การเช่ารถในญี่ปุ่นและข้อแนะนำการขับรถอย่างปลอดภัย แบบละเอียด!!!!

31,060

หลายๆท่านที่เป็นแฟนประเทศญี่ปุ่นคงจะมาเที่ยวกันนับครั้งไม่ถ้วนกะนแล้ว ไม่ว่าจะนั่งรถไฟ รถเครื่อง ไปยังจังหวัดต่างๆ ก็คงจะคุ้นเคยกับระบบขนส่งสาธารณะเป็นอย่างดี แต่บางคนอาจจะเริ่มมองหาอะไรใหม่ๆในการเที่ยวญี่ปุ่น ก็อย่างว่าละครับ ญี่ปุ่นนี้ไม่ว่ามุมไหนๆก็น่าเที่ยวกันไปซะหมด และถ้าอยากจะลองอะไรใหม่ๆบางก็คงหนีไม่พ้นต้องพึ่งพายานพาหนะที่ยืดยุ่นและเข้าถึงสถานที่ต่างๆได้โดยไม่มีข้อจำกัดอย่าง รถยนต์ นั้นเอง โดยวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการเช่นรถ และข้อแนะนำ ข้อปฏิบัติต่างจากประสบการณ์ เผื่อให้เพื่อนๆคนไหนที่อยากจะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ได้เอาไว้พิจารณากันก่อนอื่นเลยการเตรียมตัวนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้และต้องเตรียมตัวกันก่อนมานั้นคือ “ใบขับขี่ระหว่างประเทศ” นั้นเองรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมขนส่ง  << ที่นี่เลยครับส่วนการจองรถนั้นสามารถจองได้ที่เว็บของผู้ให้บริการก่อนเดินทาง มีทั้ง Nippon-Renta-Car หรือ Nisson Rent a car ที่มีสาขาทั่วประเทศและมีภาษาอังกฤษรองรับ สามารถเข้าไปดูได้ตามลิงค์เลยครับNippon-Renta-CarNisson Rent a carrentalcar_017วิธีการจองนั้นก็ง่ายๆมาก โดยกรอกฟอร์มการจองและข้อมูลบัตรเครดิตเผื่อเป็นค่ามัดจำ (จ่ายที่เหลือตอนรับรถอีกที) โดยรถที่เขามีให้เลือกนั้นก็ค่อนข้างเยอะมากครับ (โดยเราสามารถเช่าและคืนรถต่างสาขากันได้)rentalcar_018แต่เนื่องด้วยค่าทางด่วนและค่าน้ำมันนั้นเราต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด ดังนั้นผมเลยจะอยากแนะนำรถประเภทไฮบริด!!!!แน่นอนว่าจะช่วยประหยัดน้ำมันได้อย่างมาก โดยเฉพาะในเมืองที่ความเร็วไม่สูง (ราคาน้ำมันโดยเฉลี่ย ณ ตอนที่เขียนบทความประมาณ 120 เยนต่อลิตรครับ) ลองดู รายละเอียดและค่าเช่าแต่ละรุ่น <<ได้เลยครับrentalcar_019หลังจากที่เราจองได้รับอีเมลยืนยันแล้วก็เป็นอันว่าจบการเตรียมตัว ก็รอไปรับรถได้เลย โดยเมื่อเดินทางมาถึงสาขาที่เราระบุไว้แล้วก็ยืนเอกสารการจองกับเจ้าหน้าที่พร้อมเตรียมใบขับขี่และพาสปอร์ตครับrentalcar_001rentalcar_002เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอกสารและขั้นตอนต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำวิธีการใช้รถคร่าวๆแล้ว เขาก็จะไปตรวจรถให้เราดูสภาพรถโดยรอบ โดยตอนนี้เองก็อย่างลืมให้เจ้าหน้าที่เปลี่ยนภาษาตัวนำทางเป็นภาษาอังกฤษ (หรือไทยถ้ามี) ด้วยนะครับ อันนี้สำคัญมาก!!rentalcar_003เมื่อเราขึ้นรถมาแล้วก็เช็คสภาพ เครื่องมือนำทาง และระบุจุดหมายได้เลยครับ (สามารถใส่เบอร์โทรของโรงแรมหรือสถานที่ที่เราจะไปแทนการใช่ชื่อได้ เพราะพวกสถานที่ต่างๆยังไม่มีชื่อภาษาอังกฤษจำนวนมาก)rentalcar_004และในคราวนี้ผมก็ขอแนะนำข้อปฏิบัติต่างๆของการขับรถในญี่ปุ่นมากฝากกันเริ่มจากพื้นฐานก่อนเลยครับ
  • ถนนญี่ปุ่นพวงมาลัยขวาเหมือนไทย อันนี้คงไม่มีปัญหาอะไรมาก เลนซ้ายช้าขวาเร็วเหมือนไทย
rentalcar_013
  • การเดินทางระหว่างเมืองมี 2 ทางคือ ทางด่วน และทางปกติ โดยปกติแล้วผมแนะนำให้ขึ้นทางด่วนเพราะง่ายกว่า และมีจุดแวะพักเป็นระยะๆ อีกทั้งเร็วกว่ามากๆด้วย แต่แน่นอนว่าเราต้องจ่ายค่าทางด่วนด้วยนั้นเองรายละเอียดเกี่ยวกับทางด่วนสามารถเข้าไป ดูได้ตามนี้ <<ครับ
  • ตัวนำทางค่อนข้างสำคัญมาก เพราะมันจะบอกทั้งจุดขึ้นลงทางด่วน ค่าทางด่วน สถานการณ์ของถนน (อัพเดทเป็นนาทีเลย อันนี้ดีมาก) อีกทั้งยังใช้เบอร์โทรศัพท์ใส่ลงไปแทนการใช่ชื่อได้ (อันนี้ต้องยอมรับว่า ถ้าไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเลย การใช่ชื่อจุดหมายค่อนข้างลำบาก) โดยการใช้ตัวนำทางนั้นรถต้อง “จอด” เท่านั้นถึงจะใช้ได้
  • ค่าทางด่วนสามารถจ่ายได้ 2 แบบคือ บัตร ETC (easy pass เมืองไทย) และเงินสด โดยด่านกว่า 75% จะเป็น ETC ไปแล้ว ถ้าตอนเช่ารถไม่ได้ขอบัตรมาด้วยก็จ่ายเงินสดได้ (ผมแนะนำเงินสดเพราะจะยุ่งยากน้อยกว่า เราก็จ่าย ณ จุดนั้นจบเลย)
rentalcar_016
  • ทางด่วนเป็นระบบเข้าก่อนแล้วจ่ายที่ทางออก โดยตอนเข้าต้องรับบัตร หากเราไม่มีบัตร ETC ใส่อยู่ในรถ (อามรณ์เหมือนโทลเวย์) แล้วตอนจ่ายก็ยื่นบัตรให้พนักงาน ส่วน ETC นั้นก็จะตัดอัตโนมัติเลย
  • ด่านจ่ายเงินทางด่วนมี 2 สีคือสีม่วงและเขียว สีม่วงคือบัตร ETC สีเขียวคือด่านเงินสด หากไม่ได้ขอบัตรมาตอนเช่ารถก็ต้องเข้าช่อง “สีเขียว” เท่านั้น (หรือด่านที่มีทั้งสองสี)
rentalcar_020
  • ราคาค่าทางด่วนสามารถดูได้จากตัวนำทางเลยครับ (ซึ่งราคาอาจจะตกใจได้ครั้งแรกที่รู้ ฮาๆๆ)
  • การเติมน้ำมันมีสองแบบคือ ช่วยตัวเองกับพนักงาน โดยสามารถดูได้จากแผงขั้นตอนที่ตัวปั้มเลยครับ โดยปกติเติมประเภทไหนนั้นต้องขึ้นกับรุ่นของรถ อย่าลืมถามพนักงานเช่ารถเพื่อความชัวร์ (ส่วนมากคือ Regular)
  • หากโชคดี (หรือโชคร้าย!?) เจอปั้มน้ำมันแบบช่วยตัวเองนั้น ก็อาจจะเรียกพนักงานให้ช่วย หรือใครอยากลองศึกษาแผงควบคุม ก็จะคล้ายๆแบบนี้ครับ อาจจะแตกต่างกันตามปั้มแต่ที่ต้องสังเกตคือ เราจะจ่ายเงินสด 現金>เติมแบบ Regularレギュラー>และเต็มถัง満タンจำตัวคันจิเหล่านี้ไว้ครับ! (มันไม่มีภาษาอังกฤษจริงๆนะ)
rentalcar_022
  • โดยเมื่อกดๆไปเรียบร้อย ตรงหน้าจอก็จะให้เราเอาหัวจ่ายใส่ถังน้ำมันรถ เสียบคาไว้แล้วเดินมากดปุ่มค้างไว้ ปุ่มใหญ่ๆที่มีรูปมือนั้นแหละ (หรือให้คนอื่นช่วยกด) จนเต็มถังหรือครบเงินที่จ่าย เครื่องก็จะให้เราเอาหัวจ่ายมาเก็บ เป็นอันจบ
ว่าด้วยเรื่องจุดพักรถrentalcar_008
  • ในตัวนำทางถึงแม้จะปรับเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็ตาม ชื่อสถานที่ก็ยังเป็นภาษาญี่ปุ่นอยู่ดี แต่หาดูสัญลักษณ์แล้วก็คงเข้าใจได้อยู่ ส่วนเรื่องจุดพักรถนั้นมี 4 ประเภท สามารถสังเกตได้จากตัวภาษาอังกฤษหน้าหรือหลังชื่อครับ
  • PA = Parking area อันนี้มีร้านอาหาร ห้องน้ำ ไว้บริการ ขนาดค่อนข้างหลากหลาย
  • SA = Service area อันนี้มีทั้งร้านอาหาร ปั้ม จุดขายของฝาก สภาพที่พักผ่อน หรือแม้แต่โรงแรม!!! ขนาดใหญ่
  • IC = Interchange จุดที่มีทางเข้าออกทางด่วนด้วย (ตอนออกจากจุดแวะพักให้ระวังด้วยเดียวจะเผลอไปทางออกซะงั้น)
  • JCT = Junction อันนี้คือเป็นจุดที่รวมทางหลายๆทางไว้
  • โดยมากจะเจอ PA และเจอ SA, IC เป็นระยะๆครับ ที่สำคัญคือพยายามดูระดับน้ำมันที่เหลือให้สัมพันธ์กับระยะทางของปั้มที่ใกล้ที่สุด (มีบอกในตัวนำทางอย่างละเอียด)
rentalcar_006
  • จุดพักรถเป็นอะไรที่น่าตื่นตาอย่างหนึ่งของทริปเลยครับ เพราะมีทั้งที่ขายของฝากประจำท้องถิ่น อาหาร ของดีของดัง หรือวิวทิวทัศนี่สวยงาม (เพราะโดยมากทางด่วนจะออกผ่านนอกเมืองซึ่งจะอยู่บนเขาซะเป็นส่วนใหญ่) เรียกได้ว่าเคยมาขับรถแวะจุดพักก็คุ้มแล้ว!!
  • ห้องน้ำในจุดพักใหม่ๆก็ล้ำสมัยมาก สมกับเป็นประเทศญี่ปุ่น โดยมีทั้งจอบอกจำนวนห้องที่ผ่าน ตำแหน่งห้อง การนำทาง สถานะต่างๆเรียบร้อย เรียกว่าจะไฮเทคไปไหน
rentalcar_007
  • ใครโชคดีเจอห้องน้ำที่ติดตั้งระบบใหม่ล่าสุด จะเจอแผงควบคุม!!!?ตามรูปเลยครับ ด้านบนเอาทิชชู่แล้วกดแอลกอฮอล์เอาไว้ชัดฝารองนั่ง (แล้วกดลงโถเลย) ปุ่มด้านกลางซ้ายคือกดน้ำ ส่วนแผงด้านขวาก็น่าจะคุ้นๆกันอยู่แล้ว นั้นคือ ปุ่ม หยุดน้ำ และปุ่มสเปรย์สองแบบ โดยสามารถปรับความแรงได้ (เล็กๆด้านล่าง) ส่วนทิชชู่ก็มีให้สำรองอีกต่างหาก ทั้งหมดนี้มันช่างอยากเอาไปติดไว้ที่บ้านจริงๆ!!!
rentalcar_021ทำไมต้องเช่ารถ!? ตัวอย่างสถานที่หรือวิวที่ไปได้แบบง่ายๆด้วยรถrentalcar_011ทางด่วน Skypass ที่ฮาโกเน่rentalcar_012ถนน ณ เมืองฟูจิ...อยากอยู่ทั้งปีเลยrentalcar_013ทางด่วนข้ามทะเลที่เมืองนาโกย่าเป็นอย่างไรบ้างครับ ก็หวังว่าบทความนี้จะจุดประกายเส้นทางเที่ยวญี่ปุ่นใหม่ๆให้หลายๆคนได้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างลืมว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับรถคือ “ความปลอดภัย” นะครับ ยิ่งเราเป็นคนต่างชาติด้วย ไม่งั้นเรื่องจะยาวได้ ฮาๆและหากใครมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทริปนี้สามารถติดต่อมาได้ที่เพจเลยครับ!!!เรืองโดย : nekoneko !( ・∀・ )ゞ Japanlist