ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ : เมืองในฝันที่ไม่ใช่แค่ความฝัน หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago

30,281

ญี่ปุ่นครั้งเดียวไม่พอ…วลีนี้สำหรับเราแล้วมันเป็นแบบนั้นจริงๆ และคงไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่คิดแบบนี้ เราเชื่อว่าถ้าใครได้เดินทางมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นสักครั้งต้องติดใจจนอยากกลับไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นอีกหลายๆ ครั้งเป็นแน่ ด้วยความที่มีฤดูกาลที่หลากหลาย แค่ฤดูกาลเปลี่ยนบรรยากาศก็เปลี่ยนละ ถึงจะมาในที่เดิม ที่ท่องเที่ยวสวย อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร ความปลอดภัยสูง การเดินทางสะดวกสบาย ฯลฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศท่องเที่ยวยอดฮิตในใจหลายคนที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง ส่วนใครที่เคยมาแล้วเสียงของหัวใจก็ร่ำร้องให้กลับมาเยือนที่ญี่ปุ่นอีกครั้งให้ได้ เราเป็นคนนึงที่ยังไม่เบื่อกับการมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น พอจะแพลนเที่ยวแต่ละปี ญี่ปุ่นคือหนึ่งในแผนการท่องเที่ยวของเรา และการเดินทางครั้งล่าสุดของเรานับไปนับมา 11 ครั้งเข้าไปละ คราวนี้เราปักหมุดว่าจะต้องไปเยือน "หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago" (ชิราคาวาโกะ) ในช่วงการจัด Light Up ให้ได้

DSCF4736

ภาพของหมู่บ้านทรงสามเหลี่ยมตั้งอยู่ในหุบเขา พื้นดินและหลังคาบ้านถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวตั้งเรียงรายกระจายๆ หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือภาพที่เราเคยเห็นในเว็บไซต์โปรโมทการท่องเที่ยวของหมู่บ้าน Shirakawago (ชิราคาวาโกะ) ยิ่งเป็นช่วงที่มีการจัดแสดงไฟแล้วมองจากจุดชมวิวมุมสูงเห็นบ้านหลังน้อยเหล่านั้นส่องประกายท่ามกลางแสงไฟในฤดูหนาว พร้อมหิมะที่โปรยปราย มันช่างสวยงามน่าไปเห็นกับตาตัวเองสักครั้ง เราบอกกับตัวเองว่าสักวันเราต้องมาถ่ายภาพแบบนี้ให้ได้บ้าง และปีนี้ ณ งาน Shirakawago Light Up ที่หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago ประจำปี 2016 เราก็ได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้ จุดที่สามารถมองเห็นหมู่บ้านนี้เหมือนมุมที่เราเคยเห็นผ่านสื่อ คราวนี้ได้มาเห็นกับตาตัวเองจนได้

shirakawago-2

ท่ามกลางนักท่องเที่ยวนับร้อยที่แห่กันมาชมความสวยงามของหมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ เราเป็นหนึ่งในนั้นที่พยายามแทรกตัวเข้าไปเพื่อจะได้ชื่นชมความงามของหมู่บ้านในหุบเขาให้เต็มตาสมการรอคอย แต่ด้วยความที่การจัด Light Up เป็นช่วงเสาร์-อาทิตย์ แล้วปีนึงจะจัดแค่ 7 วัน เท่านั้น นักท่องเที่ยวเลยเยอะกว่าปกติ แต่เราก็ไม่ท้อนะ ไหนๆ มาละต้องได้รูปแบบที่เคยเห็นกลับไปสักรูปล่ะนะ ไปเบียดอยู่ในหมู่มวลสักพักหวังว่าจะมีใครออกมาบ้าง ไม่มีเลยจ้า เลยต้องถอยทัพกลับมายืนรอข้างหลัง จนเวลาล่วงเลยไปจาก 5 โมงครึ่งที่ไฟเริ่มเปิดจน 6 โมงกว่าๆ นักท่องเที่ยวที่มารอก่อนหน้าเราก็เริ่มทยอยกลับ เราก็รีบหามุมจนได้จุดเหมาะ แชะรูปจนพอใจ ก็ต้องรีบเดินลงจากจุดชมวิว เพื่อไปขึ้นรถกลับที่พัก

DSCF4739DSCF4741

DSCF4744

DSCF4745แต่ระหว่างทางลงเราก็หามุมเหมาะๆ แม้จะมีกิ่งไม้บังบ้าง แต่ก็ได้ฟีลของภาพอีกแบบ ลงจากจุดชมวิวรีบวิ่งไปขึ้นรถให้ทันเวลา ระหว่างทางนั่งรถกลับที่พัก ก็นึกย้อนภาพตัวเองที่พอรถจอดปุ๊บรีบวิ่งตรงไปยังจุดชมวิวของ หมู่บ้าน Shirakawago โดยลืมความชันของเขา ลืมความเหนื่อยไปเลย รู้ตัวอีกทีก็ขึ้นมายืนบนจุดชมวิวมองเห็นภาพบ้านหลังน้อยกับหิมะอยู่ท่ามกลางภูเขาแล้ว สมกับเป็นเมืองในฝันที่ใครหลายคนอยากจะมาเยือนสักครั้ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่ความฝันสำหรับเราแล้ว...เพราะมันมีอยู่จริงและเราก็ได้มายืนอยู่ในเมืองแห่งความฝันแห่งนี้แล้วจริงๆ ใครที่อยากมาชมงาน Light Up กับตาตัวเองแบบเรา ปีหน้าเตรียมตัวไว้เลย รับรองไม่ผิดหวัง แล้วสักวันเราจะกลับไปที่นี่อีกครั้ง....

shirakawago-6

เพ้อมามากละมาทำความรู้จักกับ หมู่บ้านมรดกโลก Shirakawago กันบ้างดีกว่า ในปี1995  หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่น่าสนใจ ชาวบ้านก็ปรับตัวแปรสภาพบ้านเรือนเป็นร้านขายของที่ระลึกบ้าง เป็นร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ บ้านพักค้างคืนแบบ Home Stay บ้าง เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

หมู่บ้านชิราคาวาโกะตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา เป็นหมู่บ้านอายุเก่าแก่มากกว่าร้อยปี ตั้งเรียงรายกระจายไปในแนวเหนือ-ใต้ ขนานไปกับแม่น้ำ Shokawa (โชกาวะ) บ้านหลังคาทรงสูงมีความชันถึง 60 องศา จนดูเหมือนคนพนมมือ สถาปัตยกรรมแบบนี้เรียกว่ารูปแบบกัสโช (Gassho-zukuri) ซึ่งแปลว่าสร้างแบบพนมมือ ด้วยความลาดของหลังคาทำให้เวลาหิมะตกหรือฝนตกจะสามารถไหลลงมาได้สะดวก ไม่ไปกองกันบนหลังคา ซึ่งเป็นภูมิปัญญาในการสร้างบ้านของชาวบ้านที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น มีการเจาะช่องหน้าต่างเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก และเป็นการระบายอากาศให้ถ่ายเทจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง และบ้านส่วนใหญ่ยังหันหน้าไปทางเดียวกันตามทิศทางลม เพื่อช่วยให้บ้านเย็นสบายในฤดูร้อน และสร้างความอบอุ่นในฤดูหนาวshirakawago-7

จุดเด่นของหลังคาคือไม่มีการใช้ตะปูในการมุงหลังคา แต่ใช้วิธีแบบธรรมชาติ ใช้ไม้ขัดกัน และใช้เชือกมัดให้แน่น เนื่องจากหลังคาพวกนี้ทำจากวัสดุธรรมชาติ จึงต้องมุงหลังคาใหม่ตลอด ซึ่งจะทำในช่วงฤดูใบไม้ผลิหลังจากหิมะละลายหมดแล้ว โดยชาวบ้านจะมาช่วยกันทำ

ในช่วงฤดูหนาวประมาณกลางเดือนมกราคม-กลางเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ จะจัดงานแสดงไฟ Shirakawago Light Up เปิดไฟตั้งแต่เวลา 5 โมงครึ่งเป็นต้นไป ปีนึงจะจัดเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น นี่เลยกลายเป็นอีกจุดขายหนึ่งของหมู่บ้านแห่งนี้ จุดชมวิวบนเขาคือทำเลดีที่จะได้เห็นหมู่บ้านนี้ได้ทั้งหมด

การเดินทางมาหมู่บ้านนี้ทำได้หลายทาง สามารถนั่งรถไฟจาก Osaka (โอซาก้า)ไปลงที่เมือง Kanazawa (คานาซาวา) แล้วต่อรถบัสประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาทีถึงหมู่บ้าน หรือจากนาโงยานั่งรถไฟเข้าเมือง Takayama (ทาคายาม่า) แล้วต่อรถบัสอีกประมาณ 50 นาที ก็จะถึงหมู่บ้านแห่งนี้

shirakawago-4

รถบัสที่วิ่งจาก Takayama-Shirakawago เป็นของ Nohi bus ปกติมีวิ่งตั้งแต่รอบ 7:50 และเที่ยวสุดท้าย 17:50 แต่ถ้าเป็นช่วงงาน Shirakawago Light Up จะต้องซื้อทัวร์ต่างหากเพราะรถบัสกลับจากชิราคาวาโกะมาทาคายาม่ารอบสุดท้ายเวลา 17.50 น.  ทัวร์ชม Light Up ของ Nohi bus ราคา 4220 เยน ไป-กลับ สามารถจองได้ที่ท่ารถก่อนวันเดินทาง รถจะออกเวลา 15.50 น. และกลับเวลา 19.15 น. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nouhibus.co.jp/english/shirakawago_kanazawa.html 

เรื่อง-รูป Muayleklek ติดตามกันได้ที่ Journey Together

logo