นาริตะสนุกกว่าที่คิด!! เที่ยวรอบๆ สนามบินนาริตะ “Narita Transit Program” กับพี่ม้าพาเที่ยวค่ะ!

40,427

วันนี้พี่ม้าขอพามาเที่ยวรอบๆ สนามบินนาริตะกับ “Narita Transit Program” ค่ะ

“Narita Transit Program” คืออะไร ไม่ต้องงงนะคะ  คือโปรแกรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อยในการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่แวะมาเปลี่ยนไฟลท์ที่สนามบินนาริตะ  ซึ่งมีเวลาท่องเที่ยวค่อนข้างจำกัดเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถจัดทริปท่องเที่ยวสั้นๆ ได้หรือ ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นระยะสั้น หรือผู้ที่พักใกล้กับสนามบินนาริตะ มาเที่ยวได้หมดค่ะ  ที่สำคัญเขามีบริการไกด์ทัวร์อาสาสมัครที่สามารถนำเที่ยวให้เราได้ด้วยนะคะ

หลายคนอาจจะเคยมาใช้บริการเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินนาริตะกันบ้างแล้ว ก็มีระยะเวลาในการรอเครื่องสั้นๆ ไอ้ครั้นจะให้เรารออยู่แต่ในสนามบินอย่างเดียว เดินเล่นแต่ในดิวตี้ฟรีก็คงจะน่าเบื่อแย่ แต่ถ้าให้นั่งรถไฟเข้าไปเที่ยวในเมืองโตเกียว ก็กลัวว่าจะกลับมาไม่ทันอีก ถ้าเกิดปัญหาแบบนี้แล้วล่ะก็ ทัวร์สั้นๆ อย่าง "Narita Transit Program" ถือว่าเหมาะมากๆ เลยค่ะ ถึงแม้ว่านาริตะจะเป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ใกล้สนามบิน มีประชากรในพื้นที่เพียง 130,000 คน แต่ก็มีหลายเมืองที่น่าสนใจรอบๆ สนามบินนาริตะอย่างเช่น เมืองชิบะยะมะ (Shibayama Town), เมืองทะกะ (Taka Town), เมืองซะกะเอะ (Sakae Town) หรือเมืองคันซะกิ (Kanzaki Town) ที่นี่มีอะไรให้พี่ม้าเที่ยวเยอะมากมายเลยนะคะ ไม่ต้องห่วงว่าจะน่าเบื่อ ม้ามาสำรวจได้ 3 วันแล้ว ยังเที่ยวไม่หมดเลยค่ะ ไปดูกันดีกว่า ว่าจะเที่ยวแถวนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง

counter-narita-transit-program1

เคาน์เตอร์ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับ “ Narita Transit Program” ซุ้มสีชมพู หาง่ายคะ หากหาไม่เจอสามารถถามประชาสัมพันธ์สนามบินได้เลยนะคะ

counter-narita-transit-program2

ที่เคาน์เตอร์เจ้าหน้าที่พร้อมให้บริการเป็นอย่างดี เจ้าหน้าที่พูดภาษาอังกฤษได้ สบายหายห่วงค่ะ ถ้าใครกังวลเรื่องไปเที่ยวแล้วจะตกเครื่อง ไม่ต้องห่วงนะคะเพราะว่าเคาน์เตอร์เขามีเวลาที่ให้บริการอย่างชัดเจนคือจะเปิดรับทัวร์กลุ่มใหม่ในเวลา 9:00 – 12:00 น. ซึ่งทัวร์ที่ว่านี้มีไกด์นำเที่ยวให้บริการและทุกกลุ่มจะกลับมาก่อนเวลา 14:00 น. ค่ะ

ขั้นตอนการใช้บริการ Narita Transit Program

เมื่อออกจากด่านตรวจคนเข้าเมือง สามารถมองหาเคาน์เตอร์ให้บริการซึ่งจะเป็นเคาน์เตอร์สีชมพู มองเห็นเด่นชัด มีอยู่ทั้งที่ Terminal 1 และ Terminal 2 ตามจุดต่างๆ ดังนี้นะคะ

Terminal 1 จาก International Arrival Lobby เคาน์เตอร์อยู่ใกล้กับ  Central Exit

Terminal 2 จาก International Arrival Lobby  เคาน์เตอร์อยู่ใกล้กับ  Exit A

เรื่องที่แอบน่ารักก็คือเขามีของที่ระลึกสำหรับแจกนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์นี้เลยค่ะ > Narita Transit Program Website

พี่ม้าจะขอพาไปดูรายละเอียดแต่ละคอร์สกันเลยนะคะ สำหรับคอร์สระยะสั้นใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมีไกด์อาสาสมัครคอยช่วยนำทางเราไม่ต้องกลัวหลงทางเลยนะคะ เที่ยวได้แบบสบายใจเลยค่ะ

คอร์สท่องเที่ยวแบบที่ 1 (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)

วัด Shinsho-ji และ ถนนร้านค้า Narita san ใช้เวลาสำหรับคอร์สท่องเที่ยวนี้เพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ชมวัดที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่กว่า 1,000 ปี ด้วยบรรยากาศแสนสงบ และสวนญี่ปุ่นด้านหลังวัด นอกจากนี้ที่ถนน Narita san ยังมีอาหารขึ้นชื่ออย่างข้าวหน้าปลาไหล อีกด้วยคะ ร้านที่พี่ม้าแวะไปชิมมามีชื่อร้านว่าฮิคะตะยะ ( ひかたや 第二支店,  Hikataya) อาหารแนะนำก็คือข้าวหน้าปลาไหลที่มีรสหวานกำลังดี เนื้อปลาไหลนุ่มมากๆ ค่ะ ร้านนี้มีชื่อเสียงในหมู่คนญี่ปุ่นที่นี่ เป็นร้านเก่าแก่ของย่านนี้เลยค่ะ

shinshoji1

อันดับแรกก็แวะเดินเล่นที่วัด Shinsho ji ก่อนเลยค่ะ ถ้ามาเที่ยวช่วงเช้าๆ ที่นี่จะไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ แล้วพอสายหน่อยก็แวะไปเดินเล่นที่ถนน Narita san ค่ะ

shinshoji2

คุณลุงไกด์อาสาสมัคร พาเดินเล่นภายในวัด นอกจากข้อมูลการท่องเที่ยวที่คุณลุงเล่าให้เราฟังแบบรู้ลึกรู้จริงแล้ว ใครที่อยากฝึกภาษาญี่ปุ่นก็ลองมาได้นะคะ ถือว่าได้เที่ยวด้วย ได้ฝึกภาษาไปในตัวค่ะ

eel1

ข้าวหน้าปลาไหล รสชาติกลมกล่อม หอมนุ่มอร่อยมากค่ะ ไม่ต้องกลัวมีก้างเลยนะคะ ก้างกับเนื้อปลากลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว

eel2

ร้านปลาไหล  Hikataya ร้านเก่าแก่ดั้งเดิมของนาริตะเลยค่ะ

พิกัดร้าน

ร้านหาง่ายมากๆ นั่งรถไฟ Keisei Line ลงสถานี นาริตะ จากนั้น หาทางออกที่เขียนว่า Entrance to Omotesando เดิน ประมาณ 7 นาทีถึงเลย เป็นเส้นทางเดียวกับทางไปวัด Shinshoji ค่ะ

ที่อยู่ร้าน ข้าวหน้าปลาไหล  Hikataya  〒286-0033 千葉県成田市花崎町538

amataroyaki1

รับประทานของคาวแล้วก็ต้องมารับประทานของหวานกันต่อคะ พี่ม้าขออาสาพาไปยังร้านขายแป้งไส้ถั่วแดง แป้งให้ความรู้สึกเหมือนขนมแพนเค้กเลยค่ะ ที่นี่เขาเรียกขนมนี้ว่า Amataroyaki ร้านขนมมีชื่อว่า  "Kintoki no Amatarou" พี่ม้าได้ลองกินทั้ง 2 ไส้ ทั้งถั่วแดงและถั่วขาว ไม่หวานเกินไป ไส้ถั่วเต็มคำ กรอบนอกนุ่มใน  อร่อยมากค่ะ  ใครมาถึงนี่ต้องแวะมารับประทานให้ได้เลยนะคะ

amataroyaki2

ไส้ถั่วขาว เนื้อถั่วเต็มๆ คำ หวานกำลังดีค่ะ

amataroyaki3

ใครชอบรับประทานถั่วแดงก็อย่าลืมนะคะ ที่นี่พลาดไม่ได้

และถ้าหากยังมีเวลาเหลือ พี่ม้าอยากให้มาลองใส่กิโมโนเดินเล่นที่นี่ค่ะ

kimono1

หน้าร้านให้เช่ากิโมโนมีชื่อว่า "Machikado Fureaikan Kimono"  ค่ะ

kimono3

ถึงแม้ค่าเช่าจะถูกมาก แต่ไม่ต้องกลัว ชุดสวย สะอาดและใหม่มากค่ะ

kimono2

ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับอาสาสมัครพาเที่ยวหน่อยนะคะ พี่ม้าเลือกสวมกิโมโนสีน้ำเงิน ส่วนผู้หญิงด้านซ้ายพี่ม้านั้น ท้องอยู่ค่ะ แต่ก็สามารถใส่กิโมโนได้เหมือนกัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ใครอยากลองมาใส่กิโมโนเล่นๆ ค่าเช่าชุดไม่แพงเลย แค่ 500 เยนเท่านั้น ที่ "Machikado Fureaikan"

การเดินทาง นั่งรถไฟ Keisei Line มาลงที่สถานีนาริตะ (ประมาณ10 นาที) หาทางออกที่จะไปวัด Shinshoji Temple  (เดินต่ออีกประมาณ10 นาที)

เปิดให้บริการ เฉพาะวัน พุธ พฤหัส ศุกร์

สามารถใช้บริการในวันที่เราต้องการได้ แต่ต้องทำการจองล่วงหน้า 1 อาทิตย์นะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ > Http://hospitality-narita.org

ก่อนกลับขอแวะจิบกาแฟที่ Houei ร้านกาแฟเยื้องๆ กับทางเข้าวัด Shinsho-ji  กาแฟหอมๆ ม้าแนะนำว่าคอกาแฟไม่ควรพลาดร้านนี้จริงๆ ค่ะ

coffee1

coffee2

คอร์สท่องเที่ยวแบบที่ 2 (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)

วันนี้พี่ม้าขอพาไปลองรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพตามแบบฉบับญี่ปุ่น ผักสดๆ ที่ร้านนี้ส่งตรงมาจากไร่เลยนะคะ ร้านอาหารชื่อฟุวะริ  (Fuwari)  จากนั้นเที่ยวต่อที่ Shibayama town พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์การบิน (Museum of Aeronautical Sciences) ที่ภายในจัดแสดงเครื่องบินหลากหลายรูปแบบ และมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำทั้งเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

aeromuseum2

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์การบิน (Museum of Aeronautical Sciences)

ค่าเข้าชม: 500 เยน

เวลาเปิด-ปิด: 10:00-17:00 (เข้าชมก่อน16:30)

วันปิดทำการ: ทุกวันจันทร์ (หากวันจันทร์เป็นวันหยุดราชาการจะปิดในวันถัดไป) และวันที่ 29 -31 ธันวาคม

เปิดทำการในเดือนสิงหาคมตลอดทั้งเดือน คอร์สท่องเที่ยวนี้สามารถปรับเปลี่ยน ตามความต้องการได้นะคะ เช่น ช่วงฤดูเก็บสตอร์เบอร์รี่ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นไปเก็บสตอร์เบอร์รี่ได้ค่ะ

aeromuseum1

หลังจากเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์เสร็จแล้วก็ขอแวะขึ้นไปนั่งจิบกาแฟข้างบนดาดฟ้า ดูวิวเครื่องบินกันหน่อยค่ะ

หลังจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว ก็ต้องแวะไปรับประทานอาหารใกล้ๆ ที่  Fu-wa-ri   ร้านอาหารที่ส่งตรงผักสดๆ จากไร่ พร้อมกรรมวิธีการทำ แบบคุณแม่ชาวญี่ปุ่นเลย ค่ะ พิถีพิถัน สด สะอาด ที่สำคัญคือ ดีต่อสุขภาพมากๆ ค่ะ

fuwari1

อาหารที่นี่เป็นแบบบุฟเฟ่ต์นะคะ

fuwari2

ดีต่อสุขภาพมากๆ ค่ะ พี่ม้าขอการันตี มะเขือเทศญี่ปุ่น นี่ก็หวานมากๆ ใครไม่ชอบมะเขือเทศ ถ้าได้มาลองกินมะเขือเทศที่ญี่ปุ่นสักครั้งแล้วจะติดใจค่ะ

fuwari3fuwari4

คอร์สท่องเที่ยวแบบที่ 3 (ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง)

สัมผัสความเงียบสงบแบบฉบับต้นตำรับญี่ปุ่น ชมทุ่งนาเขียวขจี  ดอกไฮเดรนเยีย เช่าจักรยาน และวัด Nichihon-ji

อีกหนึ่งกิจกรรมน่าสนุกของคนชอบสำรวจก็คือการได้เดินชมเมือง ชมวิถีชีวิตของผู้คน ซึ่งระยะทางไกลๆ จะเดินไปก็เมื่อยขาเอาการอยู่เหมือนกันนะคะ ดังนั้นพี่ม้าว่าการเช่าจักรยานแล้วปั่นเล่น กินลมชมวิวไปเรื่อยๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนุกนะคะ

ที่เมืองทะโกะ ( Tako Town)  อีกหนึ่งเมืองเล็กๆ น่ารักในจังหวัดชิบะ ที่นี่เขามีจักรยานไฟฟ้าให้ยืมฟรีๆ ด้วยนะคะ เราสามารถปั่นเล่นรอบๆ เมืองได้อย่างสบาย ไม่ต้องเมื่อยขาในการเดินชมเมืองแบบฟรีๆ  ใครที่สนใจสามารถทำการลงทะเบียนยืมจักรยานไฟฟ้าได้ที่ร้านมิจิ โนะ เอกิ (Michi no eki)  ซึ่งเป็นร้านขายของที่ระลึกในท้องถิ่น มีทั้งอาหาร ขนม หรือของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อของท้องถิ่นนั้นๆ

รถจักรยานที่ว่านี้เขาให้เรายืมใช้ได้แบบฟรีๆ ตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2017 เลยค่ะ หลังจากนั้นก็เป็นการเช่าแบบมีค่าใช้จ่ายนะคะ

bicycle1

จักรยานไฟฟ้าปั่นสบาย ไม่เมื่อยแน่นอนค่ะ

bicycle2

อย่าลืมพก พาสปอร์ต ไปด้วยนะคะเพราะว่าต้องใช้ในการลงทะเบียนยืมจักรยานค่ะ

มาเที่ยวกันต่อที่วัด Nichihon-ji ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ โดยสมัยก่อนนั้นเป็น มหาวิทยาลัยสงฆ์ มาไหว้พระขอพรกันได้นะคะ

nishihonji1


nishihonji2

จะเลือกไปเดินเล่นที่ เมืองเอโดะ แต่งตัวคอร์สเพลย์เป็นนินจาหรือซามูไรก็ได้ค่ะ

ที่จังหวัด ชิบะ Boso No Mura Sakae Town เดินเล่นย้อนยุคไป 150 ปีที่แล้ว เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ซึ่งมีอาคารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เช่นบ้านซามูไร บ้านชาวนา  นอกจากเยี่ยมชมบ้านเเบบดั้งเดิมแล้ว ยังสามารถ ทำกิจกรรมภายในเช่น ทำที่รองแก้วเสื่อทาทามิ ทำกังหันญี่ปุ่น สามารถเพลิดเพลินได้ทุกวัยจริงๆ คะ

boso-no-mura-sakae-town1

วันที่พี่ม้าไปมีการจัดงานประกวดคอสเพลย์  ไม่ใช่มีแต่เด็กๆ นะคะ ผู้ใหญ่ก็สนุกได้ค่ะ

boso-no-mura-sakae-town-2

เยี่ยมชมเมืองสมัยเอโดะ และยังสามารถแต่งตัวคอสเพลย์ สนุกไปกับที่นี่ด้วยค่ะ

boso-no-mura-sakae-town-3

นอกจากได้เดินเล่นดูหมู่บ้านเก่าแล้ว วันนี้ก็ได้มีโอกาสดูการทำโมจิด้วย (การสาธิตการทำโมจิไม่ได้มีแสดงทุกวันนะคะ) รวมถึงได้ทำกิจกรรมสนุกๆ หลากหลายภายในหมู่บ้านด้วยค่ะ

ค่าเข้าชม 300 เยน

มาดูกันที่ ทัวร์แบบไม่มีไกด์อาสาสมัครบ้างค่ะ

ทัวร์ของเมืองคันซะกิเป็นทัวร์แบบเช่าแท็กซี่ให้พาเราเที่ยว "Kozaki Town" เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องของหมักดอง ไม่ว่าจะเป็นเหล้าสาเก นัตโตะ โชยุ หรือมีกระทั่งน้ำปลาค่ะ

Shisui premium outlets

เดินทางสะดวกมากคะ จากสนามบินนาริตะ เพียง 15 นาที(โดยสารด้วยรถบัส ) นอกจากร้านแบรนด์สุดฮิต ลดราคาสำหรับนักท่องเที่ยวที่แสดงพาส์ปอร์ตแล้วยัง มีร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายเลยคะ สนุกได้ทุกเพศทุกวัยค่ะ

เวลาเปิด 10.00-20.00

เว็บไซต์ > www.premiumoutlets.co.jp/shisui

outlet1

outlet2

โรงเหล้าสาเก Nabedana Sake Brewery Inc.

สำหรับโรงงานเหล้าสาเกแห่งนี้ หากต้องการเข้าชมต้องทำการจองล่วงหน้านะคะ

sake1

ชมขั้นตอนการทำสาเกนอกจากนั้นที่ขาดไม่ได้เลยคะคือการ ชิมสาเก โรงเหล้าสาเกแห่งนี้ผลิตสาเกมาตั้งแต่สัมยเอโดะ ปี 1689  อยู่ห่างจากสนามบินนาริตะเพียง 15 นาที จะได้ชิมตั้งแต่ สาเกที่มีรสชาติหวานเหมือนน้ำผลไม้ ไปจนถึง สาเกที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง หากอยากจะซื้อกลับไปเป็นของฝากก็สามารถซื้อได้ที่นี่เลยค่ะ

sake2

เจ้าหน้าที่อธิบายวิธีการหมักสาเกแบบดั้งเดิม

sake3

นอกจากชมทัวร์วิธีการหมักสาเกแล้ว ยังได้ชิมสาเกด้วยค่ะ

ท้ายสุดแล้วพี่ม้าขอฝากบอก ของฝากที่น่าประทับใจจากโปรแกรมนี้มากๆ  นั่นก็คือ  Goshuin ค่ะ

เป็นเหมือนสมุกพก สะสมว่าเราไปเยือนที่ไหนมาบ้างคะ  ซึ่งจะได้จากวัดที่เราไปเยือนคะ (แต่ละแห่ง จะคิดค่าใช้จ่ายในราคาที่แตกต่างกันนะคะ )

goshuin1

สมุดสะสมตราประทับ Goshuin จาก Narita Transit Program tour ค่ะ

goshuin2

เจ้าอาวาสจากวัด นิจิฮอนจิ เป็นผู้ประทับตราให้ด้วยนะคะ

goshuin3

นอกจากความประทับใจในสถานที่แล้ว ยังเก็บคำอวยพรไว้ได้อีกค่ะ อันนี้ของพี่ม้าเขียนว่า ให้มีความสุขตลอดไปค่ะ

goshuin4

แวะไปขอตราประทับอีกที่ ที่ วัด Shinsho-ji

มาเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้า อย่าลืมแวะเที่ยวเมืองรอบๆ สนามบินนาริตะนะคะ ที่นี่ไม่ได้มีแค่สนามบินนาริตะแต่ยังมีอีกหลายเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจค่ะ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จากลิงค์ด้านล่างนี้นะคะ

เว็บไซต์ > Narita transit program (มีภาษาอังกฤษค่ะ )

เฟสบุ๊ค > Narita Transit Program Facebook

japanendlessdiscovery%e3%83%ad%e3%82%b4 tokyo-around-tokyo%e3%83%ad%e3%82%b4