอพ TikTok) ทั้งหมดไม่ว่าแอพไหน แม้ว่า Microsoft จะพยายามเจรจาต่อรองการเข้าถึงแอพร่วมกันได้ การประกาศแบนนี้ยิ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างจีนและอเมริกายิ่งเข้มข้นขึ้น

Screen Shot 2563-08-08 at 11.31.25 PM


TikTok คืออะไร

TikTok เป็นแอพพลิเคชั่นยอดนิยมจากจีน ป็อปปูลาร์ขึ้นมากในระยะ 2 ปีมานี้ ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอพสูงถึง 2 พันล้านทั่วโลก เฉพาะในญี่ปุ่นมียูสเซอร์ 10 ล้านราย สหรัฐอเมริกา 110 ล้านราย และอินเดีย 200 ล้านราย (เป็นยอดก่อนที่อินเดียจะประกาศแบน TikTok) ส่งผลให้บริษัท ByteDance เป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในโลกในปี 2017

ความนิยมของ TikTok มาจากหลายปัจจัย การเสพง่าย ใช้เวลาสั้นๆเพียง 15 วินาทีต่อคลิป การมีแฮชแท็กจัดหมวดหมู่ คอนเทนต์คลิปหลากหลาย ทั้งตลกขำขัน คัฟเวอร์แดนซ์ ฝึกทำอาหาร สัตว์เลี้ยงน่ารัก สอนภาษา ตัวยูสเซอร์ยังสามารถทำเงินได้จากแอพด้วย

รัฐบาลสหรัฐเมริกามองว่าแอพนี้ไม่ปลอดภัย ข้อมูลยูสเซอร์อาจรั่วไหลไปที่รัฐบาลจีนได้ โดนัลด์ ทรัมป์จึงประกาศจะแบนแอพเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และยังสั่งให้บริษัทหยุดทำธุรกิจในอเมริกาภายในวันที่ 15 กันยายน แต่ถ้ายังอยากจะทำธุรกิจในประเทศนี้อยู่ ต้องขายบริษัทให้บริษัทในอเมริกาเอง (มีรายงานว่า Microsoft กำลังเจรจาขอซื้อบริษัทอยู่)

ในทางทฤษฎีแล้ว TikTok มีคุณสมบัติที่ไม่ปลอดภัย 3 ประการ คือ การเป็น Trojan ขโมยข้อมูลได้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน นักวิจัยพบว่าแอพสามารถเข้าถึง clipboard (หน่วยความจำหนึ่งในมือถือ) ซึ่งแปลว่าแอพสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวอย่างพาสเวิร์ดของผู้ใช้งานได้ แต่ทาง ByteDance อ้างว่าเป็นฟีเจอร์ anti-spam ในซอฟต์แวร์ และได้แก้ปัญหาด้วยการปิดการใช้งานของฟีเจอร์นี้เรียบร้อยแล้ว

ความไม่ปลอดภัยประการที่สองคือ บริษัทก่อตั้งขึ้นในจีน จึงจดทะเบียนภายใต้กฎหมายจีน รัฐบาลจีนจึงอาจเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างของผู้ใช้งานได้ Will Strafach นักวิจัยความปลอดภัยระบบ iOS มองว่าถ้าเทียบกับแอพพลิเคชั่นอื่นแล้ว TikTok ปลอดภัยน้อยกว่ามาก รัฐบาลจีนสามารถขอข้อมูลได้ไม่ยากเลย

ความไม่ปลอดภัยอย่างสุดท้ายคือ ยูสเซอร์กลุ่มหลักของ TikTok คือเด็กวัยรุ่น หมายความว่าคอนเทนต์บนแอพอาจจะชักจูงหรือมีอิทธิพลต่อความคิดของยูสเซอร์ได้ไม่ยาก และแม้ว่า TikTok จะเป็นแอพหน้าใหม่อายุประมาณแค่ 3 ปี แต่ก็มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นแพลตฟอร์มข่าวสารเหมือน Facebook ซึ่งรัฐบาลจีนอาจใช้เป็นแพลตฟอร์มโปรโมตความเป็นจีนและสร้างเรื่องเล่าอุดมกาณ์จีนสมัยใหม่ให้ชาวโลกได้ แฮชแท็กทางการเมืองอย่างที่เห็นตามทวิตเตอร์ เช่น แฮชแท็กประท้วงฮ่องกง จะไม่มีทางได้เห็นใน Doujin (TikTok เวอร์ชั่นประเทศจีน) เนื่องจากรัฐบาลจีนจะคอยแบนแฮชแท็กอ่อนไหวสุ่มเสี่ยงต่อความมั่นคงของรัฐอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้อินเดียเพิ่งแบน TikTok และแอพจีนอีก 50 แอพ ส่วนอินโดนีเซียแบนไปเมื่อปี 2018 ญี่ปุ่นกำลังพิจารณา จังหวัดไซตามะและเมืองโกเบระงับการใช้งานบริการให้ข้อมูลซึ่งใช้แพลตฟอร์มของ TikTok ส่วนโอซากะและฮิโรชิมะก็กำลังจะทำแบบเดียวกัน


แปล สรุป และเรียบเรียงจาก

https://www.reuters.com/article/us-china-japan-tiktok/china-warns-japan-a-tiktok-ban-would-affect-relations-tbs-idUSKCN2530E1?il=0

https://www.japantimes.co.jp/opinion/2020/08/05/commentary/world-commentary/tiktok-national-security/#.Xy2SxSW7qaN


Monthefatcat