“ซูโม่” กีฬาที่เป็นมากกว่ากีฬา

576

ถ้าพูดถึงกีฬายอดนิยมในประเทศญี่ปุ่นแล้วนั้น ก็คงจะต้องมีกีฬาซูโม่อยู่ในคำตอบด้วยอย่างแน่นอน เพราะว่ากีฬาชนิดนี้มีความเป็นเอกลักษณ์และคนทั่วโลกรู้จัก

ซูโม่ (Sumo) ไม่ได้เป็นแค่กีฬาแต่ว่ามีความเชื่อและพิธีกรรมทางศาสนาชินโตปนอยู่ในนั้น นับว่าเป็นกีฬาที่มีความสวยงามของวัฒนธรรมแฝงอยู่ มีการสืบทอดกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น ที่ญี่ปุ่นนักกีฬาซูโม่นับว่าเป็นอาชีพที่ผู้คนให้เกียรติ นับหน้าถือตาในวงสังคม แต่เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะว่ากว่าจะมาเป็นนักซูโม่ชื่อดังได้ เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง ไม่ใช่ว่านึกอยากจะเป็นก็เป็นได้นะคะ ทุกคนต้องผ่านการฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเด็ก มีการวางแผนในการรับประทานอาหาร มีตารางการออกกำลังกายและการฝึกซ้อม แล้วก็ต้องขึ้นสังเวียนต่อสู้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ต้องทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักกว่าจะกลายเป็นนักกีฬาซูโม่ที่มีชื่อเสียงที่ผู้คนรู้จักและให้ความสนใจ เส้นทางการเป็นนักซูโม่นั้น ไม่ง่ายเลยนะคะ

ว่ากันว่าซูโม่มีจุดกำเนิดมาจากการเป็นหนึ่งในพิธีกรรมบูชาเทพเจ้าหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว การแสดงการต่อสู้ของผู้ชายร่างกายกำยำสองคนเปรียบเสมือนการต่อสู้กันของเทพเจ้าในตำนาน เกษตรกรก็หวังว่าการแสดงการต่อสู้นี้จะทำให้เทพเจ้าพึงพอใจ ซึ่งเป็นความเชื่อว่า หากเทพเจ้าพอใจก็จะบันดาลให้ผลผลิตทางการเกษตรในปีมีผลผลิตที่ดีอย่างแน่นอน อีกนัยหนึ่งก็คิดว่าน่าจะเป็นกุศโลบายที่มีการรวมตัวสังสรรค์กันของผู้คน หลังจากทำงานหนักเสร็จสิ้น เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในชุมชนที่ทำให้ผู้คนมีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น

กฎกติการมารยาทของกีฬาซูโม่นั้นก็ไม่ยากเลยค่ะ สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆ กฎก็มีเพียงแค่ว่า ใครที่ถูกดันให้ออกนอกวงกลมก่อนหรือถูกทำให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่ไม่ใช่ฝ่าเท้าสัมผัสพื้น คนนั้นถือว่าแพ้ ใช่ค่ะ กติกามีเท่านี้ ง่ายจนแปลกใจเลยใช่มั้ยคะ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะดูกีฬาชนิดนี้ไม่รู้เรื่องนะคะ

สำหรับตัวผู้เขียนเอง เมื่อปีก่อน ได้มีโอกาสไปชมกีฬาซูโม่อยู่ครั้งหนึ่งที่เรียวโกกุโคะกุกิกัง (Ryogoku Kokugikan) ที่อยู่ตรงสถานีเรียวโกกุ (Ryogoku Station) ในโตเกียว รู้สึกประทับใจตั้งแต่ลงรถไฟที่สถานี ก่อนที่จะเดินออกจากสถานี ก็พบภาพของซูโม่ แบบพิมพ์ขนาดฝ่ามือของซูโม่ชื่อดัง รวมทั้งความสูงของนักซูโม่ให้เราได้ลองเปรียบเทียบความใหญ่โตของร่างกาย ว่าระหว่างเรากับซูโม่นั้นต่างกันแค่ไหน แค่ที่สถานีก็ตื่นตาตื่นใจแล้วค่ะ

จากสถานี เดินไปอีก 2-3 นาทีก็ถึงสนามกีฬาที่มีชื่อว่าเรียวโกกุโคะกุกิกัง (Ryogoku Kokugikan) ที่กล่าวไว้ข้างต้นซึ่งที่นี่เป็นสถานที่จัดการเเข่งขันซูโม่ 3 รายการจาก 6 รายการประจำปีอีกด้วย (Tokyo grand sumo tournament) สัมผัสได้ตั้งแต่เดินเข้าไปในด้านในสนามกีฬาว่ามีความขลังของสถานที่ ในตัวสนามกีฬาดูเหมือนมีงานเทศกาล เพราะว่ามีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย ผู้คนก็ดูครึกครื้น สนุกสนาน แถมยังมีของที่ระลึกของนักซูโม่ที่มีชื่อเสียงวางขายด้วย ใครเป็นแฟนใครก็ซื้อกันได้ เดินๆ อยู่ยังได้พบนักซูโม่ชื่อดัง ออกมาปรากฎตัวทักทายแฟนๆ บางคนได้ถ่ายรูปไปเป็นที่ระลึก ซึ่งโอกาสแบบนี้ ถ้าไม่ได้มาที่นี่ก็คงไม่ได้เจอที่ไหนในโตเกียว

พอถึงเวลาแข่งขึ้น พิธีกรก็ออกมาบรรยาย เมื่อนักมวยปล้ำซูโม่ซึ่งเป็นผู้ชายตัวใหญ่ๆ นุ่งผ้าเตี่ยวเดินเข้ามาบนเวที ทุกคนหยุดนิ่ง เงียบเป็นการให้เกียรติ พิธีการก่อนแข่งนั้นก็งดงามเหมือนเราได้ดูพิธีกรรมทางศาสนาไปในขณะเดียวกันกับที่ดูกีฬา รู้สึกได้เลย ณ เวลานั้นว่าซูโม่ไม่ใช่แค่กีฬาแต่ได้หล่อหลอมเอาประเพณีญี่ปุ่นและความเชื่อทางศาสนาเข้าไว้ด้วยกัน อีกหนึ่งเหตุผลที่น่าคิดว่าทำไมซูโม่จึงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ก็อาจจะเป็นเพราะว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่ต้องต่อสู้ เหมือนกับจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นที่เป็นเลือดนักสู้แบบบูชิโดฝังอยู่อย่างแยกไม่ออก การต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรีบนสังเวียนซูโม่ช่างเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีมนต์ขลังอย่างประหลาด

จริงๆ แล้วสถานที่จัดการแข่งขันซูโม่นั้นมีหลายแห่งทั่วญี่ปุ่น สลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทั้งที่โตเกียว โอซาก้า นาโกย่า และแถบคิวชู โดยจะมีการแข่งขันทุกเดือนที่เป็นเลขคี่ (คนญี่ปุ่นนับเดือนด้วยเลข เช่นมกราคม เรียกว่าเดือน 1 ไล่ไปเรื่อยๆ จนถึงเดือน 12 ก็คือธันวาคมนั่นเองค่ะ) การแข่งขึ้นหนึ่งครั้งใช้เวลา 15 วัน

ใครที่อยากลองดูซูโม่สักครั้ง ที่โตเกียวก็สามารถดูได้นะคะ เพื่อนๆ สามารถเช็ควัน เวลา พร้อมทั้งจองตั๋วทางอินเตอร์เน็ทได้ ที่นี่ค่ะ > http://www.sumo.or.jp/En/  (เว็บไซต์มีภาษาอังกฤษ)

ปรกติแล้ว ในช่วงที่มีการแข่งขันสนามกีฬาเปิดให้เข้าได้ตั้งแต่เวลา 8.00 น. จนถึง 18.00 น. ซึ่งคู่ที่เป็นไฮไลท์ของวันจะอยู่ที่ช่วงเวลา 17.00 น.

ราคาตั๋วมีทั้งแบบถูกและแพง หากเป็นที่นั่งธรรมดา ตั๋วสำหรับ 1 คนก็อยู่ที่ 3,800 เยน ตั๋วมีหลากหลายราคาตามระยะใกล้ไกล ไปจนถึงที่นั่งริงไซต์ที่จัดที่นั่งเป็นบล๊อกๆ สามารถนั่งได้จำนวน 4 คน ราคาอยู่ที่ 38,000 เยนค่ะ ซึ่งระหว่างก่อนชมการแข่งขัน คนที่ซื้อที่นั่งเป็นบล๊อกๆ ก็ซื้ออาหารเครื่องดื่มเข้ามานั่งกินกัน ดูเหมือนการปิกนิกกลายๆ แค่ดูก็สนุกสนานแล้วค่ะ

การได้มาชมการแข่งซูโม่สักครั้ง นับว่าคุ้มค่าอย่างมาก รับประกันว่าทุกคนจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆ เราก็ได้รู้จักและเข้าใจความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้นนะคะ