6 สถานที่ @Check in สุดชิค เที่ยวแบบไม่ซ้ำใครที่ Sendai

41,167

"Sendai" เพื่อนๆ คงเคยได้ยินชื่อเมืองเซนไดกันอยู่บ้างใช่มั้ยคะ เมืองนี้อยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 300 กิโลเมตรไปทางทิศเหนือ เมืองตั้งอยู่บนเกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ตัวเมืองตั้งอยู่ตรงใจกลางของภูมิภาคโทโฮะขุพอดี (โทโฮะขุก็คือภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั่นเองค่ะ) ที่นี่มีประชากรมากกว่าหนึ่งล้านคน เซนไดจัดว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านการเมืองและเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีความเป็นเมืองใหญ่ ทันสมัย แต่ก็มีธรรมชาติที่สวยงาม ผสมผสานลงตัวกันได้อย่างสมดุล มีแม่น้ำฮิโรเซะที่ไหลผ่านกลางเมืองเซนไดและเต็มไปด้วยต้นเคยะขิที่เขียวชอุ่มเป็นแนวตลอดสองฝากถนน ทำให้เซนไดได้สมญานามว่าเป็นเมืองแห่งต้นไม้

การเดินทางไปเซนไดจากโตเกียวนั้นไม่ยากเลยนะคะ เพื่อนๆ สามารถนั่งรถไฟชินคันเซนสายโทโฮะชุ (Tohoku) โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาทีเท่านั้นค่ะ สะดวกมากๆ เลยค่ะ1เมื่อมาถึงสนามบินนาริตะ แอดมินก็ได้ไปรับบัตร JR Pass ตามภาพด้านบนมาค่ะ มันเหมือนบัตรเบ่งเลยนะคะ เพราะว่าจากนี้ไปขึ้นรถไฟไม่ต้องซื้อตั๋วแล้วค่ะ เราแค่ยื่นบัตรนี้ให้เจ้าหน้าที่ดูเท่านั้น แล้วเราก็เดินผ่านเข้าไปในสถานีได้เลย ว้าวๆ ซึ่งบัตรจะระบุเอาไว้ว่าสามารถใช้ในการเดินทางแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้เป็นเวลา 5 วัน โดยวันที่ใช้นั้นไม่จำเป็นต้องต่อเนื่องกันนะคะ เช่นเราใช้วันที่ 1 มกรา ก็นับเป็น 1 วัน แล้วพอครั้งที่ 2 สมมุติว่าเราใช้ในวันที่ 3 มกรา ก็นับเป็นวันที่ 2 ค่ะ คือตอนแรกแอดมินเข้าใจผิดมาตลอดเลย นึกว่าพอเปิดใช้แล้ว ต้องใช้ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เห้อ...แอดมินนี่เชยจริงๆ คราวนี้เข้าใจถ่องแท้แล้วค่ะ 2อันดับแรกเมื่อได้ JR Pass ที่สนามบินนาริตะ เราก็นำมาใช้นั่งรถไฟด่วนเข้ามาที่โตเกียวได้เลย สายรถไฟที่ว่ามีชื่อว่า NEX ซึ่งรวมอยู่ใน JR Pass แล้ว หมายความว่าเราไม่ต้องซื้อตั๋วเช่นกันค่ะ ใช้ JR Pass ได้เลย ดีงามมากๆ ค่ะ รถไฟจากสนามบินนาริตะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็ถึงโตเกียวแล้ว จากนั้นเราก็เปลี่ยนไปขึ้นรถไฟหัวกระสุนชินคันเซนเพื่อมุ่งหน้าไปยังเซนไดต่อไปค่ะ

34ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ที่เว็บไซต์นะคะ > JR PASS - TOHOKU

เมื่อเรามาถึงเมืองเซนไดเราก็ไม่รอช้าออกเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ทันที เนื่องจากเซนไดกับเมืองรอบๆ นั้นอยู่ใกล้กันนิดเดียว สามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก ซึ่งในครั้งนี้แอดมินได้ทำการเช่ารถเพื่อเดินทางท่องเที่ยว เนื่องจากว่าเราไปกันหลายคน เมื่อคิดดูแล้วการหารค่ารถกันนั้นไม่แพงเลย แถมยังสามารถเดินทางซอกแซกไปได้อย่างที่เราต้องการอีกด้วย 301การขับรถในญี่ปุ่นนั้นก็ไม่ยากเนื่องจากขับรถด้านเดียวกับเมืองไทยและถ้าเราต้องการเดินทางไปยังที่ไหนก็สามารถตั้งค่าสถานที่ๆ ต้องการไปด้วยเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ของสถานที่ลงไปใน GPS ของรถ ซึ่งรถญี่ปุ่นมี GPS ทุกคันนะคะ จากนั้นก็ขับตามเส้นทางไปเลยค่ะ สิ่งที่เราต้องเตรียมคือการทำใบขับขี่สากลไปให้เรียบร้อยจากเมืองไทย ซึ่งติดต่อที่ขนส่ง เสียค่าธรรมเนียม 505 บาทเท่านั้นค่ะ (ข้อมูลเมื่อเมษายนปี 2016) เราตามกันไปดูดีกว่าค่ะว่าแอดมินและพรรคพวกขับรถซอกแซกไปท่องเที่ยวที่ไหนกันมาบ้าง

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ที่เว็บไซต์นะคะ > Nippon rent a car

Check in #1 ชมซากุระหลากหลายสายพันธุ์ที่ศาลเจ้า @Shiogama Shrineฤดูใบไม้ผลิช่วงเดือนเมษายนนั้นไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้เดินเล่นในวันที่อากาศเย็นสบายกำลังดีและชมซากุระอีกแล้ว อย่างที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นจุดที่คนนิยมมาชมซากุระกัน แอดมินขอรับรองว่าคนรักดอกไม้มาที่นี่แล้วไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะว่าทั้งในตัวศาลเจ้าเองหรือสองข้างทางที่เดินมาศาลเจ้านั้นเต็มไปด้วยซากุระหลากสายพันธุ์ ที่แข่งกันบานชูช่อรอให้ผู้คนมาชื่นชม105

101102103104ในวันที่แอดมินได้มีโอกาสไปที่วัดนี้ พอดีว่ามีการซ้อมการแสดงละครโนะอยู่พอดี เลยเป็นโอกาสดีในการเก็บภาพเป็นที่ระลึกพอดี

การเดินทาง : ถ้าหากขับรถไฟ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีจาก Sanriku Expressway Rifunaka IC หรือถ้าหากเดินทางด้วยรถไฟ ใช้รถไฟ JR Tohoku Main Line ลงที่สถานี Shiogama Station แล้วนั่งแท็กซี่ต่อมาประมาณ 5 นาที

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ที่เว็บไซต์นะคะ > Shiogama Shrine

Check in #2 ร้านคาเฟ่น่ารักๆ วิวสวยใจขาดกับซากุระผลิบานชูช่อที่ @Cafe Le Romanเป็นครั้งแรกที่มาเซนไดและเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับคาเฟ่ที่วิวสวยขนาดนี้ โอ๊ย...เนื้อเต้นกันทุกคน ทำไมวิวถึงได้สวยขนาดนี้ สวยแค่ไหนถามใจเธอดู ดูภาพสิคะ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมแอดมินเละเพื่อนๆ ต้องกรี๊ด!

คาเฟ่ที่ว่านี้มีชื่อว่า "Cafe Le Roman" (ロマン) เป็นคาเฟ่ชื่อดัง กาแฟอร่อย เค้กดีงาม วิวดีเริ่ดประเสริฐศรี ที่สำคัญ ตอนที่แอดมินได้ไป ซากุระกำลังบานเต็มที่จ้ะเธอจ๋า ฟูลบลูม สวยจนอยากขอผู้ชายที่ไม่รู้จักกันข้างๆ แต่งงาน คือว่าบรรยากาศมันมุ้งมิ้งกุ๊งกิ๊งมาก พอเห็นซากุระสีชมพูไปทั่วทุกที่ก็พาให้ใจกลายเป็นสีชมพูไปด้วยซะงั้น เกี่ยวมั้ยอ่ะ 555+

201

202

203204205206207การเดินทาง : ใช้รถไฟสาย Senseki Line ลงที่ Matsushimakaigan Station จากนั้นต่อแท็กซี่ไปประมาณ 10 นาที หรือถ้าใครอยากเดินเล่นกินลมชมวิว เดินไปก็ได้นะคะ ใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาทีค่ะ

เวลาเปิดร้าน : 10:00 น.Last order : 17:00 น.เฟสบุ๊คเพจ : Cafe Le Roman

Check in #3 กินเต้าหู้ ดูเจดีย์ห้าชั้น สักการะเจ้าแม่กวนอิมที่ @Jyouginyorai Saihouji Templeวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ มีความเชื่อว่าใครที่ไม่มีคู่ครอง ก็มาขอคู่ครองที่ดีที่วัดนี้ได้ ใครที่ไม่มีบุตร ก็มาไหว้พระขอพรให้ได้บุตรตามที่ต้องการที่วัดนี้ได้เช่นกัน ยังไม่จบค่ะ นอกจากนี้เขายังเชื่อกันอีกว่าถ้าคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ได้มีโอกาสมาไหว้พระขอพรที่นี่ พรจะช่วยคุ้มครองคุณแม่ให้คลอดลูกได้ง่ายอีกด้วยค่ะ โอ้โห...เรียกว่าขอได้ครบวงจรเลยนะคะ มิน่าล่ะ วันที่แอดมินไป มีคุณพ่อคุณแม่อุ้มเด็กเล็กๆ มาไหว้พระกันเต็มเลยค่ะ302บริเวณทางเดินก่อนเข้ามาในวัดก็มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง ไม่ได้มีร้านเยอะแยะมากมายแบบสถานที่ท่องเที่ยวแต่เป็นร้านชาวบ้านและแผงลอยสินค้าท้องถิ่นค่ะ304เจดีย์ห้าชั้นแห่งนี้ ดูเผินๆ ก็เหมือนเจดีย์ตามวัดอื่นๆ ทั่วๆ ไป แต่พอได้ทราบประวัติจากหลวงพี่ผู้ดูแลวัดก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นเจดีย์ที่น่าสนใจขึ้นมาทันที เนื่องจากเจดีย์นี้ถูกสร้างมาเป็นเวลา 800 กว่าปีแล้ว ใช้เป็นที่เก็บอัฐิของบุคคลสำคัญของเมือง ต่อมาเสียหายด้วยภัยธรรมชาติจึงสร้างขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยการให้เสาค้ำตรงกลางลอยอยู่ในอากาศ ไม่ได้ฝังเสาไว้ในดินแบบเสารับน้ำหนักอาคารทั่วๆ ไป หลวงพี่อธิบายว่าเสาจะลอยอยู่เหนือชั้นที่ 1 ทำให้ช่วยพยุงเจดีย์เอาไว้ไม่ให้ล้ม แม้ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อปีที่แล้ว (ปี 2015) เจดีย์ก็ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย จนทำให้บริษัทที่ทำการก่อสร้างอาคารมาขอทราบรายละเอียดในการก่อสร้างเจดีย์ห้าชั้นนี้ เพื่อนำไปปรับใช้กับการสร้างอาคารให้รับมือกับการเกิดแผ่นดินไหวได้ น่าทึ่งจริงๆ นะคะความรู้ความสามารถของคนโบราณ3031เมื่อเดินออกมาด้านนอก พบว่าร้านนี้มีลูกค้าเข้าเต็มร้าน พวกเราก็เลยสนใจเดินไปดูว่าเขาขายอะไรนะ จนได้ความว่า อ๋อ...เขาขายเต้าหู้ทอดนั่นเอง ร้านนี้มีชื่อร้านว่า Jyougi Toufu ก็เลยลองชิมกันสักหน่อยเพื่อให้ได้อรรถรสว่าการท่องเที่ยวจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อเราได้ลิ้มรสชาติอาหารท้องถิ่นนั่นเองค่ะ2

วิธีการกินก็คือเอาตะเกียบเจาะรูเต้าหูทอดที่ทอดมาใหม่ๆ เพิ่งขึ้นจากกระทะกันเลย พอเจาะเสร็จแล้ว ก็ใส่โชวยุไปตามที่ต้องการ เราเจาะรูก็เพื่อให้โชวยุเข้าไปในเต้าหู้ได้อย่างทั่วถึงนั่นเอง ใครที่ชอบรสเผ็ดก็สามารถโรยผงปรุงรสที่ทางร้านมีวางไว้ให้บนโต๊ะได้นะคะ

Check in #4 วาดตุ๊กตาโคเคฉิ ตัวเดียวในโลกในแบบของตัวเองที่ @Akiu Kougei no Satoที่นี่มีกิจกรรมสนุกๆ ให้เลือกทำ คือการวาดตุ๊กตาไม้โคเคฉิ สีที่วาดก็มีแค่ 2 สีคือดำและแดง โดยเราเลือกแบบของตุ๊กตาที่ต้องการวาด จากนั้นพนักงานก็จะมาอธิบายว่าหน้าตา ต้องวาดอย่างไร มีแบบให้เราเลือกและวาดตาม พนักงานกล่าวว่าตามปรกติแล้วตุ๊กตาแบบนี้เป็นตุ๊กตาโบราณ มีสืบทอดมาหลายร้อยปี เป็นของเล่นของเด็กๆ ที่ผู้ใหญ่เป็นผู้ทำให้ ความสวยของตุ๊กตาก็คือปากจะต้องเล็กๆ ผมก็เป็นทรงผมแบบโบราณ เสื้อผ้าก็วาดเป็นกิโมโน อย่างนี้เป็นต้นค่ะหรือถ้าหากเพื่อนๆ ต้องการที่จะวาดเป็นแบบของตนเองก็สามารถทำได้เช่นกันนะคะ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวค่ะ

401402403404405

การเดินทาง : ถ้าเดินทางจากจากสถานี JR Sendai ให้เดินออกทางออกทิศตะวันตก ไปยังจุดจอดรถบัสที่ 8 แล้วขึ้นรถบัสสาย AkiuOnsen / AkiuOtaki โดยลงที่ Akiu Onsen Yumoto แล้วเดินต่ออีก 20 นาทีหรือแท็กซี่ประมาณ 5 นาทีค่ะ

Check in #5 ให้อาหารหมาจิ้งจอกแบบประชิดที่ @Zao Fax Villageตื่นเต้นมากเลยกับการให้อาหารหมาจิ้งจอก แอดมินนี่นึกว่าหมาจิ้งจอกจะมีแต่อยู่ในป่า อั้ยยะ แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ เลี้ยงไว้เป็นฟาร์มค่ะคุ๊ณ!

ห่างจากเมืองเซนไดไปไม่เท่าไหร่ ที่เที่ยวแบบนี้ก็มีนะคะ ฟาร์มหมาจิ้งจอก แนะนำกิจกรรมสนุกๆ ให้อาหารหมาจิ้งจอกค่ะ เร้าใจดีน๊า อาหารที่โปรยให้เขากินก็เป็นอาหารเม็ด แต่มีลักษณะเป็นท่อนเล็กๆ ประมาณตะปูตัวเล็กๆ ค่ะ วิธีการก็คือเราเข้าไปในกระท่อมไม้แล้วก็โยนอาหารลงไปให้พวกหมาจิ้งจอกที่มารอกันด้านล่างหน้าสลอน ฉลาดมากเลยค่ะ แค่เห็นเราเดินเข้าไปในกระท่อม พวกเด็กๆ ก็มายืนรอ ส่งสายตาปิ๊งๆ ประมาณว่า โยนให้ฉันสิ ฉันน่ารัก โยนให้ฉันๆ 555+

501502503504

505506ที่นี่เค้าให้เราเข้าไปจับจิ้งจอกบางตัวได้ โดยต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ส่วนในกรงใหญ่ ไม่มีโซ่ล่าม หมาจิ้งจอกสามารถเดินได้ตามอำเภอใจ ส่วนพวกเราเดินไปตามทางที่มีป้ายบอก แปลกนะคะ หมาจิ้งจอกพวกนี้ไม่มีสักตัวที่มาห้อมล้อมคน ไม่ขู่ ไม่เห่าอะไรทั้งนั้น เชื่องมากๆ น่ารักดีค่ะ โดยเฉพาะเวลานอน ม้วนกลมเป็นโดนัทเร้ย น่าร้ากกก ^^

ที่ตั้ง : Kawarago-11-3 Fukuokayatsumiya Shiroishi-shi, Miyagi-ken 989-0733ค่าเข้าชม : คนละ 1,000 เยนเบอร์โทร : 0224-24-8812เว็บไซต์ : Zao Fox Village (มีภาษาอังกฤษค่ะ)

Check in #6 ช็อปปิ้งกันให้พังกันไปข้างที่ถนนช็อปปิ้งที่มีชื่อว่า @Clis Roadเมืองเซนได (Sendai) ก็มีถนนช็อปปิ้งนะคะ! ที่ๆ อยากจะแนะนำก็คือถนนช็อปปิ้งที่มีชื่อว่า "Clis Road" ค่ะ เดินไปนิดเดียวจากสถานีเซนไดเพียง 6 นาทีเท่านั้น ก็จะเจอถนนที่มีร้านค้าเรียงรายสองข้างทาง รอให้เราไปเสียเงินอีกเพี๊ยบบบบบบ เสียงต้องสูงนะคะ เพราะว่ามันมากจริงๆ ค่ะ ฮ่าๆ ทั้งร้านขายยา ร้านขายเสื้อผ้า ร้านอาหาร ร้านเกมส์ และร้านรับแลกเงิน (คือเงินไม่พอ ก็ไม่เป็นไร มีบริการให้เสียเงินต่อว่างั้น 555+)

602603605606

607ใครช็อปที่นี่ยังไม่สะใจ สามารถไปช็อปกันต่อได้ที่สถานีเซนได รอบสถานีนี่ห้างเพียบนะคะคุ๊ณ...เรียกว่าช็อปกันสติหลุด จิตกระเจิงกันเลยทีเดียว ช็อปจนบัตรเครดิตในมือต้องร้องขอชีวิต ฮ่าๆ เซนไดนี่เขาครบเครื่องมั่กๆ ไม่ว่าจะเที่ยวแบบธรรมชาติ วัฒนธรรมหรือตั้งหน้าตั้งตาจะมาช็อปปิ้ง มาที่นี่ที่เดียวรับรองไม่ผิดหวัง ครบรส ครบเครื่องมากๆ คร้า

ใครอยากทราบว่ามีร้านอะไรบ้างดูได้ที่ลิงค์นี้นะคะ > Clisroadยังไม่จบค่ะ มีรูปอาหารมาแถมให้อีก ฮ่าๆ อร่อยมากๆ กับร้านซูชิที่สถานีเซนได คือที่สถานีนี้เค้ามีถนนซูชิค่ะ มีร้านขายซูชิมาเรียงรายกันให้เราเลือกรับประทาน ดีงามมากๆ แอดมินก็เข้าไปลองอยู่ร้านนึง ที่เลือกร้านนี้เพราะว่าไม่มีคนรอ ห๊า...แต่ว่าพอเข้ามา อร่อยมากค่ะ อาหารทะเลสด ราคาก็สมเหตุผล ประทับใจมากๆ เลยค่ะ

608609610611612จากทริปนี้สรุปได้ว่าเมืองเซนไดนั้น เป็นเมืองที่มีครบทุกรูปแบบสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นท่องเที่ยววัฒนธรรม เที่ยวธรรมชาติ หรือการช็อปปิ้ง อย่าให้เมืองนี้ต้องรอเพื่อนๆ นะคะ หาโอกาสไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง แอดมินคิดว่าทุกคนจะต้องหลงรักเมืองนี้อย่างแน่นอนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถหาได้ที่เว็บไซต์นะคะ > Sendai

เรื่องและภาพโดย  JapanList  ลิสต์ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ในญี่ปุ่น