สาเกไม่ได้เป็นแค่เหล้าในสายตาของคนญี่ปุ่น!

8,866

เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “สาเก” กันมาบ้าง ซึ่งก็หมายความถึง “เหล้าที่ทำมาจากข้าวของญี่ปุ่น” นั่นเอง ในภาษาญี่ปุ่นใช้ตัวอักษร 酒อ่านว่า ซะ-เกะ สื่อถึงคำว่าสุราในภาษาญี่ปุ่น คนไทยก็เพี้ยนเสียงมานิดหน่อย เพื่อนๆ ทราบหรือไม่คะว่าสาเกนั้นอยู่ในวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลายาวนานและสาเกมีประโยชน์มากกว่าที่เราคิด

5cb4554e91f0ff806553c489966605c8_m

สาเกมีความสำคัญและอยู่ในวิถีชีวิตของคนญี่ปุ่นมาช้านาน จนถึงขนาดที่มีพิพิธภัณฑ์สาเกกันเลยทีเดียว นั่นคือ “พิพิธภัณฑ์สาเกคิคุมาสะมูเนะ” (Kiku-Masamune Sake Brewery Museum) ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบ ที่นี่เป็นโรงสาเกชั้นดี ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน การได้มาเที่ยวชมสักครั้ง นับว่าเป็นโอกาสที่ดี

kiku08

เริ่มต้นจากบริเวณด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ที่มีเครื่องขัดสีข้าว กังหันน้ำ บ่อน้ำแบบญี่ปุ่น อ่างไม้และไม้พาย สิ่งของเหล่านี้และบรรยากาศทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายในอดีตที่มีผู้คนมากมายใช้ชีวิตอยู่ในโรงสาเกแห่งนี้

kiku23

พอเดินเข้ามาด้านในก็จะพบกับห้องจัดแสดงสาเก มีการจำลองร้านค้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บสาเก ถัดเข้ามาที่ห้องโถงกลางเป็นส่วนจัดแสดงประวัติและต้นกำเนิดสาเกรวมไปถึงขั้นตอนการทำสาเกอย่างละเอียด นอกจากเราจะได้รู้ข้อมูลการทำสาเกที่น่าสนใจแล้วในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้แนวคิดและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้นอีกด้วย

kiku01

ข้อมูลในพิพิธภัณฑ์ทำให้ทราบว่าการทำสาเกนั้นนอกจากจะต้องใช้ประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานแล้ว ยังต้องใช้เวลาและความอดทนอีกด้วย จึงจะได้สาเกชั้นดีที่เลอค่า ขั้นตอนการทำสาเกแบบดั้งเดิมเรียกว่า “คิโมโตะ ซุคิริ” (Kimoto Zukiri) เริ่มต้นจากการผสมข้าวมอลต์และน้ำบริสุทธิ์ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องแม่นยำทั้งปริมาณของข้าวและน้ำ  นวดให้เข้ากันด้วยอุณหภูมิที่ต่ำ ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือหัวเชื้อสาเกคุณภาพดีซึ่งกลายมาเป็นเอกลักษณ์ของการผลิตสาเกที่สืบต่อกันมาหลายชั่วคนเพื่อให้ได้สาเกระดับพรีเมี่ยม กว่าจะได้สาเกรสชาติดีๆ สักขวดนี่ก็ผ่านขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนนอกจากนั้นยังต้องใส่ความรักและความใส่ใจลงไปในสาเกด้วย

kiku07

kiku24

เมื่อวันเวลาผ่านไป การทำสาเกแบบใหม่เข้ามาแทนที่ แต่ทุกขั้นตอนก็ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจที่ใส่ลงไปเต็มที่เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ต่างกันแค่เพียงเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยขึ้น แต่คงไว้ซึ่งขั้นตอนการผลิตสาเกแบบดั้งเดิมที่เหมือนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปแล้ว

ในสมัยโบราณ ชาวญี่ปุ่นนำสาเกมาดื่มและใช้สาเกในพิธีกรรมทางศาสนาชินโตและสาเกก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับความงามของบรรดาเกอิชา เพราะว่าในสมัยที่ไม่มีเครื่องสำอางบำรุงผิว สาเกถูกนำปรับใช้โดยการเติมน้ำให้สาเกเจือจางลง แล้วนำมาชโลมลงบนผิว ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ชะลอริ้วรอยและช่วยทำให้ผิวพรรณดูเนียนใสยิ่งขึ้น

geisha

เพราะสาเกเกิดจากการหมักข้าว มอลต์ ยีสต์และน้ำทำให้ในสาเกอุดมไปด้วยสารจากธรรมชาติมากกว่า 100 ชนิด มี Amino Acid วิตามินและแร่ธาตุมากมาย ความลับของสาเกนี้ไม่ได้จางหายไปกับการเวลาแต่ได้กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากสาเกญี่ปุ่น Kiku Masamune (คิคุ-มาสะมูเนะ) มีส่วนผสมหลักคือสาเกที่ได้จากการหมักข้าวญี่ปุ่นที่อุดมไปด้วย Amino Acid ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเด้ง กระจ่างใส เป็นผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวพรรณเพราะว่าปราศจากสีและมิเนอรัล ออยล์ มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว

IMG_5252

ไอเท็มเด็ดที่ดังมาก คือ Kiku-Masamune Sake Lotion น้ำตบสาเก ที่มาในขวดใหญ่บิ๊กบึม 500 ml ใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกายและยังใช้เป็นมาสค์หน้าได้อีกด้วย! คือคุ้มเว่อร์ และราคาสบายๆที่ 350 บาท และเค้ายังมีส่วนผสมที่เป็น whitening เพิ่มให้ผิวเด้งกระจ่างใสเข้าไปอีกทั้ง Placenta และ Arbutin รับรองผิวสวยออร่อแบบเกอิชาเลยยยย

IMG_5230

IMG_5231

วิธีการใช้ก็ง่ายมากๆ

1.หลังล้างหน้าเสร็จ ปั๊มโลชั่นลงบนฝ่ามือแล้วทาให้ทั่วใบหน้า สามารถใช้เป็นโลชั่นบำรุงผิวกายได้ด้วยนะคะ

2.ใช้มาสค์หน้าก็ได้ เพียงปั๊มโลชั่นลงบนสำลีหรือมาสค์อัดเม็ด จากนั้นทิ้งไว้บนใบหน้าสักพัก เพื่อประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นควรวางไว้ประมาณ 5 นาทีจากนั้นนำมาสค์ออกโดยไม่ต้องล้างออก

นอกจากน้ำตบตัวดังแล้ว เค้ายังมี Sake Face Mask ที่เพิ่มส่วนผสมของชเอมเทศเข้าไปช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ดูกระจ่างใสตลอดสัปดาห์ ใน ซองมี 7 แผ่น และคุ้มมากเวอร์ราคา 240 บาท

IMG_5249

ส่วนสาวๆที่ต้องการความชุ่มชื่นแบบเต็มที่ คิคุมาสะเค้ายังมี ครีมเอนกประสงค์ Skincare cream ที่ใช้บำรุงทั้งผิวหน้าและผิวกาย ขอบอกว่าเนื้อครีมดีเวอร์ ชุ่มฉ่ำแต่ไม่หนักผิวเลย ซึมไวดี ราคาเบาๆที่ 390 บาท กระปุ๊กใหญ่ใช้ไม่ต้องกลัวหมดเลย 150 กรัม

KM cream

หาซื้อได้ที่ drugstore ทั่วไปในญี่ปุ่น และ Tsuruha และ Matsumoto Kiyoshi ที่ประเทศไทยเลยค่ะ

Name *
Email *
Message *