Kyoto Koyo เที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสีใน Kyoto ตอนที่1 (Arashiyama)

15,962

ต้นเดือนกันยายนเริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูที่มีสีสันที่สุดในญี่ปุ่น หากใครกำลังจะไปเที่ยว Kyoto ช่วงกลางๆถึงปลายเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วง peak ของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีน่าจะเริ่มวางแผนเอาไว้ได้แล้ว และวันนี้เราจะพาไปรีวิวสถานที่สำคัญสำคัญในการชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ Kyoto กัน อาจจะไม่ครบถ้วนกระบวนความเลือกเฉพาะที่ห้ามพลาด แต่ยังไงก็ตาม คงใช้เวลาหลายวันกว่าจะเที่ยวชมได้ทั้งหมด เรามาดูกันไปเป็นโซนๆกันเลยดีกว่า

Colorful Maple Leaves in Autumn
เริ่มจากโซนแรก โซนที่อยู่ไปทางตะวันตกห่างไกลจากใจกลาง Kyoto ซะหน่อย แต่เป็นโซนทีมีธรรมชาติสมบูรณ์มากนั่นคือแถบ Arashiyama ว่ากันว่าแถบนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงมากมาตั้งแต่สมัย Heian ตั้งแต่พันกว่าปีที่แล้วและยังเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลายในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นช่วงซากุระเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิหรือในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี02IMG_3390
สำหรับการเดินทางแบบง่ายที่สุด เริ่มต้นที่สถานี Kyoto ให้นั่งรถไฟ JR สาย Sakno ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาทีแล้วลงที่สถานี Saga-Arashiyama หลังจากนั้นเดินเท้าต่อราว 10 นาทีก็จะถึง Arashiyama จุดหมายแรกของเราคือสะพาน Togetsukyo หรือแปลเป็นชื่อไทยว่าสะพานผ่านจันทรา (ลิเกมว่าก...) Togetsukyo ที่ข้ามแม่น้ำ Katsura (Katsura-gawa) เป็นสะพานโบราณที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัย Heian มีถูกเผาจากสงครามบ้างผุพังบ้างตามกาลเวลา ดังนั้นเวอร์ชั่นที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นสะพานที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 193003IMG_3394
ทิวทัศน์ที่สวยงามหลากสีสันในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจากภูเขา Arashiyama ผนวกกับน้ำจากท้องน้ำของแม่น้ำ Katsura และตัวสถาปัตยกรรมที่สวยงามของสะพาน Togetsukyo เป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านคนต่อปีไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนๆและนอกจากที่เราจะได้เดินชมความงามกันอยู่ด้านบนแล้วเรายังสามารถล่องเรือในแม่น้ำ Katsura ได้อีกด้วย04IMG_3019
เดินชมสะพานเสร็จ เราข้ามแม่น้ำแล้วเดินต่อไปอีกราวห้านาทีจะเจอวัด Tenryu-ji วัดที่ถือว่ามีความสำคัญ เป็นหนึ่งในห้าของวัดพุทธนิกายเซ็นที่สำคัญมากใน Kyoto นอกจากนี้ยังเป็นวัดที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมขององค์การ UNESCO แล้ว วัดนี้ยังเป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งใน Kyoto อีกด้วยKyoto, Japan - November 18 2013: Tenryu-ji temple famous for its
Tenryu-ji นั้นสร้างขึ้นในราวปี ค.ศ.1339 อย่างที่บอกไปว่าที่นี่เป็นแหล่งชมใบไม้เปลี่ยนสีเพราะที่นี่มีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่เราสามารถเดินเข้าไปชมความงามของธรรมชาติสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตย์ได้ ตามทางเดินที่จัดไว้ให้ในสวนที่มีขนาดกว้างขวาง  สำหรับค่าเข้าชมมีอัตราอยู่ที่ท่านละ 500 เยน06IMG_3312
เดินชมความงามของใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด Tenryu-ji เสร็จแล้ว ป่าไผ่ที่โด่งดังที่สุดของ Kyoto ก็อยู่ด้านข้างวัดนั่นเอง Chikurin-no-Michi คือทางเดินลอดป่าไผ่ที่มีความยาวราว 100 เมตร ซึ่งความจริงเป็นทางเดินที่มีจุดเริ่มต้นที่ศาลเจ้า Nonomiya-Jingu ที่ป่าไผ่นี่ควรจะไปช่วงเช้ามากๆ เพราะเราจะสามารถสัมผัสถึงความสงบร่มเย็น แสงละมุนของพระอาทิตย์ที่ส่องทะลุยอดไผ่นับพันและเสียงเบาๆของลมทีเสียดสีกับใบไผ่ โดยสรุป เป็นที่น่าเจริญภาวนะยิ่งนักในตอนเช้า แต่ถ้าหากไปสายเอาแค่แปดโมงครึ่งก็พอ อย่าได้ถามหาถึงความสงบกันChikurin-no-Michi (Bamboo Grove) at Arashiyama in Kyoto
เมื่อเดินทะลุป่าไผ่ออกไป เลี้ยวขวาเดินลงไปตามทางลาดลงไปเรื่อยๆจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวาอีกครั้ง เราจะเจอสถานีรถไฟปลายทางของรถไฟสายโรแมนติก Saga Scenic Railway รถไฟสายนี้มีต้นทางอยู่ข้างๆสถานี Saga-Arashiyama มีข้อมูลว่าทิวทัศน์ของธรรมชาติงดงามตลอดสายและจะยิ่งงามสุดเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เสียดายอยู่ว่าคนเขียนเองก็ยังไม่เคยนั่งลงมา ดังนั้นจึงไม่สามารถนั่งเทียนเขียนบรรยายความงดงามตามธรรมชาติได้08IMG_3370
เอาล่ะเราพาท่านท่อง Arashiyama ผ่านไปแล้ว โปรดเตรียมตัวพบกับสถานที่ชมความงดงามของฤดูใบไม้เปลี่ยนสีใน Kyoto กันต่อในตอนที่สองเร็วๆนี้ครับ

from-the-outside-in