"จิบชาเขียว เที่ยววัดสวย" วันเดียวก็เที่ยวได้ ที่ "Uji" จ.เกียวโต

15,884

Uji (อูจิ) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ Kyoto อยู่ระหว่าง Kyoto และ Nara การเดินทางก็ไม่ยาก จากสถานี Kyoto ใช้รถไฟ Local สาย Nara Line มายัง Uji ใช้เวลาราวๆ 27 นาที นักท่องเที่ยวที่มีเวลาเที่ยวไม่มากนักมักจะไปกระจุกตัวกันอยู่ที่ใจกลาง Kyoto แต่ถ้าหากมีเวลาท่องเที่ยว Kyoto ซัก 5-6 วัน Uji ก็เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่คุ้มค่ามากสำหรับการเดินทาง

KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Uji City in Kyoto, Japan on October 21, 2014. Uji city located between the two ancient capitals of Nara and Kyoto on the southern outskirts of Kyoto

ชาเขียวของ Uji ถือว่ามีชื่อเสียงมากในญี่ปุ่น ที่นี่มีไร่ปลูกชาเขียวคุณภาพดี ขณะเดียวกันบ้านบางหลังยังเปิดเป็นที่ฝึกชงชาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วัฒนธรรมการชงชาของญี่ปุ่นอีกด้วย

นอกจากเรื่องชาแล้ว Uji ยังเป็นเมืองที่เป็นต้นกำเนิดของนิยายโบราณปรัมปรา Genji monogatari อีกด้วย ซึ่งผู้แต่งคือ Murasaki Shikibu ผู้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ นางได้ประพันธ์นิยายเรื่อง Genji monogatari ขึ้นในช่วงคริสตศตวรรษที่ 11 ในสมัยเฮอัน Murasaki Shikibu ถือเป็นปูชนียบุคคลด้านการเขียนนิยายของญี่ปุ่นในสมัยนั้น ในปัจจุบันมีอนุสาวรีย์ของนางตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Uji

Uji 02

ฉากหนึ่งในนิยายเรื่อง Genji monogatari ก็คือบริเวณสะพาน Uji (Uji-bashi) ซึ่งเป็นสะพานที่ทอดตัวโค้งยาวข้ามแม่น้ำ Uji เดิมสะพานนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Heian แต่หลังจากนั้นได้มีการสร้างสะพานขึ้นใหม่อีกหลายต่อหลายครั้งเพราะเสียหายจากการเผาทำลายในสงครามเพื่อแย่งชิงอำนาจในยุคต่างๆ สะพานที่เห็นในปัจจุบันนั้นถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1996 โดยผสมผสานสถาปัตยกรรมโบราณในส่วนที่เป็นงานไม้และเสริมความแข็งแกร่งด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่ใช้เหล็กและปูนเป็นฐานราก

KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Uji Bridge in Kyoto, Japan on October 21, 2014. A famous bridge spanning the Uji River and located in Uji, Kyoto. Originally built in 646, the bridge has been rebuilt numerous times, most recently in 1996

เมื่อข้ามสะพาน Uji ออกไปไม่ไกลนัก เราจะได้พบกับพิพิธภัณฑ์ตำนานของเก็นจิ (The Tale of Genji Museum) ที่นี่จัดแสดงผลงานจากนิยายเรื่อง Genji ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของนิยาย รวมทั้งผู้ประพันธ์ ภาพวาด หุ่นที่จำลองและฉากสำคัญๆ ที่คัดมาจากนิยาย

Uji 04

เมื่อเดินออกจาก The Tale of Genji Museum ก็จะผ่านถนนเล็กๆ ที่ร่มรื่น ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ทั้งสองข้างทาง เดินเป็นระยะเวลาประมาณห้านาที จะได้พบกับศาลเจ้าแห่งหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า "ศาลเจ้า Ujikami-jinja" ศาลเจ้าแห่งนี้นับว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่และมีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของเมือง Uji ศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ศาลเจ้าปกป้องคุ้มครองวัด Byodo-in อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ทำให้เชื่อได้ว่าศาลเจ้า Uji แห่งนี้นี่แหละเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

Ujikami-jinja Shrine in Kyoto, Japan KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Ujikami Shrine in Kyoto, Japan on October 21, 2014. The oldest shrine in Japan, built in approximately 1060. Ujikami Shrine is actually a guardian shrine for its neighbor Byodoin Temple.

เดินถัดมาอีกไม่นาน ก็จะเจอศาลเจ้า Uji-jinja เป็นศาลเจ้าที่แยกตัวออกมาจากศาลเจ้าหลัก Ujikami-jinja ที่นี่บูชาเจ้าชาย Uji no Waki Iratsuko เจ้าชายแห่งญี่ปุ่นที่ประสูติในปี ค.ศ. 5 พระองค์ถูกยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งการศึกษาเพราะความเฉลียวฉลาดของท่านในวัยเยาว์ เป็นที่น่าเสียได้ว่าเจ้าชายได้ถูกบีบให้ทำอัตวินิบาตกรรมอันเนื่องมาจากปัญหาความขัดแย้งในการสืบราชสันตติวงศ์กับเจ้าชาย Nintoku ซึ่งได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ์ต่อจากองค์จักรพรรดิ์ Ojin ในเวลาต่อมา

Uji-jinja Shrine in Kyoto, Japan KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Uji Shrine in Kyoto, Japan on October 21, 2014. Has a 1,700 year history. The enshrined deity is Uji no Waki Iratsuko, who is well known as deity of learning as she was wise from her childhood

เมื่อเราเดินข้ามแม่น้ำ Uji มายังอีกฝั่งที่เป็นที่ตั้งของวัดที่สำคัญมากอีกแห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น นั่นก็คือวัด Byodoin ที่สร้างขึ้นราวปี 998 ในสมัย Heian โดยตระกูลขุนนาง Fujiwara โดยวัดนี้เคยถูกใช้เป็นที่พักอาศัย จนกระทั่งในปีค.ศ. 1052 Fujiwara no Yorimichi ได้เปลี่ยนที่จากพักของตระกูลให้กลายมาเป็นวัดจนถึงปัจจุบัน

ไฮไลท์ที่สำคัญของที่นี่มีอยู่สองส่วน ส่วนแรกเป็นพิพิธภัณฑ์ Hoshokan ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ใช้เป็นที่จัดแสดงวัตถุโบราณของวัด Byodoin นับตั้งแต่พระพุทธรูป ประติมากรรม รูปแกะสลัก เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ รูปเคารพสักการะ ชิ้นส่วนที่ใช้ในการตกแต่งสถาปัตยกรรมดั้งเดิม หรือแม้แต่กระเบื้องมุงหลังคาดั้งเดิมที่ยังมีสภาพสมบูรณ์มาก (หากไม่นับเรื่องความเสื่อมโทรมตามกาลเวลา) ของที่จัดแสดงส่วนใหญ่จะสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Heian จึงเป็นวัตถุโบราณที่มีอายุยาวนานนับพันปี (ห้ามถ่ายภาพภายในพิพิธภัณฑ์)

KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Hoshokan Museum in Kyoto, Japan on October 21, 2014. Located in Byodoin Temple ground, the museum has large collection of ancient items of the temple from the Heian period

ส่วนที่สองที่ถือเป็นไฮไลท์ที่สำคัญมากพลาดไม่ได้เด็ดขาดนั่นก็คือศาลา Hoo-do หรือ Phoenix Hall ที่มีชื่อเสียงเคียงคู่กับ Uji มาช้านานจนเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่ปรากฏบนเหรียญสิบเยนของญี่ปุ่น ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะหากมองจากด้านบน เราจะเป็นศาลานี้มีปีกยื่นออกไปทั้งสองข้างคล้ายกับนกที่กำลังบินอยู่ Phoenix Hall อยู่ในสวน Jodo-shiki มีบึงน้ำคั่นกลางระหว่างเรากับ Phoenix Hall ตัวศาลาผ่านการซ่อมบำรุงมาหลายครั้ง Phoenix Hall เป็นศาลาเดียวในวัดที่รอดพ้นจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติและไฟไหม้ใหญ่หลายครั้ง ถือเป็นสถาปัตยกรรมดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งใน Kyoto

The Phoenix Hall of Byodo-in Temple in Kyoto, Japan KYOTO, JAPAN - OCTOBER 21: Byodoin Temple in Kyoto, Japan on October 21, 2014. Built in 998 AD during the Heian period, originally a private residence and converted into a temple by a member of the Fujiwara clan in 1052

แม้หลายๆ อย่างจะถูกทำให้เปลี่ยนไป มีการซ่อมบำรุงและทาสีใหม่เมื่อไม่นานมานี้ รายละเอียดของสถาปัตยกรรมอย่างกระเบื้องมุงหลังคาเซรามิคขอบคมกริบถูกนำขึ้นไปเปลี่ยนแทนที่ของเดิม นก Phoenix หุ้มทองทั้งสองตัวที่ถูกทำขึ้นมาใหม่เพื่อทดแทนของดั้งเดิมที่เอาไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ แต่ Byodoin ก็ยังเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดหากตั้งใจมาเที่ยว Uji ครับ

เพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องราวการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นและสถานที่อื่นๆ สามารถตามไปกดไลค์หรือพูดคุยกันได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ From the outside in นะครับ

แล้วเจอกันอีกเร็วๆ นี้นะครับ

From the outside in