พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งสุดคูลล์ "Edo-Tokyo open air architectural museum"

4,563

เพราะว่าอยู่โตเกียวมาสักพัก ก็เริ่มเบื่อๆ ตันๆ กับแหล่งช็อปปิ้ง ที่ผ่านมา...พอนึกถึงที่เที่ยวสำหรับเรามันมักจะเป็นเรื่องเดียวกันกับการช็อปปิ้งเสมอ ฮ่าๆ ก็ผู้หญิงอ่ะนะ ซื้อมันเข้าไปค่ะ จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง (ก็คือจุดนี้) เกิดสำนึกด้วยตัวเองว่า ไม่สิ แกต้องหยุดซื้อ คนเราไม่สามารถช็อปได้ทุกวันมั้ยอ่ะ ไม่ใช่คิดได้อะไรหรอกนะคะ ... ก็เงินมันเริ่มหมดนั่นแหละ เหตุผลหลัก พอไม่มีเงิน ปัญญาก็มาค่ะ กร๊ากๆๆๆ

ว่าแล้วก็เลยลองเสิร์ชหาที่เที่ยวที่น่าสนใจในโตเกียวที่เรายังไม่เคยไปและไม่ใช่ที่ช็อปปิ้ง มันต้องมีสักที่สิน่า...โตเกียวออกจะกว้างใหญ่ ว่าแล้วเราก็ค้นๆ หาๆ ข้อมูลในเน็ท จนมาเจอที่นี่  "Edo-Tokyo open air architetural museum"

พอได้ไปแล้วก็รู้สึกประทับใจมาก 10 10 10 ไปเลยค่ะ มานึกเสียใจที่เราออกบ้านสายไปหน่อย ยังเดินไม่ครบ พิพิธภัณฑ์ก็ปิดเสียแล้ว แต่ว่ารู้สึกประทับใจมากๆ ที่นี่เจ๋งมากๆ จนต้องมาเขียนกระทู้นี้ เพราะว่าอยากให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเพื่อนๆ ผู้เบื่อแหล่งช็อปปิ้งได้ลองมาเที่ยวเล่นกันค่ะ

tatemono01

ตัวพิพิธภัณฑ์อยู่ในสวน Koganei Park ทำให้มีความร่มรื่น ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้หนาตา ครึ้มไปหมด

ประกอบกับวันนี้อากาศดี ก็เลยมีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่สวน ทั้งครอบครัวที่พาเด็กๆ มาวิ่งเล่น บางคนเอาหนังสือมาอ่าน เอากีตาร์มาดีด หรือแค่มานั่งเล่น มองคนอื่นๆ ในสวนก็เพลินแล้วนะคะ เป็นภาพบรรยากาศที่ดีมากๆ ที่หาไม่ได้ในโตเกียว ต้องออกมาย่านชานเมืองสักหน่อยแบบนี้แหละค่ะ ค่อยสูดอากาศหายใจได้เต็มๆ ปอดหน่อย ^^

p94f28w8wjhfTnaDp8t-o

พอเดินเข้ามาด้านใน เราก็ไปซื้อตั๋วก่อน ผู้ใหญ่คนละ 400 เยนค่ะ

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกันก่อนนะคะ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเอะโดะ-โตเกียว มีชื่อภาษาอังกฤษเต็มๆ ว่า "Edo-Tokyo open air architectural museum" จุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ ตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา โตเกียวได้สูญเสียอาคารหลายแห่งที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากเหตุภัยพิบัติต่างๆ เช่นไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหวครั้งใหญ่หรือการปรับผังเมือง ซึ่งรัฐบาลก็เล็งเห็นความสำคัญและคุณค่าของอาคารเหล่านั้น ในปีค.ศ. 1993 รัฐบาลที่ปกครองโตเกียวในขณะนั้นก็เลยเริ่มก่อตั้งพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งเป็นสาขาย่อยที่แตกออกมาจากพิพิธภัณฑ์เอะโดะ-โตเกียว ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ในร่มปรกติเหมือนพิพิธพชภัณฑ์ทั่วไป ตั้งอยู่ที่สถานี Ryogoku ซึ่งเป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่เราชอบมากๆ เช่นกัน  ไปมาเมื่อปีก่อนแล้วเค้าปิดปรับปรุงไป เพิ่งเปิดใหม่ให้ชมเมื่อไม่นานมานี้ เอาไว้ถ้าได้ไปแล้วจะมารีวิวให้ชมกันนะคะ

ที่นี่รวบรวมอาคารเก่าสมัยต่างๆ มีตั้งแต่สมัยเอโดะเป็นต้นมา อาคารที่จัดแสดงก็อย่างเช่นบ้านของชาวนา บ้านซามุไร บ้านของผู้มีชื่อเสียง ร้านค้า เรียวกัง ร้านเหล้าหรือแม้กระทั้งโรงอาบน้ำสาธารณะ ซึ่งอาคารที่จัดแสดงก็มีทั้งอาคารที่เป็นอาคารเก่าจริงๆ ถูกย้ายมาตั้ง ณ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ (นับถือการโยกย้ายแล้วนำมาประกอบใหม่มากๆ เลยค่ะ รู้สึกประหลาดใจมากๆ)  หรืออาคารเก่าที่นำมาปรับปรุงใหม่ รวมถึงอาคารที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ละอาคารก็จะมีประวัติความเป็นมาของบ้านเขียนไว้ทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ว่าเป็นบ้านของใคร มีแปลนบ้านให้ดู มีเรื่องราวว่าสร้างสมัยไหน ต่อเติมไปอย่างไรบ้าง จุดประสงค์ก็เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นร่องรอยของอารยธรรมผ่านสถาปัตยกรรม ในขณะเดียวกันเราก็ได้เห็นความเป็นอยู่ การใช้ชีวิตของคนสมัยก่อนผ่านสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ที่จัดแสดงเอาไว้ในตัวอาคารอีกด้วยนะคะ

p94d6ykdvpfIrgo2nPI-o

บังเอิญว่าเราเป็นคนสนใจเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตอยู่แล้ว การเดินเล่นที่นี่จึงทำให้รู้สึกเพลินมากๆ เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน การได้เดินเข้าไปดูบ้านโบราณทีละหลัง ได้เข้าไปดูทีละห้อง ได้เห็นเสื่อตะตะมิ เห็นข้าวของเครื่องใช้ เตาหุงหาอาหาร ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำในบ้านโบราณเหล่านั้น มันเหมือนกับการได้นั่งไทม์แมชชีนพาเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีตจริงๆ เดินๆ แล้วก็คิดไปพลาง ว่าบ้านนี้เคยมีคนอยู่จริงๆ นะ ร่องรอยความสึกหรอของพื้นไม้และประตูยังมีให้เห็น โอ้โห...มันสนุกมากๆ เลยค่ะ หวังว่าจะมีคนที่ชอบเที่ยวแบบเดียวกันแล้วกระทู้นี้จะเป็นประโยชน์ให้เพื่อนๆ บ้างนะคะ^^

tatemono12

tatemono02

tatemono03

tatemono05

tatemono06

tatemono10

การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ยากนะคะ ใช้รถไฟสาย Chuo Line ลงที่สถานี Musashi Koganei Station แล้วเดินออกทาง North Exit

ถ้าจะเดินไปก็ได้ แต่ว่าก็ไกลพอใช้ได้อยู่นะคะ ดังนั้นเราว่าทางที่ดีก็ขึ้นบัสไปดีกว่า จากตรงหน้าสถานีไปลงที่หน้าพิพิธภัณฑ์ใช้เวลาประมาณ 5 นาที แต่ว่าคราวนี้ ขาไป-เราขี้เกียจรอบัส เพราะว่าเรามาค่อนข้างเย็นแล้ว ไม่อยากเสียเวลาก็เลยขึ้นแท็กซี่ไปค่ะ เสียค่ารถไป 910 เยนค่ะ หารกับน้องสองคนก็โอเคอยู่นะ ส่วนขากลับ-ไม่ได้รีบ ก็เลยเดินมาหน้าพิพิธภัณฑ์แล้วนั่งรถบัสสาย 33 กลับมาที่สถานีค่ะ

ดูรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้นะคะ > http://tatemonoen.jp/

admin-dao