คนญี่ปุ่นในสายตาของข้าพเจ้า by เพจ From the outside in

4,214

จากการเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นในหลายๆครั้ง เรามีความประทับใจกับคนญี่ปุ่นในด้านต่างๆจนทำให้อยากนำมาถ่ายทอดให้ผู้คนนอกประเทศญี่ปุ่นได้รับรู้ เรื่องเล่าอาจไม่ได้ลึกลับซับซ้อน แต่ก็คิดว่าน่าจะทำให้คนอ่านได้มองภาพกว้างๆของความเป็นคนญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น อนึ่ง เรียงความฉบับนี้เป็นประสบการณ์โดยตรงที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนโดยแท้ อาจจะมีเรื่องดีบ้างร้ายบ้างที่ได้รับจากคนญี่ปุ่นแต่ก็ไม่ได้มีมีเจตนาว่าร้ายคนในประเทศนี้แบบเหมาเข่ง แต่เราบอกได้อย่างตรงไปตรงว่าเรามีประสบการณ์ที่ดีกับคนญี่ปุ่นมากๆๆๆๆ มากจนแทบจะกลบประสบการณ์ร้ายที่กวนใจจนหมดสิ้น

Tokyo, Japan - November 25 2013: Unidentified female officer in Tokyo Tower early prepare for the 55th anniversary and the coming of Christmas

ว่าด้วยเรื่องความประทับใจในน้ำใจของพี่น้องชาวญี่ปุ่น เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ลุงกับป้ายังหนุ่มสาวกว่านี้ได้มีโอกาสนั่งเครื่องบินไปญี่ปุ่นครั้งแรก ระหว่างการย้ายโรงแรมจากย่าน Ueno ในเขต Taito ไปนอนย่าน Chuo จำได้ว่าเราออกจากสถานี Shin-Nihombashi สองทุ่มแล้ว เดินตามหาโรงแรมอยู่นานสองนานไม่ถึงซะที ก็หลงละสิลุงป้าเลยตัดสินใจถามซาลารีมังที่เดินผ่านมาแถวนั้น เรากางแผนที่ให้พี่แกดู แกดูอยู่ซักพักก็คงจะงงกับแผนที่เหมือนกันแต่ก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะช่วยเหลือ แกบอกให้เรายืนอยู่ตรงนั้นอย่าไปไหน แล้วพี่ก็เดินเข้าไปในร้านอาหารเพื่อปรึกษากับเจ้าของร้านผู้หญิงที่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะรู้จักกันมาก่อน ปรึกษากันซักพักทั้งคู่จึงแท็คทีมกันออกมานอกร้านพร้อมกับบอกทิศทางการเดินไปโรงแรมอย่างละเอียดทำให้เราไปถึงโรงแรม Horidome Villa ได้อย่างทุลักทุเล ไม่ใช่แค่นั้น ตอนเช้าที่ต้องเดินกลับไปสถานี Shin-Nihombashi ยังอุตส่าห์หลงอีก ต้องไปปรึกษาพี่ที่ขับรถส่งผลไม้เปิด GPS ขึ้นมาดู เราผละออกจากพี่ส่งผลไม้สักพัก เจอน้าผู้ชายอีกคนนอกจากแกจะชี้ทางให้แล้วแกยังเดินมาส่งเราที่อุโมงค์ใต้ดินทางเข้าสถานีแล้วมองเราจนเดินลับเข้าไปในสถานีนั่นแหละ ไม่ใข่แค่นั้นเพราะไปที่ไหนเราก็ยังรั่วต่อ 5555 นี่ต้องขอบคุณลุงป้าน้าอาและพนักงาน Yamato จากใจที่เดินนำทางเราไปวัด Daigo-ji ใน Kyoto จนเกือบๆ ถึงประตูวัด ถ้าตอนนั้นไม่ได้รับความช่วยเหลือละก็ รับรองว่าเดินหลุดไปเกาหลีแล้ว

YOKOHAMA, JAPAN - NOVEMBER 24 2015: Unidentified rickshaw driver on a street of Yokohama Chinatown

ว่าด้วยเรื่องระเบียบวินัย เรื่องอะไรๆ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่วินัยดีสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรักษาความสะอาด การทิ้งขยะซึ่งต้องมีการแยกขยะประเภทต่างๆเพื่อทิ้งให้ตรงกับการจัดเก็บ การเก็บขยะเอาไว้กับตัวไม่มักง่ายทิ้งเรี่ยราด เมื่อถึงจุดที่ทิ้งขยะจึงค่อยเอาออกจากกระเป๋ามาทิ้ง การต่อคิวซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการให้เกียรติผู้มารอก่อนให้ได้รับสินค้าและบริการก่อน เรื่องวินัยในการทำงานก็เป็นเรื่องสำคัญ จากการเดินตามห้างร้านไม่ว่าจะห้างเล็กๆ ใหญ่ๆ แค่ไหนก็ตาม เราไม่เคยเห็นพนักงงานอู้งานคุยเล่นหยอกล้อ เล่นโทรศัพท์ เคยได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนที่ทำงานอยู่บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (ในเมืองไทย) เล่าให้ฟังว่าคนญี่ปุ่นที่มาเมืองไทยสมัยนี้ถ้าเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ซัก 10 -15 ปีที่แล้วถือว่าวินัยสมาธิและความอดทนต่ำกว่ารุ่นก่อนๆ มากเรียกได้ว่าเหยาะแหยะ แต่ยังไงซะจากที่ได้สัมผัสมา คนญี่ปุ่นในยุคสมัยนี้ก็ยังคงมีสมาธิวินัยและความอดทนในการทำงานสูงมาก เมื่อเทียบกับชาติอื่นๆ ส่วนเวลาเลิกงานก็คือเวลาเลิกงานนั่นแหละ จะรั่วจะอะไรมันก็เลยเวลาทำงานไปแล้ว คนญี่ปุ่นแบ่งเส้นกั้นนี้ไว้อย่างชัดเจนมาก

YOKOHAMA, JAPAN - NOVEMBER 24 2015: Yokohama Chinatown is Japan's largest chinatown. A large number of Chinese stores and restaurants can be found in the narrow and colorful streets

คนญี่ปุ่นปลูกฝังเรื่องวินัยและความอดทนเอาไว้ตั้งแต่รุ่นเด็กๆ เราจะเห็นเด็กญี่ปุ่นรุ่นเล็กๆ 6-7 ขวบนี่ถ้าไม่เดินก็ขี่จักรยาน ไม่ขี่จักรยานก็ขึ้นรถไฟไปโรงเรียนกันแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องความอดทนเพราะคนญี่ปุ่นต้องพึ่งพาตัวเองสูงดังนั้นการรับผิดชอบตัวเองไม่ให้เป็นภาระกับคนรอบข้างจึงเป็นเรื่องนึงที่สำคัญมากที่ปลูกฝังกันมาในสังคมญี่ปุ่น ขณะเดียวกันในประเทศที่สามารถปล่อยให้เด็กไปโรงเรียนได้ ชุมชนผู้ปกครองรอบๆโรงเรียนเองก็ต้องเข้มแข็ง เพราะตัวผู้ปกครองเองในบางครั้งก็ต้องคอยนำขบวนเด็กๆที่อยู่ในละแวกใกล้ๆโรงเรียนไปส่งถึงหน้าโรงเรียนบ้าง หรือบางคนก็ต้องทำหน้าที่อาสาสมัครจราจรคอยอำนวยความสะดวกให้เด็กๆได้ข้ามถนนไปมาได้อย่างปลอดภัย นี่นำไปสู่บทสรุปสั้นๆง่ายๆได้ใจความว่าชุมชนที่เข้มแข็งทำให้สังคมปลอดภัยและน่าอยู่

TOKYO, JAPAN - NOVEMBER 22: Japanese Student in Tokyo, Japan on November 22, 2013. Unidentified little Japanese students wait for a train to school in the morning at Tokyo station

คนญี่ปุ่นจะถือมารยาทเป็นเรื่องสำคัญมากในการอยู่ร่วมกันในสังคม ดังนั้นเวลาเราอยู่ในที่สาธารณะที่มีคนเยอะเราจึงไม่ค่อยเห็นการรบกวนสิทธิส่วนบุคคลกันเท่าไหร่นัก ยกตัวอย่างง่ายๆ อย่างบนทางเท้าที่ส่วนใหญ่ห้ามสูบบุหรี่ ยิ่งเดินไปด้วยสูบบุหรี่ไปด้วยนี่ยิ่งเป็นเรื่องต้องห้ามและละเมิดกฏหมายด้วย ดังนั้นที่สูบบุหรี่จริงๆ ก็หนีไม่พ้นตามหน้าร้านสะดวกซื้อที่จัดเตรียมที่เขี่ยบุหรี่สำหรับสิงห์อมควันไว้เป็นที่เป็นทางหรือห้องสูบบุหรี่ที่สามารถพบได้ตามสถานที่ชุมชนทั่วไป สูบบุหรี่ยังขนาดนี้ดังนั้นเรื่องหาบเร่แผงลอยบนทางเท้านี่ถ้าไม่ได้รับการอนุญาตจริงๆ (ซึ่งพบเห็นกันน้อยมากๆ) ก็ลืมไปได้เลยว่าจะมีร้านพวกนี้มาแย่งทางเดินของเรา นอกจากนี้ตามรถไฟหรือรถไฟใต้ดิน เราจะเห็นป้ายเตือนเรื่องการขนของขึ้นบนรถไฟจำนวนเยอะๆ เพราะมันจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญและแย่งที่ผู้โดยสารคนอื่น การนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนรถไฟก็ต้องพับหนังสือพิมพ์เป็นทบเล็กๆ เพราะถ้ากางออกมาจะทำให้คนอื่นโผล่หน้าไปร่วมอ่านข่าวโดยไม่ได้สมัครใจเท่าใดนัก นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นทุกครั้งที่เราขึ้นรถไฟ ที่เราเห็นจนชินตาก็เป็นผู้โดยสารที่เล่นเกมส์ในโทรศัพท์ (ต้องใส่หูฟังด้วยนะ ไม่งั้นเสียงดังรบกวน) หรืออ่านข่าวสาร อ่านหนังสือ มีคุยกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยคุยกันเสียงดังหรอก นอกจาก Osaka ที่เดียวที่เรารู้สึกว่าผู้คนที่นี่คุยกันบนรถไฟได้ออกรสออกชาติมีชีวิตชีวามว๊ากกกกก......

Tokyo, Japan - November 23 2013: Tokyo train is always packed with people all through the day and especially in rush hours.

จะว่าไปมีอีกเรื่องนึงนี่ก็สมควรจะรู้ไว้เหมือนกันเรื่องความเป็นคนใน (Uchi) กับคนนอก (Soto) ในสังคมญี่ปุ่นพยายามยกตัวอย่างง่ายที่สุดที่น่าจะเข้าใจได้ คนนอกคือคนต่างชาติส่วนคนในก็คือคนญี่ปุ่น นี่อาจจะเป็นการยกตัวอย่างแบบกำปั้นทุบดินสุดๆ วัฒนธรรมการแบ่งคนของญี่ปุ่นที่แบ่งคนนอกกับคนในจริงๆ แล้วไม่ได้แบ่งแยกและปฏิบัติกับคนต่างชาติเท่านั้นหรอก ในกลุ่มคนญี่ปุ่นเองก็มีการแบ่งแยกเช่นนี้เหมือนกันถ้าหากอยู่ต่างองค์กรต่างบริษัทหรือต่างบทบาทสถานะกันเช่นอาจารย์กับนักเรียน พนักงานกับลูกค้า เคยมีโอกาสพูดคุยกับลูกพี่ลูกน้องอยู่ที่ได้ไปดูงานสร้างท่าเรือในญี่ปุ่นสักสามเดือนได้ กลางวันดูงาน กลางคืนทำอะไรละครับ ก็ไปตามร้านเหล้าดื่มกินบ้าง ร้านเหล้าธรรมดาใครๆ ก็น่าจะเข้าไปได้ แต่ถ้าร้านเหล้าที่รั่วๆ มีโชว์ระเบิดเถิดเทิงนี่ถือเป็นสถานที่ต้องห้ามเลยก็ว่าได้สำหรับคนนอก นี่ขนาดเพื่อนญี่ปุ่นของแกเตือนแล้วเตือนอีกนะว่า ห้าม...ห้าม.... พร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาทำเป็นรูปกากบาท แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนนอกหรือคนต่างชาติจะได้รับสิทธิ์เข้าไปในสถานที่อโคจรนั้นๆ แต่ในที่สุด.....ท่านพี่ของเราก็หาทางเข้าไปรั่วในร้านนั้นได้....ฮา......

NAGOYA, JAPAN - NOVEMBER 18, 2015: NIghtlife of Japanese restaurants on the side of a street in Ngoya city

จริงๆ แล้วเรื่องคนในคนนอกนี่ก็เป็นเรื่องสลับซับซ้อนพอสมควรทีเดียวเพราะบางครั้งมันก็เกี่ยวเนื่องกับการแบ่งชั้นวรรณะในสังคมญี่ปุ่นกันอยู่กลายๆ เหมือนกันนะ ของอย่างงนี้นักท่องเที่ยวสัมผัสไม่ค่อยจะได้หรอก คนที่ทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นนานๆ นั่นแหละจะรู้สึกจริงๆ จังๆ ว่าคนนอกคนในปฏิบัติต่อกันยังไง แม้แต่คนเขียนเองก็เถอะยังรู้สึกว่าเพื่อนญี่ปุ่นที่คบกันมายี่สิบกว่าปีนี่ก็ยังแอบหันกำแพงสูงๆ ใส่เราในบางเรื่องเหมือนกัน

ท้ายที่สุดที่รู้สึกได้คือคนญี่ปุ่นเป็นคนเคร่งเครียดมากไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามเพราะว่าต้องพึ่งพาตัวเองมากและไม่ต้องการที่จะเป็นภาระให้กับคนรอบข้าง ดังนั้นคนญี่ปุ่นส่วนนึ่งที่เจอมรสุมหนักๆ เข้ามาในชีวิตมักไม่ค่อยจะหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจากใครเพราะไม่อยากถูกมองว่าตัวเองเป็นคนอ่อนแอ เป็นภาระกับคนรอบข้าง ดังนั้นเราจึงประสบเหตุคนญี่ปุ่นตกลงไปในรางรถไฟบ่อยมาก ไปญี่ปุ่นเป็นได้เจอทุกครั้งบางครั้งสองสามวันติดๆ กันเป็นสาเหตุให้การเดินรถไฟที่ตรงต่อเวลาที่สุดในโลกก็ต้องมีสะดุดล่าช้าออกไปบ้างเหมือนกัน

KYOTO, JAPAN - NOVEMBER 22 2015: Crowded people gathere on a platform at Kyoto Station in a peak autumnal season

จากประสบการณ์ที่โดนขโมยร่มกันฝนที่ซื้อมาสดๆ เลยที่หน้า 7 - 11 ย่าน Ikebukuro แต่เราก็ยังยืนยันที่จะขอลงมติว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ร้อยละเก้าสิบแปดจุดแปดแปดเป็นคนน่ารัก เข้ากับคนง่ายมีน้ำใจจิตใจโอบอ้อมอารีย์และเมื่อคนนอกอย่างเราอยู่ในสถานการณ์ลำบาก คนญี่ปุ่นก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ไม่ใช่ว่าการอยู่ในสังคมที่สะสมความเครียดไว้สูงสุดขนาดนี้จะทำให้คนญี่ปุ่นไม่ยิ้มไม่หัวเราะ เพราะคนญี่ปุ่นก็ยิ้มได้หัวเราะได้เหมือนเราๆ ท่านๆ นี่แหละ คนญี่ปุ่นรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองและสังคมทำให้สังคมญี่ปุ่นในแต่ละชุมชนมีความปลอดภัยและเข้มแข็ง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ยกเว้นไอ้คนที่ขโมยร่มไปนั่น ทำให้กี่ปีต่อกี่ปีที่เรากลับไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เราก็ยังประทับใจในความมีน้ำใจของคนญี่ปุ่นและประเทศญี่ปุ่นอย่างไม่มีวันลืม

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่นและสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่เพจ From the outside in นะครับ

from-the-outside-in