10 ข้อต้องรู้เกี่ยวกับการใช้จักรยานที่ญี่ปุ่น

20,983

นึกถึงการเดินทางที่ญี่ปุ่นมั่นใจว่าทุกคนจะต้องนึกถึง รถไฟ อย่างแน่นอนค่ะ แต่นอกจากนี้ยังมี อีกหนึ่งพาหนะที่ได้รับความนิยม และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นอีกด้วย นั่นก็คือ "จักรยาน" หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า "จิเต็นฉะ Jitensha 自転車" ถือว่า เป็นยานพาหนะหลัก และเป็นที่นิยมใช้ในการเดินทาง เพราะสะดวกเคลื่อนตัวง่าย, ประหยัดพลังงานไม่ต้องใช้น้ำมัน และก็ยังได้เป็นการออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วยค่ะ

1

2

 

ดังนั้น ที่ญี่ปุ่นจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จะเอื้อต่อผู้ใช้จักรยาน ไม่ว่าจะเป็น เลนสำหรับ จักรยานปั่นโดยเฉพาะ, มีที่จอดรถจักรยานเตรียมไว้ให้ผู้ใช้จักรยานบริการตามจุดขึ้นลงรถไฟฟ้า ตามสถานที่ต่าง ๆ และยังมีจักรยานให้เช่าอีกด้วย

3

4

5

ในส่วนของกฎ ระเบียบ และข้อปฏิบัติ ก็ต้องยอมรับว่าคนญี่ปุ่นเค้าก็ปฏิบัติตามกับแบบเป๊ะ ๆ อีกด้วยค่ะ เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ โดยไม่ได้คิดถึงแต่ความปลอดภัย ของตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทางคนอื่น ๆ ด้วยค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนต่างชาติแบบเราด้วยแล้ว ยิ่งต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจ และต้องทำตาม กฎที่เค้ากำหนดให้อย่างเคร่งครัดเลยล่ะค่ะ เอ้า...ไปอ่านกันดีกว่าค่ะ

1.อะไรนะ ที่ญี่ปุ่นมีทะเบียนจักรยานด้วย

6

จักรยานที่ญี่ปุ่นทุกคันต้องมีทะเบียนจักรยาน และจะต้องลงทะเบียนตอนที่ทำการซื้อ เพื่อสะดวก ต่อการแจ้งหาย หรือ ถูกขโมย และที่จักรยานนั้น ๆ จะมีสติ๊กเกอร์ติดแจ้งเลขทะเบียนเอาไว้ และผู้ที่ เป็นเจ้าของ จะได้รับสมุดทะเบียนของจักรยานมาเก็บไว้ด้วย เพื่อใช้ยืนยัน แสดงความเป็นเจ้าของ แก่เจ้าหน้าที่เมื่อจักรยานหาย หรือ ใช้ติดต่อรับจักรยานคืนกรณีโดยยึดจักรยาน

7

2.เช็คให้ชัวร์ก่อนว่ามีที่จอดจักรยานแน่นอนในที่อยู่อาศัยของเรา

8

ก่อนทำการซื้อจักรยาน ต้องแน่ใจก่อนว่ามีที่จอดจักรยานเพราะที่พักอาศัยบางแห่ง มีข้อกำหนด ในการจอดจักรยานอาจจะให้จอดเพียงห้องละ 1-2 คัน หรืออาจจะไม่อนุญาต ให้จอดจักรยาน ก็เป็นได้ และบางแห่งอาจจะต้องเสียค่าเช่าที่เพื่อจอดจักรยานในที่พักอาศัยด้วย

3.ต้องจอดจักรยานในที่จอดจักรยานเท่านั้น

9

ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องปฏิบัติเลยค่ะ ซึ่งจะมีทั้งแบบให้บริการจอดได้ฟรี และแบบที่ต้อง เสียเงินค่าที่จอด ทั้งแบบหยอดเหรียญนับเป็นชั่วโมง และแบบเหมารายวัน ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 80 เยน - 210 เยน ต่อวัน (ราคาแล้วแต่สถานที่) สำหรับคนที่อาศัยอยู่ญี่ปุ่นก็สามารถจ่ายค่าเช่า ที่จอดรถจักรยานเป็นแบบรายเดือนก็จะถูกกว่าแบบรายวันค่ะ

10

แต่ถ้าจอดจักรยานนอกเหนือจากบริเวณที่กำหนดเอาไว้ (แอบจอด) ก็อาจจะได้ใบเตือน ดังภาพ กระดาษสีแดง

11

12

13

โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจและสแกนเลขทะเบียนเก็บไว้เป็นข้อมูล

14

15

แต่ถ้า ยังทำผิดซ้ำอีก ๆ ได้ใบเตือนมากกว่า 2 ครั้ง ทางเขตก็จะทำการยกจักรยานไปเลยค่ะ ถ้าหากต้องการ ได้จักรยานคืนจะต้องนำเงินไปเสียค่าปรับยังที่เก็บจักรยานของเขตนั้น ๆ ซึ่งค่าปรับก็ขึ้นอยู่กับ แต่ละเขต จำนวนเงินไม่เท่ากันค่ะ จะอยู่ที่ประมาณ 3,000เยน - 6,000 เยน (จักรยานคันใหม่ราคาถูก ที่สุดอยู่ที่ประมาณ 8,500 เยน ++) ค่าปรับโหดร้ายไม่ใช่น้อยเลยเน๊อะ !!

4.ไม่ควรบีบแตร หรือ สั่นกระดิ่งไล่คนที่เดินอยู่ด้านหน้า

ถึงจะมีทางสำหรับจักรยานที่แบ่งให้ชัดเจนก็จริง แต่สำหรับถนนบางเส้นเราอาจจะต้องใช้ร่วมกับคน ที่เดินบนฟุตบาทด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้น เราก็ไม่ควรไปบีบแตร หรือ สั่นกระดิ่งไล่ เพราะคนเดินทางเท้า อาจจะตกใจแล้วเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ ถ้าลองสังเกตกันดูอาจจะไม่ค่อยเห็นผู้ขี่จักรยานปั่นแซงกัน กันมากสักเท่าไหร่ ยกเว้นถ้ารีบจริง ๆ ก็อาจจะหันมาขอบคุณ หรือกล่าวขอโทษกันค่ะ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยทั้งผู้ขี่จักรยานและคนเดินทางเท้า ผู้ขี่จักรยานก็ควรต้อง ให้ทางแก่คนที่เดินเท้า มาก่อนเสมอ และที่สำคัญก็ไม่ควรปั่นด้วยความเร็วด้วยค่ะ

5.ห้ามนั่งซ้อนท้ายจักรยาน

เพื่อความปลอดภัย และง่ายต่อการทรงตัวของผู้ขี่จักรยาน ห้ามนั่งซ้อนท้ายจักรยานค่ะ ลองสังเกต กันดูดี ๆ ค่ะว่า จะไม่ค่อยเห็นคนซ้อนจักรยานกันมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง สำหรับ จักรยานคุณแม่ที่มีที่นั่ง สำหรับเด็กซึ่งถ้าเป็นจักรยานแบบนี้เด็ก ๆ ก็สามารถนั่งซ้อนหน้า ซ้อนหลังได้ค่ะ สำหรับจักรยานคุณแม่ส่วนใหญ่จะเป็นจักรยานไฟฟ้า ที่มีเครื่องทุ่นแรงช่วยให้คุณแม่ปั่นได้ง่ายขึ้น และแน่นอนค่ะ ก็ต้องมาพร้อมกับราคาที่แรงกว่ารุ่นธรรมดา อีกด้วย

16

17

*** สำหรับข้อต่อไปจากนี้จะเป็นสาระสำคัญที่สำคัญจริง ๆ สำหรับคนที่ใช้จักรยานที่ญี่ปุ่น เพราะถ้าทำผิด หรือ ฝ่าฝืนอาจจะมีสิทธิ์โดนปรับ โดนจับ และอาจจะทั้งจำ ทั้งปรับกันเลยทีเดียวค่ะ**

18

19

6.ห้ามคุย ห้ามเล่นโทรศัพท์มือถือขณะปั่นจักรยาน

ปั่นจักรยานไป คุยโทรศัพท์ไป หรือ ปั่นจักรยานไปเล่นโทรศัพท์มือถือไป ห้ามอย่างเด็ดขาดค่ะ เพราะ อันตรายสุด ๆ ผู้ขับขี่จะไม่มีสมาธิและไม่ระวัง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทั้งตัวเองและผู้อื่นได้ ถ้าฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นเยน (~15,000บาท)

 

7.ห้ามกางร่มปั่นจักรยานขณะฝนตก

เมื่อฝนตกไม่ควรใช้มือเพียงข้างเดียวในการจับแฮนด์จักรยานและอีกมือหนึ่งก็ใช้ถือร่ม แล้วปั่นจักรยาน ไปด้วย เพราะจะทำให้การทรงตัวและการบังคับจักรยานเป็นไปได้ยากและมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ จะเห็นว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะสวมชุดกันฝน หรือ ไม่ก็ติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถล็อกก้านร่ม

20

ติดกับจักรยานไว้ โดยที่มือไม่ต้องถือร่ม ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบนี้ก็จะปลอดภัยค่ะ แต่ถ้าฝ่าฝืนก็จะ โดนปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นเยน (~15,000บาท)

 

8.ต้องติดไฟที่จักรยานและต้องเปิดไฟจักรยานปั่นในช่วงกลางคืนด้วย

เมื่อปั่นจักรยานในยามค่ำคืน จักรยานทุกคัน ย้ำว่าทุกคันจะต้องมีไฟส่องสว่าง เพื่อความปลอดภัย ของตัวเอง และของผู้อื่นด้วยถ้าไม่มีไฟติดที่จักรยาน หรือ มีแล้วแต่ไม่เปิดไฟ อาจจะโดนปรับสูงสุด ไม่เกิน 5 หมื่นเยน (~15,000บาท)

9.ต้องหยุดทุกครั้งเมื่อเห็นป้ายหยุด “โทมาเระ 止まれ STOP”

ถ้าเจอป้ายสามเหลี่ยม “โทมาเระ 止まれ STOP" ที่มีความหมายว่า “หยุด” เพราะป้ายนี้มักจะอยู่ใน จุดยุทธศาสตร์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็น คน จักรยาน และ รถยนต์ ทุกคนควรจะต้องหยุด มองซ้าย มองขวา แล้วค่อยไปค่ะ ถ้าไม่หยุดรถและฝ่าฝืนจะโดนปรับสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นเยน (~15,000บาท) และอาจจะถูกจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรืออาจจะโดนทั้งจำ ทั้งปรับเลยค่ะ

21

22

 

10.เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีอาการเมาห้ามปั่นจักรยาน

ข้อนี้ถือว่าร้ายแรงมาก ๆ ค่ะ ถ้าเมาแล้วปั่นจักรยาน จะโดนปรับ 1 ล้านเยน (~300,000 บาท) และอาจจะถูกจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ อาจจะโดนทั้งจำ ทั้งปรับเลยค่ะ คุณพระ!!! นี่แค่จักรยานนะคะ ถ้าเป็นรถยนต์ไม่อยากจะคิดว่าโทษจะขนาดไหน... โหดสลัดรัสเซียมากค่ะ ถึงว่าช่วงเย็นวันศุกร์ มักจะเห็นคนยอมจ่ายค่าจอดจักรยานค้างคืน หรือไม่ก็เดินจูงจักรยานกันกลับบ้านแทน เพราะกฎหมายเค้าแรงแบบนี้นี่เอง

เป็นอย่างไรบ้างคะ เพื่อน ๆ อ่านแล้วได้ความรู้กันบ้างไหม ... เจ้หวังว่าข้อมูลเหล่านี้ ก็น่าจะเป็น ประโยชน์ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เมืองไทยเผื่อว่าจะเป็นไอเดียดี ๆ ที่จะเอาไปพัฒนาเมืองไทยของเราบ้าง และสำหรับเพื่อน ๆ ที่อาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่นได้ทราบและปฏิบัติอย่างถูกต้องกันค่ะ จริง ๆ แล้วขอแค่ทุกคนมี "วินัย" และคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของตัวเองและเพื่อนร่วมทางต้องมาก่อนเป็นอันดับ 1 เจ้ก็หวังว่า อุบัติเหตุก็น่าจะลดน้อยลงแล้วล่ะค่ะ..

อ่อ ๆ เกือบลืม ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ส่วนตัวเจ้คิดว่าคนไทยมีดีและไม่แพ้ชาติใดในโลก และอาจจะมี เยอะกว่าคนชาติอื่น ๆ เสียด้วยซ้ำ นั่นก็คือ "ความมีน้ำใจ" ค่ะ เห็นด้วยไหมคะ :)

เรื่องโดย #สาวแซ่บแห่งไซตามะ

ติดตามเรื่องราวดี ๆ ได้ที่  ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น Vlog ใน Youtube Channel 

bonny