ร้านซาลาเปาทอด Asakusa Kokonoe อีกหนึ่งร้านอร่อยประจำวัดเซนโซจิ!

26,261

"วัดเซนโซจิ" (Sensoji Temple, 浅草寺) เป็นวัดพุทธเก่าแก่แห่งหนึ่งของมหานครโตเกียวหรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ "วัดอะซะกุสะ" เหตุผลที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเรียกแบบนี้อาจจะเป็นไปได้ว่าเพราะวัดนี้ตั้งอยู่ในย่านอะซะกุสะนั่นเองค่ะ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ไม่ได้ถือว่าเรียกชื่อผิดหรืออะไรนะคะ เนื่องจากว่าวัดญี่ปุ่นมักจะมีทั้งชื่ออย่างเป็นทางการซึ่งจะค่อนข้างยาวและจะมีชื่อสั้นๆ ที่ใช้เรียกแบบให้รู้กันว่าหมายถึงวัดนี้ เหมือนเป็นชื่อเล่นนั่นเองค่ะประวัติโดยย่อของวัดก็คือเมื่อสมัยก่อน มีสองพี่น้องเป็นคนหาปลา ไปทอดแหในแม่น้ำแต่ไม่ได้ปลา กลับได้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขึ้นมาแทน ทั้งสองก็ไม่ได้สนใจและโยนรูปปั้นนั้นทิ้งลงไปในแม่น้ำ แต่ว่าพอทอดแหอีก ก็ได้รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อผู้คนได้ยินข่าวก็เกิดความศรัทธาจนร่วมใจกันสร้างวัดถวาย ก็คือวัดเซนโซจิในปัจจุบัน จากวัดเล็กๆ ได้กลายเป็นวัดที่มีคนศรัทธาเลื่อมใสจำนวนมาก โดยเฉพาะพวกพ่อค้าที่ชอบมาไหว้พระ ทำบุญกันที่วัดแห่งนี้ เพราะต่างก็เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานที่วัดนี้ ประวัติที่เล่ามาอาจจะแตกต่างกันไปบ้างเล็กๆ น้อยๆ เนื่องจากพอขึ้นชื่อว่าตำนาน ก็อาจจะมีการเสริมเติมแต่งกันไปนะคะ เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป1ทุกวันนี้วัดแห่งนี้มีผู้คนหลั่งไหลกันมาแบบไม่ขาดสาย ใครมาโตเกียวครั้งแรกก็มักจะแวะมาไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัยที่วัดแห่งนี้ก่อนเสมอ แล้วก็ต้องมาถ่ายกับโคมสีแดงอันใหญ่ๆ ที่ประตูคามินาริมง (Kaminari Mon, 雷門) ซึ่งแปลว่าประตูสายฟ้า อันนี้คือสูตรสำเร็จของนักท่องเที่ยว6ตอนนี้เหมือนวัดแห่งนี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียวไปเสียแล้ว แต่นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิมที่ผู้คนพากันกล่าวถึงแล้ว ที่นี่ก็ยังมีของอร่อยซ่อนตัวอยู่มากมายหลายร้านซึ่งอยู่บน ถนนการค้านากามิเสะ (Nakamise, 仲見世) ถนนที่ว่านี้ เป็นถนนสายเล็กๆ เพียงแค่เราเดินผ่านประตูคามินาริมงเข้ามาก็จะเจอทันทีเลยค่ะ2หนึ่งในร้านอร่อยหลายๆ ร้านที่ควรค่าแก่การเสียเงินซื้อชิมก็คือร้านขายซาลาเปาทอดหรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "อะเกะมันจู" (Agemanjyu) ชื่อร้านก็คือ "อะซะกุสะ โคโคโนเอะ"  (Asakusa Kokonoe) ร้านนี้เขาทอดซาลาเปากันสดๆ ขายกันสดๆ ขายดีแบบทอดไม่ทันกันเลยทีเดียวนะคะ 3ร้านหาไม่ยากนะคะ อยู่ซอยแรกค่ะ เดินตรงๆ เข้ามาเจอเลย สังเกตหน้าร้านที่มีคนยืนมุงเยอะๆ นั่นแหละ ใช่เลย ตอนนี้มีซาลาเปา ทอดอยู่ทั้งหมด 7-8 รสชาตินะคะ บางทีก็มีไส้ตามฤดูกาลเพิ่มขึ้นมาด้วย เช่นช่วงฤดูใบไม้ผลิก็มีไส้ซากุระ ปรกติทั่วๆ ไปก็จะมี ไส้ถั่วแดง ไส้ถั่วแดงปนงาดำ ไส้ฟักทอง ไส้คัสตาร์ด ไส้มันหวาน ไส้ชาเขียว ไส้หมู ราคาต่อ 1 ชิ้นอยู่ที่ 120-200 เยนค่ะ4เห็นได้ว่าหน้าร้านมีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนตลอด ไม่ขาดสาย แต่ว่าก็ต่อคิวไม่นานนะคะ เพราะว่ามีคนขายหลายคน รวดเร็วทันใจ แป๊บเดียวก็ได้ซาลาเปาทอดมาอยู่ในความครอบครองของเราแล้วค่ะ อิอิ11ยืนถ่ายรูปไปแป๊บเดียว กำลังจะกัดซาลาเปา โดนคุณลุงร้านข้างๆ ออกมาดุว่า "หาที่นั่งแล้วค่อยกินดีกว่านะ จะเรียบร้อยกว่า" โอ๊ย..ชะนีไทยจุกค่ะ คือลืมตัวไป จะยืนกินขนมทันทีที่ได้มา แต่ว่าสำหรับคนญี่ปุ่นแล้ว การเดินรับประทานอาหารถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพ เราควรยืนกินที่หน้าร้านที่เราซื้อสินค้ามา หรือถ้าจะให้ดี ก็ต้องหาที่นั่งให้เรียบร้อยแล้วค่อยรับประทานอาหารนะคะ แอดดาวเตือนไว้ก่อน เพื่อนๆ จะได้ไม่โดนดุเหมือนแอด ฮือๆ โดนดุ จ๋อยไป 3 วิ พอหาที่นั่งได้ ก็ง่ำๆๆๆ กินๆๆ เอ้อ...อร่อยแฮะ ซาลาเปาทอดชิ้นที่แอดซื้อมาคือไส้ฟักทองกับไส้ชาเขียวค่ะ 5แป้งบาง ไส้อร่อย ไม่หวานเกิน แถมไม่มีน้ำมันเยิ้มๆ กวนใจ รู้สึกว่าเป็นการรับประทานของทานที่ไม่ทำให้เสียสุขภาพ แต่จะว่าไปแล้ว เรื่องของกินนี่ก็พูดยากนะ คือบางทีเราว่าอร่อย เราว่าไม่หวาน แต่ให้คนอีกคนมากิน เค้าบอกว่าหวานมาก ไม่ชอบ ไม่อร่อย คืออันนี้ก็ต้องเข้าใจเบื้องต้นไว้ด้วยนะคะ ว่าคำว่าอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นไปในทิศทางเดียวกัน แล้วถ้าเราบอกว่าไม่อร่อย นั่นคือรสนิยมส่วนตัวแล้วนะ เราไม่เถียงกันนะ เอาคนหมู่มากแล้วกันเนอะ ^^ 7 8ถ้าลองสังเกตดีๆ ทางด้านซ้ายของคุณป้าคนขาย มีรูปผู้หญิงกับผู้ชายถ่ายคู่กันอยู่ รูปนั้นคือรูปของเจ้าชายนะรุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ที่เคยเสด็จมาที่วัดและได้เสวยขนมซาลาเปาทอดของร้านนี้ 9 10ใครแวะมาไหว้พระที่วัด อย่าลืมแวะชิมกันนะคะ คุณป้าใจดีมากมาย ขอถ่ายรูปก็ให้ถ่าย ไม่โกรธไม่เคืองกันด้วย ^^ 12ยังมีร้านอื่นๆ ในเขตวัดที่น่าแนะนำอีก เดี๋ยวจะทยอยมาอัพเดทนะคะเรื่องโดย : แอดมินดาว FB: Japanกุ๊กกุ๊ก200admin-dao