5 ข้อควรรู้เพื่อพิชิตการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่น!

69,428

สวัสดีค่ะวัยรุ่น ใครรักการช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นยกมือขึ้นเลย แอดมินขอดูมือหน่อย (^^)// แอดขอยกมือด้วยคนน๊า ฮ่าๆๆ มาค่ะ เรียงหน้าล้อมวงกันเข้ามา วันนี้แอดมินจะมาแนะนำทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่คิดว่าถ้าทุกคนรู้เอาไว้ก่อนมาช็อปปิ้งที่นี่ จะทำให้การช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นสนุกสนานชื่นบานหัวใจมากขึ้นค่ะ

111

แน่นอนค่ะ ว่าเวลาที่เราเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ เราก็จะพบว่าทุกประเทศมีลักษณะเฉพาะตัวของตนเอง ญี่ปุ่นก็เช่นกัน ถ้าเทียบกับเมืองไทยบ้านเราแล้ว แต่ละสิ่ง แต่ละอย่าง ก็แตกต่างกันมากพอสมควร จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้แตกต่างกันเฉพาะญี่ปุ่นกับไทยหรอกนะคะ แต่ว่าแทบทุกอย่างที่ญี่ปุ่นนั้นดูเหมือนเป็นสิ่งแปลกใหม่ของชาวต่างชาติเลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่งบางอย่างก็เป็นธรรมเนียมปฎิบัติของคนในประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศอื่นๆ เขาก็ไม่ได้ทำกันแบบนี้ สำหรับแอดมินชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆ เหล่านี้มากเลยค่ะ การได้มีโอกาสทำความเข้าใจความแตกต่างของผู้คนในแต่ละประเทศก็เป็นอีกหนึ่งความสนุกในการเดินทางท่องเที่ยวนะคะและเพื่อให้การช็อปปิ้งที่ญี่ปุ่นสนุกมากขึ้น ง่ายมากขึ้นสำหรับเรา มาดูกันค่ะ ว่ามีอะไรที่เราควรรู้ก่อนไปช็อปปิ้งบ้าง

1. ญี่ปุ่นเป็นสังคมแห่งเงินสด

แม้ว่าจะมีคนกล่าวเอาไว้ว่าปัจจุบันญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมที่ลดการใช้เงินสด แต่หันไปใช้บัตรเติมเงิน บัตรเครดิต หรือบัตรที่อำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายอื่นๆ มากขึ้นกว่าเก่า

แอดมินก็เห็นด้วยนะคะ แต่คงต้องเป็นกรณีในเมืองใหญ่หรือย่านการค้า จริงอยู่ว่าร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้าในเมืองใหญ่ก็ยินดีรับบัตรเครดิตเหมือนเมืองใหญ่ทั่วไปนะคะ แต่ถ้าหากเพื่อนๆ เดินทางไปท่องเที่ยวนอกเมือง แอดมินคิดว่ามีเงินสดไว้อุ่นใจกว่าค่ะ  เพราะว่าสถานที่ๆ เราเดินทางไปนั้น บางทีอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวก็จริง แต่ก็อย่าคาดหวังนะคะว่าจะมีที่รูดบัตรปรื๊ดๆ จงเตรียมเงินสดติดตัวไปด้วยนะคะ เชื่อแอดค่ะ  แอดเจ็บมาแล้ว ไม่อยากให้ใครเจ็บซ้ำ ยิ่งถ้าเป็นร้านค้าหรือร้านอาหารในชนบท ซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เงินสดล้วนค่ะ

22

ที่เมืองไทยเดี๋ยวนี้ทำบัตรเครดิตกันได้ง่ายๆ กว่าเมื่อก่อน แต่สำหรับคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น การจะมีบัตรเครดิตสักใบก็ดูแสนจะยากเย็นแสนเข็ญ เนื่องจากมีข้อแม้และข้อจำกัดมากมายค่ะ

2. ถ้าเงินสดหมด เราสามารถกดจากตู้ ATM ได้นะคะ

ทำยังไง เมื่อเงินสดหมดกระเป๋า ติ๊กต๊อกๆๆๆ มีทางออกค่ะเพื่อนๆ นั่นก็คือการกดเงินสดจากตู้ ATM ใน 7-11 หรือที่ไปรษณีย์ ซึ่งส่วนมากแล้วที่ญี่ปุ่น ตู้ ATM จะให้เรากดเงินสดได้ถึงเวลาประมาณ 22:00 น. นอกจากว่าถ้าเป็นตู้ ATM ตามแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนเช่น ชิบุย่ะ ก็อาจจะมีตู้ ATM ที่สามารถกดเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ

ตอนนี้แอดมินอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ ปรกติแล้วถ้าแอดต้องการจะเบิกเงินด้วยบัตรเอทีเอ็มไทย ก็ง่ายแสนง่าย แค่เดินไปร้าน 7-11 จากนั้นวิธีการก็เหมือนบ้านเราเป๊ะ พอเสียบบัตรเอทีเอ็มไทยเข้าไป หน้าจอก็เด้งภาษาไทยขึ้นมาเลยจร้า แล้วก็กดรหัส จากนั้นก็มีจำนวนเงินให้เลือกกด คือ 5,000 เยน / 10,000 เยน / 20,000 เยน/  30,000 เยน/  40,000 เยน และ 50,000 เยน ซึ่งไม่ว่ากดจำนวนไหน ก็จะเสียค่าธรรมเนียมเท่ากัน คือครั้งละ 100 บาท แน่นอนค่ะ แอดมินมักจะกดจำนวนสูงสุด เพราะว่ามันคุ้มสุดแล้วอ่ะ ไม่งั้นถ้ากด 5 พันเยน แอดเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท ใช้ไปสักพัก พอเงินหมด มากดอีก เสียค่าธรรมเนียมอีก 100 บาท โอ๊ยยย..ปวดใจ กดไปเลยทีเดียวแล้วกัน ไม่ได้รวยนะ แค่ตัดใจ 555+

9357150708_1bc1727540_k-763x1024
          เครดิตรูปภาพโดย Stefan Krasowski used under CC
ส่วนตู้นี้แอดมินไปเจอที่ร้านดองกิโฮะเทะที่กินซ่า เขียนเอาไว้เงินสดหมดหรือจ้ะ กดเลยจ้ะ กดเลย (ดูช่างสนับสนุนเราให้เสียเงินเสียจริงๆ นะคะ ฮ่าๆ) เพื่อนๆ สามารถตรวจสอบสาขาและเวลาเปิดให้บริการของตู้ ATM ที่สามารถเบิกเงินจากต่างประเทศได้ที่เว็บไซต์นี้นะคะ > Seven Bank site และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ  JP’s English-friendly ATM guide

13895024_10154527147204369_5265796412669012359_n-(1)

3. เวลาจ่ายเงิน จงวางเงินลงบนถาดใส่เงินนะคะ (Cash Tray)

เวลาซื้อของที่ประเทศญี่ปุ่น ตามปรกติแล้วผู้ซื้อจะต้องวางเงินที่ต้องการจ่ายค่าสินค้าลงบนถาดรับเงิน ซึ่งจะอยู่ที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินหรือบริเวณแคชเชียร์นั่นเองค่ะ ผู้ขายจะไม่นิยมรับเงินแบบจากมือสู่มือ ถ้าจะมองว่าเป็นธรรมเนียมปฎิบัติก็ใช่นะคะ แต่ว่ามันก็แฝงไว้ด้วยเหตุผลค่ะ

p20-gordenker-wth-a-20150524

เครดิตรูปภาพจาก Japantimes

เหตุผลก็คือป้องกันความสับสนในการชำระเงินค่ะ ทุกครั้งที่ผู้ขายทำการขายเสร็จก็จะเคลียร์ถาดเงินให้ว่างเปล่า เพื่อรอรับลูกค้าคนต่อไป พอถึงตาเราเดินไปจ่ายเงิน สังเกตดูก็จะพบว่าในถาดนั้นจะว่างเปล่า ดังนั้นเงินที่วางลงไปในถาด เราก็สบายใจได้ว่ามีแต่เงินของเรา เพือป้องกันไม่ให้เกิดการสับสนกับเงินในมือของผู้ขาย

ส่วนเวลาทอนเงินถ้าเราให้แบงค์ใหญ่และร้านค้าจะทอนแบงค์มาหลายใบ แคชเชียร์ก็จะนับให้เราดู นับในที่นี่คือนับจริงจังเลยนะคะ นับไม่นับเปล่า คลี่เงินทีละฉบับให้เราเห็นแบบจะจะเลย ไล่นับที่ละ 1, 2, 3, 4 สมมุติว่ามี 4 ใบก็จะพูดว่าทั้งหมดมีแบงค์พันเยน 4 ใบนะคะ แล้วที่เหลือก็คือการทอนเหรียญ ซึ่งเวลาแคชเชียร์ทอนเหรียญให้เรา เขาก็จะยื่นเหรียญจากมือเขาสู่มือของเราเลยนะคะ

แต่ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ ที่บางครั้งเวลาที่ไปร้านสะดวกซื้อบางแห่ง ก็ไม่มีถาดใส่เงินวางไว้ ยิ่งถ้าเป็นร้านสะดวกซื้อในตอนเช้าที่มีพนักงานบริษัทเข้ามาซื้ออาหารเช้าแบบง่ายๆ หรือเครื่องดื่มกันเยอะๆ แล้วล่ะก็จะไม่มีถาดรับเงินแน่นอนค่ะ รับจากมือ ทอนใส่มือ ถือเอาความรวดเร็วเป็นสำคัญค่ะ

4. ประโยคง่ายๆ ที่พบบ่อยๆ ในการซื้อขายสินค้า

ยังไง๊ ยังไงก็หนีการพูดกับคนญี่ปุ่นไม่ได้เมื่อมาเที่ยวญี่ปุ่น ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจกับประโยคง่ายๆ ที่จะต้องเจอบ่อยๆ เวลามาเที่ยวญี่ปุ่น อย่างเช่นเวลาซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อ ถ้าเป็นอาหารที่ต้องอุ่นร้อน แคชเชียร์จะถามเราว่า

1.ต้องการจะอุ่นให้ร้อนมั้ยคะ?

O-atatame wa doushimasu ka?

คำอ่าน : โอะ-อะทะทะเม วะ โดชิมัสก๊ะ

การตอบ : ถ้าต้องการอุ่น ให้ตอบว่า "โอเนไกชิมัส" - onegaishimasu (แปลว่า“ช่วยอุ่นให้ด้วยนะคะ”) แต่ถ้าไม่ต้องการให้อุ่น ก็จะตอบว่า "ไดโจบุเดสึ" - daijoubu desu (“ไม่เป็นไรค่ะ”)

2. มีการ์ดสะสมแต้มมั้ยคะ?

Pointo kaado wa yoroshii desu ka?คำอ่าน พอยโตะ คาโดะ วะ โยโรชิ เดซึก๊ะ?

7479015356_3275a36d53_k-770x577       เครดิตรูปภาพโดย Karl Baron used under CC

การตอบ :  ถ้ามีการ์ดสะสมและต้องการจะสะสมแต้ม ก็ง่ายมาก ตอบว่า ไฮ่ - hai (ใช่ค่ะ) แล้วยื่นการ์ดให้ก็เป็นอันเสร็จ  แต่ถ้าเราไม่มีการ์ด ก็ตอบไปว่า "ไดโจบุเดสึ" - daijoubu desu (ไม่เป็นไรค่ะ)

5. การขอคืนภาษี Tax Free ต้องทำ ณ ตอนที่ซื้อสินค้าเลยเท่านั้นค่ะ

สำหรับการขอภาษีคืนสำหรับนักท่องเที่ยวนั้น สามารถทำได้ ณ ตอนที่ซื้อสินค้าค่ะ อันดับแรก เราก็ต้องดูก่อนว่าร้านค้านั้นๆ ที่เราจะซื้อ มีป้ายติดเอาไว้ ว่า Tax Free หรือไม่ ถ้ามีป้ายแสดงก็แสดงว่าร้านค้านั้นๆ ร่วมรายการคืนภาษีให้นักท่องเที่ยวค่ะ

จากนั้นเพื่อนๆ ก็ไปเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการได้เลย พอซื้อเสร็จแล้ว ตอนที่จ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ก็แสดงพาสปอร์ต เพียงเท่านั้นพนักงานก็เข้าใจแล้วค่ะ ไม่ต้องพูดอะไรกันให้มากความ

ตอนนี้ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ญี่ปุ่นคือ 8% ส่วนมากแล้ว ร้านค้าก็จะให้เราจ่ายเงินจำนวนที่หักภาษีออกไปแล้ว เช่น สมมุติว่าซื้อสินค้าเป็นเงิน 10,000 เยน ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นปรกติทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่นักท่องเที่ยว ก็จะต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน โดยคิดรวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 8% รวมต้องจ่ายเงินทั้งสิ้น 10,800 เยน

แต่ในกรณีนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ หลังจากที่แสดงพาสปอร์ต ร้านส่วนมากจะให้จ่ายยอดก่อนภาษีเลย เช่น ถ้าซื้อ 10,000 + VAT 8% = 10,800 เยนก็จริง แต่เราเป็นนักท่องเที่ยว ดังนั้นเราจ่ายแค่ 10,000 เยน จากนั้นพนักงานในร้านค้าก็จะติดใบเสร็จเล็กๆ ในพาสปอร์ตของเรา อย่าเพิ่งดึงออกนะคะ ปล่อยให้ติดไปอย่างนั้นแหละค่ะ เพื่อเจ้าหน้าที่ๆ สนามบินขอดูว่าเราซื้ออะไรมาบ้าง แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของแอดมิน ยังไม่เคยโดนตรวจสักครั้งนึงเลยค่ะ อิอิ

IMG_9147

แต่สำหรับบางร้าน ไม่เป็นอย่างนั้นนะคะ อย่างเช่นร้านดงกิโฮะเทะ (Don Quijote) นั้น วิธีการของทางร้านจะแตกต่างจากร้านอื่น คือเขาจะให้เราจ่ายเงินแบบเต็มจำนวน รวม VAT 8% ไปด้วย จากนั้นเราค่อยเดินไปที่เคาน์เตอร์คืนเงินภาษีให้นักท่องเที่ยว โดยเจ้าตัวจะต้องนำใบเสร็จ พร้อมสินค้า และพาสปอร์ตไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู รอสักประมาณ 5-10 นาที เค้าจัดการเรื่องเอกสารเสร็จ ก็จะคืนภาษี 8% ที่เราจ่ายไปกลับคืนเป็นเงินสดให้เราค่ะ

ส่วนรายละเอียดว่าสินค้าอะไรบ้างที่ได้รับสิทธิ์ให้เรียกคืนภาษีได้สำหรับนักท่องเที่ยว  แอดเตรียมข้อมูลมาให้แล้วค่ะ ตอนนี้ก็คือเพื่อนๆ สามารถซื้อ อาหาร ยา เครื่องสำอาง เสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนมและอื่นๆ อีกมากมายดูได้ตามรูปภาพด้านล่างนะคะ และห้ามลืมหมายเหตุที่แอดมินได้แจ้งไปแล้วว่า => เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น บางทีร้านเดียวกันแท้ๆ สาขาหนึ่งรวมรายการ อีกสาขาหนึ่งไม่ร่วมรายการก็มีค่ะ  เมื่อเราซื้อสินค้าเหล่านี้รวมแล้วเป็นจำนวนเงิน 5,001 เยนขึ้นไป ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีค่ะ

สำหรับสินค้าที่ใช้ได้เลยก็ได้แก่สิ่งที่อยู่ในหมวด General Items ค่ะ แกะใช้ได้เลยและต้องนำออกจากประเทศญี่ปุ่นภายในระยะเวลา 6 เดือน ส่วนสินค้าในหมวด Consumable Items นั้นจะต้องนำออกจากญี่ปุ่นภายในระยะเวลา 30 วันค่ะ

Untitled-1

เครดิตรูปภาพจาก JNTO

อยากทราบรายละเอียดเรื่องภาษีเพิ่มเติม ดูได้ที่นี่นะคะ > Tax Free Informationตรวจสอบร้านค้าที่ร่วมรายการ Tax Free ได้ที่นี่นะคะ > JNTO Tax Free Shopหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ช็อปปิ้งอย่างสนุกสนานขึ้นนะคะ ไม่ต้องไปงงตรงหน้างานว่าทำยังไง พูดยังไงน๊า เตรียมตัวมาก่อนเลย ขอให้เที่ยวให้สนุก เดินทางปลอดภัยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามและอ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ มีปัญหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวญี่ปุ่นหรือเรื่องอื่นๆ สอบถามได้ที่หน้าเพจนะคะ ^^แปลและเรียบเรียงโดย แอดมินดาว

admin-dao
Name *
Email *
Message *