Kyoto Koyo เที่ยวฤดูใบไม้เปลี่ยนสีใน Kyoto ตอนที่2 (Higashiyama ตอนเหนือ)

4,347

Kyoto มีสถานที่ให้ชมใบไม้เปลี่ยนสีเยอะมาก ในบรรดาพื้นที่เหล่านั้นส่วนใหญ่ก็อุดมไปด้วยวัดและศาลเจ้าซึ่งส่วนใหญ่ก็จะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทั้งสิ้น บริเวณ Higashiyama นั้นก็เป็นบรเวณที่กว้างขวาง มีวัดและศาลเจ้าที่เป็นจุดชมใบไม้แดงที่สวยงามและเป็นที่นิยมอยู่เหมือนกัน ด้วยความกว้างใหญ่และมีสถานที่ในการชมใบไม้เปลี่ยนสีค่อนข้างเยอะ จึงเกิดการแบ่งโซนนิ่งของ Higashiyama เอาไว้เป็นสองโซนคือ Higashiyama ทางตอนเหนือและ Higashiyama ตอนใต้

เรามาเริ่มกันที่เหนือสุดของ Higashiyama ตอนเหนือกันก่อนกับวัด Ginkaku-ji หรือที่เรียกกันว่าวักพลับพลาเงินในภาษาไทย สำหรับการเดินทางที่สะดวกที่สุดน่าจะเป็นการนั่งรถประจำทางสาย 5, 17 หรือ 100 จากสถานี Kyoto ค่าโดยสาร 230 เยน ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ต้นทางราว 35-40 นอกจากจะเป็นการเดินทางที่สะดวกมาแล้ว ยังเป็นการเดินทางแบบแน่นจัดยัดทะนานแทบจะสิงร่างเป็นเมียผัวกันเลยทีเดียวในฤดูการท่องเที่ยวที่ peak สุดๆ

Kyoto, Japan - November 20 2013: Ginkaku-ji is a Zen temple offi

Ashikaga Yoshimasa มีดำริให้สร้าง Ginkaku-ji ขึ้นในปีค.. 1482 เพื่อหวังจะให้เป็นที่พักพิงอันสงบสุขในช่วงสุดท้ายของชีวิตหลังจากเกษียณอายุจากการเป็นโชกุนคนที่ 8 ในตระกูล Ashikaga ตัว Ginkaku-ji นั้นถอดแบบมาจากวัดพลับพลาไชยเอ้ย!!! วัดพลับพลาทอง หรือ Kinkaku-ji ซึ่งสร้างโดย Ashikaga Yoshimitsu โชกุนคุณปู่ของ Yoshimasa และหลังจากการอสัญกรรมของ Yoshimasa ที่แห่งนี้ก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นวัดนิกาย Zen ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Kyoto, Japan - November 20 2013: Chisen-kaiyushiki is a Pond-str

คงจะมีคนสงสัยว่าทำไมวัดพลับพลาเงินถึงไม่ได้มีสีเงินเหมือนวัดพลับพลาทองที่มีสีทอง ถึงขั้นมีเรื่องเล่าลือกันไปว่า Yoshimasa ถังแตกไม่มีตังค์มาหุ้มเงิน ถ้าจะว่ากันตามจริงการตั้งชื่อ Ginkaku-ji เหมือนจะเป็นการจงใจให้เป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้คู่กันกับ Kinkaku-ji ซะมากกว่า ดังนั้น เรื่องหุ้มเงินหรือไม่ได้หุ้มเงินก็ไม่น่านำมาเป็นสาระมากนักนอกจากสถาปัตยกรรมหลักๆแล้ว ที่นี่ยังมีสวนให้เดินโดยรอบ มีอาณาบริเวณกว้างพอสมควรและจะสวยงามมากในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เปิดทุกวันตั้งแต่ แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นไม่มีวันหยุด จะปิดเปิดเร็วขึ้นครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีค่าเข้าชม 500 เยน

ออกจากวัด Ginkaku-ji เราจะเดินลงมาผ่านเส้นทางสายปรัชญาราว 10 นาทีก็จะมาถึงวัดสำคัญอีกวัดหนึ่งใน Kyoto นั่นคือวัด Eikan-do Zenrin-ji เรียกกันสั้นๆและเป็นทางการว่า Zenrin-ji เฉยๆ คาดว่าที่ดินของวัดได้รับการบริจาคจากขุนนางใหญ่ในสมัย Heian และถูกปรับปรุงให้เป็นเขตสังฆาวาสในเวลาต่อมา

03img_0990

นอกจากที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางห้ามญาติที่มีลักษณะเด่นกว่าที่ไหนในโลกคือ เป็นองค์พระที่หันพระพักตร์ไปด้านข้างแล้ว ตัววัดเองก็มีสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมที่สวยงามพร้อมทั้งสวนญี่ปุ่นที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลที่หลั่งไหลมาชื่นชมความงามของธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย ค่าเข้าชม 600 เยนในฤดูทั่วไปและจะสูงขึ้นเป็น 1000 เยน ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี

04img_1000

ถ้ายังไม่อิ่มเอมกับความงามตามท้องเรื่องในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่หมายต่อไปคือวัด Nanzen-ji ที่ใช้เวลาเดินจากวัด Zenrin-ji ไม่เกินสิบนาที วัด Nanzen-ji นั้นถือเป็นวัดใหญ่ที่มีวัดเล็กๆอยู่ในอาณาบริเวณ วัดเล็กวัดน้อยเหลานี้เองที่เป็นที่ใช้ชมความงามตามธรรมชาติในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี วัดที่เด่นๆที่ใช้ชมใบไม้แดงอย่างเช่น วัด Kochi-in และวัด Tenjuan สองวัดนี้เสียค่าเข้าชมที่ละ 400 เยน ขณะวัดใหญ่อย่าง Nanzen-ji เองก็มีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยหากย่างเท้าเข้าวัด สิ่งแรกที่สะดุดตามากที่สุดคือ Sanmon ประตูไม้ขนาดใหญ่ ที่อนุญาตให้คนขึ้นไปเดินขยชั้นสองของประตูได้ด้วย

Kyoto, Japan - October 23 2014: Sanmon Gate at Nanzen-ji temple

นอกจากนี้ยังมีคลองส่งน้ำลอยฟ้าเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่สมัย Edo ที่เป็นระบบประปาที่ลำเลียงน้ำสะอาดมาจากทะเลสาบ Biwa ในจังหวัด Shiga ที่ตั้งอยู่ข้างๆของจังหวัด Kyoto อีกด้วย ได้เห็นคลองส่งน้ำนี้แล้วนึกไปถึงคลองส่งน้าลอยฟ้าของโรมันโบราณกันเลยทีเดียว

Kyoto, Japan - October 23 2014: Aqueduct passes through Nanzenji

แถมท้ายทริปกันอีกเล็กน้อย เผื่อมีเวลาเหลือ เมื่อเดินออกจากวัด Nanzen-ji ระหว่างทางไปสถานีรถไฟใต้ดิน Keage Station จะมีรางสำหรับรถรางสายเก่าที่ปัจจุบันไม่ได้ใช้แล้ว ที่แห่งนี้ชื่อว่า Keage Incline ในปัจจุบัน เป็นเส้นทางที่ผู้คนใช้เดินชม Sakura ในฤดูใบไม้ผลิและยังเป็นที่เดินชมธรรมชาติในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอีกด้วย

07img_0897

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ถ้าใช้เวลาที่ละ 2-3 ชั่วโมงแบบไม่เร่งรีบก็น่าจะสามารถเก็บความประทับใจจากความงดงามของสถาปัตยกรรมและสีสันแห่งธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่ม ส่วนคราวหน้าจะไปดูใบไม้แดงที่ไหนอีก โปรดติดตามครับ

from-the-outside-in