Aizuwakamatsu เมืองแห่งประวัติศาสตร์และวิถีแห่งซามูไร

848

Aizuwakamatsu เป็นเมืองหนึ่งในจังหวัด Fukushima ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นเป็นเมืองที่เป็นต้นเรื่องของประวัติศาสตร์สำคัญๆ หลายๆ เหตุการณ์ในญี่ปุ่นยุคโบราณ การเมือง สงคราม การต่อสู้แย่งชิงอำนาจ ความสูญเสียของเหล่าวีรบุรุษบนคราบน้ำตาและจิตวิญญาณแห่งซามูไร

Aizuwakamatsu, Japan - April 21 2018: Statue of young Byakkutai warriors observes the seige of Aizu-Wakamatsu Castle during the battle of Boshin war at Aizuwakamatsu Station

เราขึ้นรถ Yamabiko Shinkansen จาก Tokyo มาลงที่สถานี Koriyama เสร็จแล้วมาต่อรถไฟหวานเย็นธรรมดาสาย JR Banetsu-sai แล้วมาลงที่สถานี Aizu-Wakamatsu ในช่วงสายๆ เริ่มเดินทางตามแผนที่วางไว้โดยตั้งใจที่จะไปเยี่ยมชมปราสาท Aizuwakamatsu ก่อน เราขึ้น loop bus หน้าสถานีรถไฟตรงไปปราสาท

Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu Loop Bus operated from Aizu-wakamatsu station, the buses has 2 routes, travel clockwise and counter clockwise to all tourist destinations

ใช้เวลาไม่นานเราก็ลงมาเดินอยู่ภายในบริเวณปราสาท Aizuwakamatsu ปราสาท Aizu-wakamatsu สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1384 โดย Ashina Naomori ในสมัยนั้นเรียกกันว่าปราสาท Kurokawa ใช้เป็นศูนย์บัญชาการทหารในเขต Aizu นอกจากนี้ปราสาทหลังนี้ยังมีชื่อเรียกว่า Tsuruga-jo หรือปราสาทนกกระเรียนเพราะความสูงใหญ่และสง่างามของสถาปัตยกรรมอีกด้วย แต่เดิม Aizuwakamatsu ถือเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญ ดังนั้นเมื่อเกิดสงครามที่นี่จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงปะทะไปได้ ในสงคราม Boshin ปลายยุค Edo เป็นการสู้รบระหว่างพวกต่อต้านระบอบโชกุน กับรัฐบาลโชกุนตระกูล Tokugawa ที่ปกครองญี่ปุ่นมายาวนานเกือบ 300 ปี ที่เกี่ยวข้องกับวีรกรรมของ Yae (Yamamoto Yaeko) ผู้ปกป้องปราสาท Aizu จากการรุกรานของกองทัพของฝ่ายพระจักรพรรดิและกองกำลังพยัคฆ์ขาว Byakkotai นักรบน้อยๆ 20 คนที่สังเกตการณ์การสู้รบมาจากภูเขา Iimori แล้วเข้าใจว่าปราสาท Aizu โดนยึด จึงพร้อมใจทำการ seppuku ฆ่าตัวตายกันทั้งหมด

Aizuwakamatsu Castle and cherry blossom in Fukushima, Japan Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu-Wakamatsu Castle and cherry blossom built by Ashina Naomori in 1384, Tenshu, the largest tower was reconstructed in 1965 in concrete

นอกจากตัวสถาปัตยกรรมแล้ว ปราสาทนกกระเรียนแห่งนี้โอบล้อมไปด้วยสวนที่มีขนาดพอตัว ในทุกๆฤดูใบไม้ผลิเรา นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลกันมาชมความงามของต้นซากุระนับร้อยที่ออกดอกเบ่งบานในช่วงกลางๆเดือนเมษายน แม้เราจะมาในวันที่ซากุระโรยลงไปมากแล้ว แต่การได้ชื่นชมซากุระในส่วนที่เหลือเพียงเท่านี้เราก็ดีใจแล้ว

Aizuwakamatsu Castle and cherry blossom in Fukushima, Japan Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu-Wakamatsu Castle and cherry blossom built by Ashina Naomori in 1384, Tenshu, the largest tower was reconstructed in 1965 in concrete

ออกจากปราสาทนกกระเรียน เรานั่ง loop bus มุ่งหน้าต่อไปยัง Oyakuen Medicinal Gardens สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้เดิมเป็นของตระกูล Ashina ตั้งแต่ยุค Muromachi สวนแห่งนี้ออกแบบโดยเน้นความเป็นธรรมชาตินับเป็นสวนที่เป็นตัวอย่างที่ใช้เป็นตัวอย่างอ้างอิงการจัดสวนในยุคของโชกุนตระกูล Tokugawa ได้ เราเดินไปรอบๆสวนผ่านทางเดินที่เรียงรายไปด้วยพืชนานาชนิดที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบตามแบบฉบับของสวนญี่ปุ่น เดินไปตามทางร่มครึ้มในเงาของต้นไม้ใหญ่ ที่นี่ต้อนรับนักท่องเที่ยวไม่ได้มากนัก เท่าที่ดูมีคนเกินหลักสิบไปไม่กี่คน จึงทำให้เป็นสวนที่ค่อนข้างเงียบสงบ เดินแล้วสบายใจ

Oyakuen medicinal herb garden in the city of Aizuwakamatsu, Fukushima, Japan TOKYO, JAPAN - APRIL 19 2018: Oyakuen medicinal herb garden first established in the 1380s, there are about 400 kinds of herbs and trees cultivated in and around the garden

ชื่อ Oyakuen นั้นมีความหมายตรงตัวอยู่แล้วว่าเป็นสวนสมุนไพร ดังนั้นพืชที่ปลูกที่นี่จึงมีสมุนไพรค่อนข้างหลากหลายที่ปลูกขึ้นในสวนแซมไปกับไม้สนยืนต้น ไม้ดอก ศาลาริมน้ำและบึงน้ำที่อยู่ตรงกลางสวนนั่นก็เป็นสวนหนึ่งที่ทำให้สวนแห่งนี้ดูชุ่มชื่นขณะที่ด้านหน้าของสวน Oyakuen ก็เปิดเป็นเรือนน้ำชาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศการดื่มชาแบบญี่ปุ่นด้วย สวน Oyakuen เปิดให้เข้าชมแปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นและมีค่าเข้าชม 320 เยนต่อท่าน

Oyakuen medicinal herb garden in the city of Aizuwakamatsu, Fukushima, Japan TOKYO, JAPAN - APRIL 19 2018: Oyakuen medicinal herb garden first established in the 1380s, there are about 400 kinds of herbs and trees cultivated in and around the garden

เราใช้เวลาสักพักก่อนออกเดินทางไปยังภูเขา Iimoriyama แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญอีกแห่งของ Aizuwakamatsu ปลายสมัย Edo ในสงคราม Boshin การต่อสู้ยืดเยื้อระหว่างฝ่ายปฏิรูปที่นำโดย Sakamoto Ryoma ซามูไรชั้นล่างที่มุ่งมั่นจะล้มระบบของตระกูลโชกุน Tokugawa กับฝ่ายที่ต้องปกป้องฐานที่มั่น ปราสาท Aizuwakamatsu แห่งตระกูล Yamamoto ของ Yae ยอดหญิงซามูไร ระหว่างการสู้รบของผู้คนต่างอุดมการณ์ก็เกิดโศกนาฏกรรมอันเป็นที่เล่าขานกันสืบมาในหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น นั่นคือความตายของเหล่านักรบ Byakkotai หน่วยซามูไรพยัคฆ์ขาวที่อายุยังน้อยทั้ง 20 คน

Aizuwakamatsu, Japan - April 21 2018: Way up to The grave site of Byakkutai (White Tiger Force) at Mt. Iimori

ทางขึ้นภูเขา Iimoriyama นอกจากจะเป็นที่ตั้งของร้านค้าขายของที่ระลึกแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Byakkotai ที่บอกเล่าเรื่องราวของหน่วยพยัคฆ์ขาวและสงคราม Boshin และที่สำคัญที่นี่ยังเก็บโบราณวัตถุที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหล่า Byakkotai เอาไว้ด้วย (ค่าเข้าชมท่านละ 400 เยน)

AIZUWAKAMATSU, JAPAN - APRIL 21 2018: Byakkotai Museum of History concerning the Aizu Boshin War located at the base of Mt. Iimori, where the Byakkotai spent their final moment

และจุดหมายต่อไปของเราเป็นที่ตั้งของสุสานของ Byakkotai เหล่านักรบพยัคฆ์ขาวโดยจะเลือกเดินขึ้นไปตามบันใดซึ่งต้องเหนื่อยแน่ๆ หรือจะยอมเสีย 250 เยนเพื่อขึ้นบันใดเลื่อนเก็บแรงเอาไว้ใช้ในวันต่อไป....เราสมัครใจเลือกอย่างหลัง

Aizuwakamatsu, Japan - April 21 2018: Way up to The grave site of Byakkutai (White Tiger Force) at Mt. Iimori

ขึ้นมาถึงสุสาน Byakkotai ผู้พลีชีพในสงครามสุดท้ายที่ปราสาท Aizuwakamatsu เด็กหนุ่มในหน่วยพยัคฆ์ขาวได้ตกลงกันว่า ถ้าเมื่อใดเปลวเพลิงอุบัติขึ้นเหนือปราสาทนกกระเรียน นั่นคือสัญญาณแห่งความพ่ายแพ้แห่งกองทัพ Aizu และเป็นสัญญาณแห่งการร่วมกันทำ seppuku สละชีวิตของตัวเองอย่างมีเกียรติ ดีกว่าจะโดนจับเป็นตัวประกันหรือตายด้วยน้ำมือของศัตรู แต่เด็กหนุ่มเหล่านั้นคาดการณ์ผิด เพราะในความเป็นจริงไฟที่ดูเหมือนลุกโชนที่ปราสาท มันเกิดขึ้นด้านนอกกำแพงและ Aizu ยังไม่แพ้แต่นี่ก็เป็นสัญญาณเตือนตระกูล Yamamoto ผู้ครองแคว้น Aizu ว่าคงเหลือเวลาให้สู้ยิบตาได้อีกไม่นาน และหลังจากนั้นปราสาทนกกระเรียนก็ถูกยึดได้จริงๆ จากความปราชัยของฝ่าย Aizu เรื่องราวของเหล่า Byakkotai ได้ถูกถ่ายทอดเป็นต้นแบบแห่งความกล้าหาญ จงรักภักดีและเล่าขานสืบต่อกันมานับร้อยปี

AIZUWAKAMATSU, JAPAN - APRIL 21 2018: The grave site of Byakkutai (White Tiger Force) at Mt. Iimori, young teenage samurai who fought and committed suicide in the Boshin war

นอกจากสุสาน Byakkotai แล้วบนเขา Iimoriyama ยังมีวัดที่น่าสนใจอยู่วัดหนึ่งนั่นคือวัด Aizu Sazaedo ที่นี่มีสถาปัตยกรรมเจดีย์ไม้โบราณทรงหกเหลี่ยมความสูง 16.5 เมตร สร้างขึ้นในปีค.ศ 1796 นอกจากจะเป็นเจดีย์ไม้ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นแล้ว ยังได้รับการขึ้นทะเบียนสมบัติล้ำค่าทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย ที่โดดเด่นคือสถาปัตยกรรมภายในที่เราสามารถเดินขึ้นไปชั้นบนสุดขององค์เจดีย์แล้วเดินกลับลงมาโดยที่ไม่ต้องย้อนกลับมาทางเดิมทางขึ้นและลงเป็นเกลียวม้วนรอบแกนกลางเจดีย์สลับกันไป

Aizu Sazaedo Temple with cherry blossom in Fukushima, Japan Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu Sazaedo Temple or Entsu Sansodo Built in 1796, it's one of the oldest wooden structures of its kind and a designated Important Japanese Cultural Property

Aizu Sazaedo มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Entsu Sansodo แปลว่าหมุนวนสามรอบซึ่งก็หมายถึงสถาปัตยกรรมทางเดินที่เดินวนขึ้นไปและกลับลงมานอกเจดีย์นั่นแหละ ระหว่างทางเดินขึ้นลงในเจดีย์เราจะได้เห็นพระโพธิสัตว์ 33 พระองค์ตั้งอยู่ด้านข้างระหว่างที่เราเดินขึ้นลงด้วย วัด Aizu Sazaedo เปิดทำการราวแปดโมงเช้าถึงสี่โมงเย็น มีค่าเข้าชมภายในเจดีย์ท่านละ 400 เยน

Aizuwakamatsu , Japan - April 21 2018: Aizu Sazaedo Temple or Entsu Sansodo Built in 1796, it's one of the oldest wooden structures of its kind and a designated Important Japanese Cultural Property

สำหรับบางคน การมาเที่ยวเมือง Aizuwakamatsu เพียงวันเดียวอาจจะเพียงพอแล้ว แต่เราคิดว่าถ้ามีเวลาซักสองวันเต็มๆ น่าจะสมบูรณ์แบบกว่าเพราะเท่าที่เห็นเราก็พลาดไม่ได้เข้าไปชมย่านบ้านซามูไรเก่าแก่แล้ว แถมยังเดินไม่ทั่ววัด Aizu Sazaedo อีกเพราะตารางเวลารถไฟบีบให้เราต้องเดินทางต่อ ถ้าได้กลับมาคราวหน้าเราจะจัดเวลาให้ Aizuwakamatsu มากกว่านี้

from-the-outside-in